"ถ้าคุณหมอยังเดินเร็วกกว่านี้อีกก้าวเดียว เราคงได้กลายเป็นผู้ต้องหาบุกรุกยามวิกาล แทนที่จะเป็นนักสืบหาต้นกำเนิดอาคมนะครับ"
เสียงกระซิบเจือรอยยิ้มบางเบาของรวิศดังขึ้น แผ่วเบาราวกับสายลมที่พัดผ่านพรมกำมะหยี่หนานุ่มของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ทนายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มขยับกรอบแว่นเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์กวาดตามองไปรอบห้องจัดแสดงโบราณวัตถุยุคโบราณที่มืดสลัว แสงจันทร์ยามค่ำคืนที่ส่องผ่านกระจกโดมสูงชันทอดเงาโครงกระดูกสัตว์ดึกดำบรรพ์และรูปปั้นสำริดให้บิดเบี้ยวเป็นรูปร่างน่าสะพรึงกลัว
ธามหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน แพทย์นิติเวชหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนกในอก ภายในห้องโถงจัดแสดงโบราณวัตถุขอมโบราณแห่งนี้ อากาศไม่ได้เย็นเฉียบแค่เพราะเครื่องปรับอากาศ แต่มันเย็นยะเยือกด้วย "กลิ่นอาย" บางอย่างที่สัมผัสได้ด้วยสัญชาตญาณพิเศษ บนฝ่ามือข้างขวาของธามเริ่มร้อนผ่าวขึ้นทีละน้อย รอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือเต้นตุบราวกับมีชีพจรของตัวเอง—สัญญาณเตือนภัยที่แม่นยำยิ่งกว่าเครื่องมือแพทย์ใดๆ ว่าพลังงานลึกลับอยู่ใกล้แค่เอื้อม
"เราไม่ได้มาขโมยของครับทนายรวิศ เราแค่มาหาคำตอบว่าทำไมรอยสักบนศพเมื่อคืนก่อน ถึงมีลายเส้นและอักขระที่ถอดแบบมาจากแท่นศิลาจารึกชิ้นนั้น"
ธามปรายตาไปยังแท่นศิลาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้อง มันถูกล้อมรอบด้วยเชือกกั้นและป้ายห้ามเข้า แต่สำหรับคนที่มองเห็นความอัปลักษณ์ของโลกวิญญาณอย่างเขา สิ่งที่ปกคลุมแท่นศิลานั้นไม่ใช่แค่ฝุ่นผงของกาลเวลา หากแต่เป็นกลุ่มก้อนควันสีดำสนิทที่ดิ้นรนและส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนในคลื่นความถี่ที่หูมนุษย์ไม่ได้ยิน
รวิศเดินเข้าไปใกล้แท่นศิลาช้าๆ มือเรียวใต้ถุงมือหนังสีดำแตะลงบนพื้นกระจกตู้จัดแสดง แววตาที่มักจะเปี่ยมด้วยความขบขันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสุขุมจริงจังอย่างรวดเร็ว
"ตำนานเล่าว่า แท่นศิลาจารึกชิ้นนี้ถูกขุดพบในซากปรักหักพังของเมืองโบราณที่ถูกสาปสูญ ผู้ใดที่แตะต้องมันโดยปราศจากคาถาอาคมคุ้มครอง วิญญาณจะถูกดึงดูดให้กลายเป็นทาสรับใช้ของพิธีกรรม 'ป้อนโลหิตบูชา'..." รวิศกล่าวพึมพำด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความน่ากลัวไว้ในทุกพยางค์ "และถ้าสมมติฐานของผมไม่ผิด... คนที่ลงมือผ่าตัดเหยื่อในคดีของคุณหมอเมื่อวานนี้ ก็คงยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นศิลานี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเช่นกันครับ"
ธามขมวดคิ้วแน่น ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ในหัวพยายามประมวลผลข้อมูล รอยกรีดบนร่างผู้ตายมีความแม่นยำระดับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มันไม่ใช่การกระทำของฆาตกรต่อเนื่องสติหลุด แต่เป็น 'พิธีกรรมทางศัลยกรรม' ที่ใช้ความรู้ทางการแพทย์ผสมผสานกับไสยเวทมนตร์ดำอย่างแยบยล
"ถ้าเช่นนั้น ที่นี่ก็คือห้องปฏิบัติการลับของมันสินะครับ" ธามกวาดสายตามองไปรอบห้อง ม่านหมอกสีดำที่ลอยอ้อยอิ่งเริ่มหนาแน่นขึ้นจนมองเห็นด้วยตาเปล่า อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำ ทว่าท่ามกลางความเงียบนั้น เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้น...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของยามรักษาความปลอดภัย แต่มันเป็นเสียงลากเท้าที่หนักหน่วง ลากยาวมาจากทางเดินมืดทึบด้านหลังห้องจัดแสดงภาพวาดโบราณ รวิศหันขวับไปตามต้นเสียงทันที นิ้วมือเรียวยาวล้วนหยิบยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกแดงออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า
"ดูเหมือนว่า... เจ้าของบ้านจะรู้ว่าพวกเรามาเยี่ยมเยียนยามวิกาลนะครับ คุณหมอ" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด
ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกกดดันแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง รอยแผลเป็นที่ข้อมือร้อนจัดจนแสบร้อนราวกับถูกไฟลวก และในวินาทีที่เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมาภายใต้แสงจันทร์สลัว ธามก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ร่างนั้นสวมชุดเสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีเขียวเข้ม ทว่าสิ่งที่ทำให้ธามหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่ท่าทางคุกกามนั้น... แต่เป็นดวงตาส่อแววคุ้นเคยที่มองตรงมายังเขาผ่านเลนส์แว่นตาขอบทอง
มันคือดวงตาคู่เดียวกับที่เขาเพิ่งชันสูตรไปเมื่อช่วงบ่ายวันนี้เอง!
รวิศชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างตรงหน้า ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น "ยินดีที่ได้พบนะครับ... ผู้ตายคนที่สามของคดีนี้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง•ตอนที่ 8
คืนหลอนในพิพิธภัณฑ์
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!