กลิ่นอับชื้นของน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องดับจิตดูจะจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นกำยานที่ฉุนกึกจนแสบจมูก ทันทีที่เงาร่างหลังกระจกฝ้าปรากฏขึ้น ธามคว้ามีดผ่าตัดที่วางอยู่บนถาดสแตนเลสข้างตัวขึ้นมาถือไว้มั่น หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขณะที่รวิศกลับยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังเงาที่บิดเบี้ยวด้วยความสงบนิ่งผิดปกติ
“อย่าเพิ่งขยับ ธาม” รวิศเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “นั่นไม่ใช่คน และไม่ใช่สิ่งที่มาเพื่อฆ่า... แต่มันมาเพื่อ ‘เตือน’”
ทันทีที่เสียงของรวิศขาดหายไป เงาหลังกระจกก็หายวับไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัดพา ทิ้งไว้เพียงรอยเปื้อนสีดำเข้มเป็นรูปฝ่ามือที่แนบติดอยู่บนกระจกฝ้า ธามผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด มือที่กำมีดผ่าตัดสั่นเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังกริ๊ก
“รอยยิ้มแบบนั้น... มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนตายทั่วไป” ธามพึมพำ สายตาจับจ้องไปที่รอยฝ่ามือบนกระจก “มันเหมือนกับรอยตราที่ผมเห็นบนแผ่นหลังของศพเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน”
รวิศก้าวเดินไปที่โต๊ะชันสูตรช้าๆ เขาถอดถุงมือยางออกแล้ววางมือลงบนแผ่นหลังของร่างที่ไร้วิญญาณ นิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสไปตามรอยไหม้สีดำคล้ำที่ดูคล้ายอักขระโบราณซึ่งบิดเบี้ยวและซ้อนทับกันอย่างไร้ระเบียบ หากมองด้วยสายตาคนทั่วไป มันคือรอยแผลที่เกิดจากความร้อน แต่สำหรับรวิศ มันคือจิ๊กซอว์ของความอาฆาต
“นี่ไม่ใช่แผลไหม้ธรรมดาครับธาม” รวิศกล่าวพลางหลับตาลง สัมผัสถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวศพ “นี่คือ ‘ยันต์ตรึงวิญญาณแบบย้อนกลับ’ คนที่ทำแบบนี้ไม่ได้ต้องการให้ผู้ตายไปสู่สุขคติ แต่ต้องการกักขังดวงจิตไว้ในร่าง เพื่อใช้เป็นภาชนะบรรจุคำสาปบางอย่าง”
รวิศเริ่มหยิบผงสมุนไพรสีทองออกจากกระเป๋าเสื้อสูท เขาโปรยมันลงบนรอยอักขระอย่างใจเย็น ทันทีที่ผงสมุนไพรสัมผัสกับผิวหนังที่เย็นเฉียบ อักขระสีดำก็เริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต มันพยายามดิ้นรนใต้ผิวหนังศพเหมือนแมลงที่ถูกกักขัง
“ช่วยผมหน่อยครับธาม” รวิศสั่ง “หยิบโคมไฟอัลตราไวโอเลตมาส่องที่ตำแหน่งนี้ แล้วถือไว้ให้มั่น อย่าให้แสงสั่นเด็ดขาด”
ธามทำตามอย่างว่าง่าย แสงสีม่วงอ่อนอาบไล้ไปทั่วร่างศพ ในวินาทีนั้นเอง อักขระที่เคยบิดเบี้ยวก็เริ่มเรียงตัวใหม่จนกลายเป็นแผนผังบางอย่างที่ซับซ้อน มันไม่ใช่แค่รอยยิ้ม แต่มันคือพิกัด... พิกัดของสถานที่ที่คุ้นเคยในความทรงจำของธามอย่างประหลาด
“โรงพยาบาลเก่าที่ถูกปิดตายเขตสี่...” ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “นั่นคือจุดที่คนในครอบครัวผมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน”
รวิศเงยหน้าขึ้นมองธาม แววตาของทนายหนุ่มวูบไหวเพียงครู่เดียว “ดูเหมือนว่าคดีนี้จะไม่ได้จบแค่การฆาตกรรมธรรมดาแล้วนะครับคุณหมอ มีใครบางคนกำลังปูทางให้คุณกลับไปที่นั่น เพื่อเปิดเผย ‘หลักฐาน’ ที่ถูกฝังกลบไปพร้อมกับเถ้าถ่านเมื่อทศวรรษก่อน”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังใช้ความคิด เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของธามก็ดังขึ้นพร้อมกัน มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนจากแอปพลิเคชันวิเคราะห์ฐานข้อมูลทางการแพทย์ที่เขาเขียนขึ้นเองเพื่อตรวจสอบประวัติผู้ป่วย
ทว่าหน้าจอที่แสดงผลกลับไม่ใช่ข้อมูลผู้ป่วย แต่มันคือภาพถ่ายสดจากกล้องวงจรปิดในห้องผ่าตัดนี้เอง... ภาพที่พวกเขาเห็นตัวเองกำลังยืนอยู่ แต่ในหน้าจอนั้น กลับมีบุคคลที่สามยืนอยู่ด้านหลังพวกเขา ห่างออกไปเพียงไม่กี่นิ้ว
บุคคลนั้นสวมชุดกราวน์สีขาวสะอาดสะอ้าน ร่างกายซีกหนึ่งดูบิดเบี้ยวผิดรูป และใบหน้าของเขา... คือใบหน้าของ ‘ธาม’ ที่กำลังแสยะยิ้มกว้างถึงใบหูเหมือนกับเงาที่เห็นเมื่อครู่
“ธาม... อย่าหันไป” รวิศเอ่ยเสียงกระซิบเบาหวิว มือของเขาแอบหยิบยันต์ป้องกันตัวขึ้นมาเตรียมพร้อม “มีคนยืนอยู่ข้างหลังคุณ... และดูเหมือนเขาจะถือมีดผ่าตัดเล่มเดียวกับที่คุณเพิ่งวางลงไปเมื่อกี้ด้วยครับ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง•ตอนที่ 7
หลักฐานที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!