“พวกมันตามมาแล้ว... หากไม่อยากตายอย่างไร้ค่า จงช่วยข้าจัดการพวกสุนัขรับใช้ของแดนสวรรค์เสีย!”
เสียงประกาศกร้าวของเซียนหานเยว่ยังคงก้องกังวานอยู่ในหุบผาสีคราม ทว่าความเงียบงันกลับปกคลุมชั่วลมหายใจ เบื้องหน้าของทั้งสองคือค่ายกลกระบี่นับร้อยที่แผ่ไอสังหารกดดันจนผืนดินปริร้าว กลิ่นอายกดขี่ข่มเหงจากแดนสวรรค์แผ่ซ่านลงมาดั่งภูเขาหิมะถล่มทับ ยอดฝีมือสามนายในชุดเกราะทองคำเพลิงสลักลวดลายเมฆาปรากฏกายขึ้นอย่างองอาจ ดวงตาดั่งอสูรจ้องมองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มหยันเหยียด
หลี่เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมันด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ของเขาจับจ้องเพียงหยาดเหงื่อที่ไหลรินผ่านกรอบหน้าอันงดงามราวกับภาพวาดของสตรีข้างกาย ความเยือกเย็นและดื้อรั้นในแววตานั้นทำให้มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและเย้ยหยันฟ้าดิน
“สุนัขรับใช้แดนสวรรค์งั้นหรือ?” หลี่เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนแก้วหูของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเบื้องล่างสั่นสะท้าน “นึกไม่ถึงว่าผ่านไปร้อยปี พวกมันก็ยังคงส่งพวกเดรัจฉานหน้าเดิมมาเห่าหอนใต้ฟ้ากว้างอยู่ดี”
“หลี่เฟยหลง! เจ้ายังกล้าปากดีนักนะ! วันนี้คือกาลอวสานของสำนักเหมันต์นิรันดร์ และจะเป็นวันตายของเจ้า เจ้าหนรอดความตายมาจากเงื้อมมือของเทพยดาบรรพกาลได้อย่างไรย่อมไม่สำคัญ เพราะวันนี้ วิญญาณของเจ้าจะต้องแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่ผงธุลี!” ผู้นำชุดเกราะทองคำคำรามก้อง เพลิงสีชาดพวยพุ่งออกจากร่างแผดเผาบรรยากาศรอบด้านจนบิดเบี้ยว
พริบตานั้นเอง อุณหภูมิในรัศมีร้อยลี้ก็ดิ่งฮวบลงจนถึงขีดสุด เกล็ดน้ำแข็งสีครามโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก เซียนหานเยว่ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างระหงของนางอาบไล้ด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์ ดาบยาวในมือปรากฏไอเย็นจัดจนมองเห็นเป็นกลุ่มหมอกสีขาว พลังยุทธ์ของนางทะยานขึ้นถึงจุดสูงสุด รัศมีแห่งความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปรากับจะแช่แข็งแม้กระทั่งกาลเวลา
“ถอยไป หลี่เฟยหลง... นี่คือหนทางที่ข้าเลือกตัดขาดโลกีย์ ผู้ใดจะอยู่หรือตาย ล้วนเป็นลิขิตแห่งวิถีเซียนของข้าเอง” หานเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทว่ามือที่ถือกระบี่กลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่นางพยายามปกปิดมันไว้
หลี่เฟยหลงแค่นเสียงหึ เขาเคลื่อนกายวูบเดียวก็มาขวางอยู่เบื้องหน้าของนาง สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกจากแผ่นหลังบางนั้น แผ่นหลังที่แบกรับความกดดันของสำนักนับหมื่นชีวิตไว้โดยลำพัง
“วาจาตัดขาดโลกีย์อันใดกัน?” หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการลับคมมานับพันครั้ง “ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเคียงข้างกระบี่ของข้าแล้ว ต่อให้เป็นฟ้าดินหรือทศพักตร์อสูรสวรรค์หน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากชีวิตเจ้าไปจากเงื้อมมือข้าทั้งสิ้น!”
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟยหลงก็ระเบิดประกายกระบี่สีครามเข้มออกมาสายหนึ่ง พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกม่านเมฆจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมา แรงกดดันที่กดทับลงมาก่อนหน้านี้ถูกคลี่คลายลงในพริบตาเดียวด้วยรัศมีกระบี่เพียงสายเดียว!
“อวดดีนัก! ตายเสียเถอะ!”
ผู้นำชุดเกราะทองคำสะบัดมือ ค่ายกลกระบี่สวรรค์นับพันเล่มพุ่งเข้าหาทั้งสองราวกับห่าฝน ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยประกายแสงสีทองอร่าม ทว่าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจุล
“หานเยว่... ประสานกระบี่!”
คำสั่งเด็ดขาดดังขึ้นพร้อมกับการชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงกรีดร้องของโลหะที่เสียดสีกับฝักกระบี่ดังระฆังเงินกังวานก้องไปทั่วหุบเขา
เซียนหานเยว่ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่ลังเลอีกต่อไป พลังปราณเหมันต์ในร่างระเบิดออกผสานรวมกับพลังกระบี่ไร้ลักษณ์ของหลี่เฟยหลงอย่างไร้รอยต่อ ท่วงท่าของนางงดงามดุจเทพธิดาร่ายรำท่ามกลางหิมะโปรยปราย ทว่าทุกกระบวนท่ากลับซ่อนเร้นไว้ด้วยความตายที่พร้อมปลิดชีพศัตรู
*วิชาเหมันต์สวรรค์ตัดสะท้านภพ!*
*วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่สอง: กระบี่เดียวดายกลืนนภา!*
พลังความเย็นจัดที่สามารถแช่แข็งวิญญาณผสานเข้ากับคลื่นกระบี่ที่คมกริบจนตัดผ่านมิติ เกิดเป็นพายุหมุนสีครามขาวขนาดมหึมาพุ่งเข้าปะทะกับห่าฝนกระบี่สีทองคำอย่างดุเดือดตระการตา เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย แรงปะทะสะท้อนกลับจนยอดเขาเบื้องล่างพังทลายลงมาเป็นแถบๆ เศษหินและเกล็ดน้ำแข็งกระจายไปทั่วสารทิศราวกับดาวตก
การปะทะกันระหว่าง "วิชากระบี่" อันร้อนแรงดุจเปลวเพลิงแห่งความทะนง และ "วิชาเย็น" อันเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าสุนัขรับใช้แดนสวรรค์อย่างหาที่สุดมิได้ พวกมันไม่เคยคาดคิดว่ามนุษย์สองคนนี้จะสามารถหลอมรวมวิชาที่แตกต่างกันสุดขั้วให้กลายเป็นกระบวนท่าทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
ฝุ่นควันและละอองน้ำแข็งค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างของหลี่เฟยหลงที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายกระบี่ในมือหยดหยาดโลหิตสีทองคำของศัตรูลงสู่พื้นดิน ขณะที่เซียนหานเยว่ทรุดตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าซีดขาวจากการใช้พลังฝ่าขีดจำกัด ทว่าแววตาของนางที่มองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นั้นกลับมีความอบอุ่นระAคายความซาบซึ้งใจสายหนึ่งทอประกายขึ้นอย่างเงียบงัน
ทว่าความตึงเครียดไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย...
เบื้องหน้าของหลุมอักษรยักษ์ที่เกิดจากการปะทะ มิติเบื้องบนเริ่มบิดเบี้ยวเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ ไอหมอกสีดำทมิฬแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังก้องมาจากห้วงมิติที่ลึกยิ่งกว่าแดนสวรรค์
“ช่างเป็นคู่รักผลาญฟ้าดินที่น่าสนใจยิ่งนัก... หลี่เฟยหลง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการทำลายสุนัขรับใช้สามตัวนี้ จะทำให้เจ้าหนีพ้นจาก ‘เงาทมิฬแห่งบรรพกาล’ ที่ตามล่าเจ้ามาตลอดสามร้อยปีได้?”
เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏร่างของเงาสะท้อนสีดำสนิทผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ มือข้างหนึ่งถือกระบี่กระดูกมารที่แผ่ไอวิญญาณอาฆาต และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นของมันจ้องมองมาที่เซียนหานเยว่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลี่เฟยหลงเย็นเฉียบ
“น่าเสียดาย... นางเซียนผู้นี้ ได้ถูกประทับ ‘ตราพันธนาการมาร’ ไว้ตั้งแต่ก่อนที่พวกเจ้าจะพบกันเสียอีก... และอีกไม่ถึงก้านธูป นางจะต้องใช้กระบี่เล่มเดียวกันนี้ แทงทะลวงหัวใจของเจ้าด้วยมือของนางเอง!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันนะครับ
กระบี่เดียวดายเหนือเมฆา กับนางเซียนผู้ตัดขาดโลกีย์•ตอนที่ 2
ปะทะฝีมือบนยอดเขา
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายเหนือเมฆา กับนางเซียนผู้ตัดขาดโลกีย์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
