กลิ่นอายของกระดาษสาเก่าๆ และหมึกจีนราคาถูกลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของแพทย์นิติเวช แม้ระบบระบายอากาศจะทำงานอย่างเต็มกำลัง แต่กลิ่นอายอับชื้นที่คล้ายคลึงกับโลงศพไม้สักแช่น้ำนับทศวรรษก็ยังคงเกาะกุมอยู่ตามซอกมุม ประตูห้องไม่ได้ถูกงัดแงะ หน้าต่างทุกบานยังคงลงกลอนอย่างแน่นหนาจากด้านใน ทว่าบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กสีเข้มตัวเดิม กลับมีซองจดหมายสีชาหน้าตาประหลาดวางนิ่งสนิทอยู่บนแฟ้มคดีฆาตกรรมปริศนาที่ธามเพิ่งทำการชันสูตรเสร็จสิ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ธามขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวในถุงมือยางแพทย์ยังคงถือปากกาหมึกซึมค้างไว้กลางอากาศ ดวงตาคู่คมจ้องมองซองจดหมายฉบับนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเคลือบแคลงสงสัยและสัญชาตญาณดิบที่เริ่มส่งเสียงเตือนภัยเบาๆ ในโสตประสาท
สัมผัสพิเศษที่มักจะตื่นตัวทุกครั้งเมื่อเข้าใกล้ร่างไร้วิญญาณ บัดนี้กำลังสั่นระริกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน ผิวหนังช่วงต้นคอของเขาเย็นเฉียบ ขนลุกชันขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่าร่องรอยของ 'บางสิ่ง' ที่เขียนจดหมายฉบับนี้ไม่ได้ถูกส่งมาด้วยบุรุษไปรษณีย์ธรรมดา แต่ถูกเคลื่อนย้ายมาด้วยเจตนาอันมืดมนและอาคมบางอย่างที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่
"คุณกำลังคิดเหมือนผมไหมครับ... ว่าผู้ส่งไม่ได้เดินเข้ามาทางประตู"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดริมหน้าต่าง รวิศยืนกอดอกพิงผนังห้อง แสงไฟนีออนจากถนนด้านนอกสะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะของทนายความหนุ่มผู้สุขุม นัยน์ตาของรวิศไม่ได้มองมาที่ธาม แต่ทอดสายตาไปยังซองจดหมายสีชานั้นด้วยความระแวดระวัง รวิศก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นจางๆ ของกำยานจันทน์หอมที่รวิศมักจะพกติดตัวเสมอช่วยเจือจางความอึดอัดในห้องลงไปได้บ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ธามละสายตาจากแฟ้มคดี วางปากกาลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง เขายังไม่แตะต้องซองจดหมายนั้น "ร่องรอยการสะกดรอยหรือพลังงานหลงเหลือ... มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่จดหมายขู่ธรรมดา รวิศ คุณจำลายเส้นบนกระดาษสาแผ่นนั้นได้ใช่ไหมครับ มันเหมือนกับรอยแผลเป็นบนศพของเหยื่อรายล่าสุดที่เราเพิ่งผ่าพิสูจน์ไปเมื่อวานนี้ไม่มีผิดเพี้ยน"
รวิศโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านซองจดหมายใสที่ห่อหุ้มกระดาษจดหมายไว้อีกชั้นหนึ่ง มุมปากของทนายความหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความขบขันโดยสิ้นเชิง "ไม่ใช่แค่คล้ายครับธาม แต่มันคืออักขระโบราณสายมาร 'ยันต์ตรึงวิญญาณ' แบบย้อนกลับ คนที่ส่งจดหมายฉบับนี้กำลังบอกเป็นนัยว่า เขารู้ว่าคุณกำลังมองเห็นอะไร และเขาก็รู้ด้วยว่าคุณกำลังขุดคุ้ยลงไปลึกแค่ไหน"
ธามสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกมีความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างตีตื้นขึ้นมา เขาไม่เคยกลัวความตาย เพราะในฐานะแพทย์นิติเวช เขาอยู่กับความตายมาจนชินชา แต่ความรู้สึกที่ว่ามี 'ใครบางคน' กำลังจ้องมองทุกย่างก้าวของเขาจากในเงื้อมเงาของความมืด โดยที่เขาไม่สามารถแม้แต่จะระบุตัวตนได้ มันคือความกดดันที่ค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะทีละน้อย
มือเรียวยาวตัดสินใจใช้ที่คีบสแตนเลสค่อยๆ คีบซองจดหมายขึ้นมาพลิกดูด้านหลัง ไม่มีแสตมป์ ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงตัวอักษรภาษาไทยที่เขียนด้วยพู่กันจีนและหมึกสีชาด ซึ่งเมื่อเพ่งมองดีๆ แล้ว หมึกสีแดงเข้มนั้นกลับส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ ออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว
ธามบรรจงใช้กรรไกรตัดขอบซองออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ทำลายหลักฐานลายนิ้วมือหรือร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ แม้ลึกๆ เขาจะรู้ดีว่าคดีนี้อาจไร้ซึ่งลายนิ้วมือมนุษย์ตั้งแต่แรกแล้วก็ตาม
กระดาษสาแผ่นบางถูกดึงออกมาอย่างช้าๆ ข้อความด้านในสั้นกระชับ แต่กลับทรงพลังและเย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงหลายองศา
*'หมอธาม... วิญญาณที่ตายด้วยคมมีดของท่าน ไม่ได้ร้องขอความยุติธรรม พวกมันร้องขอชีวิตใหม่ จงหยุดยุ่งกับคดีนี้ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะมองไม่เห็นแม้แต่เงาของตัวเอง'*
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของแพทย์หนุ่ม ธามขบกรามแน่นจนสันนูน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้อยคำเหล่านั้นสร้างความสั่นคลอนในจิตใจของเขาได้ไม่น้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า เขากำลังเหยียบย่างเข้าไปในเขตหวงห้ามที่อันตรายเกินกว่าจะคาดเดา
"พวกมันกำลังขู่ผม เพื่อให้ผมถอย" ธามกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดของแพทย์ผู้เยือกเย็น "แต่ยิ่งมันพยายามปิดบังมากเท่าไหร่ หมายความว่าหลักฐานที่เรากำลังตามหา... มันยิ่งใกล้ความจริงเข้าไปทุกที"
รวิศผ่อนลมหายใจยาว ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาตบเบาๆ ที่ไหล่ของแพทย์หนุ่มเพื่อถ่าย 100% ของความมั่นคงให้สหายร่วมรบ "ถูกต้องครับธาม คนที่มั่นใจในเกมของตัวเองจะไม่ส่งจดหมายเตือนแบบนี้ ความกลัวมักจะแสดงออกมาในรูปแบบของการขู่เสมอ นั่นหมายความว่าคุณกำลังทำให้ 'มัน' หวาดกลัว"
ทนายความหนุ่มเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหันมาสบตากับธามด้วยแววตาที่จริงจังขึ้นเป็นทวีคูณ "และนั่นก็หมายความว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป อันตรายไม่ได้อยู่แค่ในห้องชันสูตรอีกต่อไปแล้วครับ"
ก่อนที่ธามจะได้เอ่ยปากตอบโต้ ประโยคสนทนาของทั้งคู่ก็ต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อหลอดไฟนีออนบนเพดานห้องทำงานเกิดอาการกะพริบถี่ๆ สลับกับเสียงกระแสไฟฟ้าลัดวงจรดัง *จี่...* เบาๆ แผ่วมาจากมุมห้อง ความมืดระลอกหนึ่งค่อยๆแผ่ขยายตัวเข้ากลืนกินแสงสว่างทีละน้อย ราวกับมีม่านหมอกสีดำทมิฬลอยละล่องเข้ามาทางช่องประตูกระจกที่ปิดสนิท
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธามสั่นครืดขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอสว่างวาบขึ้นท่าย์กลางความสลัว ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบปฏิบัติการนิรนามที่เขาไม่เคยติดตั้งมาก่อน เป็นตัวอักษรสีแดงสดที่กระพริบเตือนรัวเร็ว พร้อมเสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่ดึงสติของเขากลับมาสู่ความตื่นตระหนกขีดสุด
*[ระบบตรวจพบพลังงานวิญญาณระดับ SSS กำลังคุกคามพื้นที่เป้าหมาย]*
*[คำเตือน: ผู้บุกรุกไม่ได้มีแค่หนึ่ง... และพวกมันอยู่ห่างจากคุณเพียงแค่ก้าวเดียว]*
ธามหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที รวิศชักมือเข้าหาตัวพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อสูทเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... เป็นจังหวะที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของธามแทบหยุดสะ kh ฉับพลัน คือเงาร่างที่ทาบทับอยู่หลังกระจกฝ้าของประตูห้องนั้น กลับมี "ศีรษะที่เอียงพับผิดรูป" และรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูที่กำลังจ้องตรงมายังพวกเขา
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง•ตอนที่ 6
คำเตือนจากความมืด
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!