ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 9

กับดักของกิลด์อัคคี

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกคุณนะครับ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังลอดผ่านความเงียบงันของห้องตรวจโรค ไม่ได้มาพร้อมกับความตื่นตระหนก แต่เป็นความตายในรูป0แบบของรอยยิ้มที่มุมปากของธรณิน ฮีลเลอร์หนุ่มผู้เคยถูกเหยียดหยามจนกลายเป็นเศษสวะของสังคมฮันเตอร์ บัดนี้ รัศมีรอบตัวเขากลับแผ่ไอเย็นเยียบที่ทำให้ขั้วหัวใจของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สามคนจากกิลด์อัคคีถึงกับสั่นสะท้าน เพล้ง! เศษกระจกหน้าต่างที่แตกกระจายจากการพังประตูกระแทกเข้ามา ยังไม่ทันที่ไอฝุ่นจะจางลง ชายชุดดำสกรีนลายสัญลักษณ์เปลวเพลิงโลโก้กิลด์อัคคีก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ผู้นำทีมคือ 'พงษ์' ฮันเตอร์แรงก์ A สายแทงค์ผู้มีชื่อเสียงในด้านความโหดเหี้ยมและไม่เคยปรานีใคร "ปากกล้าดีนี่ไอ้หมอเถื่อน แกคิดจริงๆ เหรอว่าเปิดคลินิกเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในซอยตึกเก่าๆ แบบนี้แล้วจะรอดพ้นจากเงื้อมมือท่านประธานกิลด์อัคคีได้?" พงษ์หัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาเหยียบย่ำพื้นห้องด้วยรองเท้าคอมแบตเปื้อนโคลน สายตากวาดมองอุปกรณ์การแพทย์ราคาแพงระยับที่แปลกปลอมอยู่ในคลินิกเก่าคร่ำคร่า "ไหนวะ... อุปกรณ์ฮีลลิ่งระดับแรร์ที่พวกสมาคมลือกันนักหนา ส่งข้อมูลและสิทธิ์การถือครองระบบร้านค้าของแกมาให้หมดซะดีๆ ไม่งั้นแขนขาของแกคงต้องถูกหิ้วกลับไปทีละชิ้นในฐานะของฝากจากกิลด์เรา" รินรดา ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของธรณิน ขยับตัวเล็กน้อย แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกำลังมองพวกมันด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองฝูงมดปลวกที่กำลังเดินเข้ากองไฟ "พวกคุณนี่... เสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้ป่วยจริงๆ นะครับ" ธรณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่ทรงพลังจนพงษ์ต้องชะงักฝีเท้า "ปากดีไอ้สวะคลาส E! แกมันก็แค่ฮีลเลอร์ไร้ค่าที่พวกกิลด์ใหญ่ใช้แล้วทิ้ง..." พงษ์ยังไม่ทันพูดจบประโยค ร่างทั้งร่างของเขาก็ถูกตรึงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งทะยานออกมาจากตัวของธรณินโดยปราศจากการร่ายเวทมนตร์ใดๆ สเตตัสระดับพระเจ้าที่ถูกผนึกไว้ใต้จิตสำนึก ค่อยๆ ปลดปล่อยออร่าสีทองจางๆ ออกมาทาบทับบรรยากาศภายในห้องจนอณูอากาศรอบตัวหนาทึบราวกับตะกั่ว นี่ไม่ใช่พลังของฮีลเลอร์ธรรมดา... นี่คือพลังของ "ผู้พิพากษาแห่งความเป็นความตาย" "คุณรู้ไหมครับพงษ์..." ธรณินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ ทีละก้าว รองเท้าหนังขัดเงาแตะกระทบพื้นสร้างเสียงก้องกังวานในความเงียบ "ในโลกนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การไม่มีเงินซื้อยา แต่คือการที่หมอผู้รักษา... ตัดสินใจไม่รักษาคุณต่างหาก" "แก... แกทำอะไรกับร่างกายฉันวะ!?" พงษ์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเขาพบว่าแขนขาทั้งสองข้างของตนเองเริ่มชาด้าน และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ เลือดในกายกำลังไหลย้อนกลับด้วยทิศทางที่ผิดธรรมชาติ ความเจ็บปวดระดับฉีกกระชากวิญญาณแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ลูกน้องอีกสองคนที่ยืนประกบอยู่ด้านหลังพกพามีดสั้นเคลือบพิษพุ่งเข้าใส่ธรณินอย่างกะทันหันด้วยสัญชาตญาณดิบของฮันเตอร์รับจ้าง "ระวังค่ะธรณิน!" รินรดาอุทานเตือน แม้ปากจะร้องเตือนแต่เธอกลับยกมือขึ้นกอดอกรอชมฉากจบอย่างใจเย็น ธรณินไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาเพียงแค่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วดีดนิ้วเบาๆ กลางอากาศ แป๊ะ! คลื่นกระแทกสีฟ้าครามระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงอัดมหาศาลซัดร่างของฮันเตอร์แรงก์ B ทั้งสองคนกระเด็นทะลุกำแพงคลินิกออกไปนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ที่ตรอกซอยด้านนอกทันที กระดูกซี่โครงหักละเอียดทุกท่อนโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้แตะชายเสื้อของธรณินด้วยซ้ำ พงษ์ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำ เม็ดเหงื่อกาฬไหลพรั่งพรูอาบแก้ม ลมหายใจหอบกระชั้นถี่กระรั่น ความหยิ่งผยองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีดที่เกาะกินขั้วหัวใจ เมื่อเขารู้ตัวแล้วว่า... พวกเขาเดินเข้ามาในหลุมพรางที่มัจจุราชขุดรอไว้ตั้งแต่แรก "แก... แกเป็นใครกันแน่... ธรณิน แกไม่ใช่แค่ฮีลเลอร์คลาส E...!" พงษ์ละล่ำละลักเอ่ยออกมา น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ธรณินหยุดยืนตรงหน้าฮันเตอร์ร่างยักษ์ เขาก้มมองลงมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองซากศพเดินได้ มือเรียวยื่นไปหยิบแฟ้มเอกสารสัญญาที่พงษ์ถือมาด้วยความทะนงตัวขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะฉีกมันทิ้งเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตา "กลับไปบอกนายของคุณ... ประธานกิลด์อัคคีคนนั้นนะ" ธรณินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของพงษ์ด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่อัดแน่นด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ "ว่าคลินิกแห่งนี้ไม่ได้มีไว้ให้หมาป่าเข้ามาเหยียบ และถ้าพวกมันยังไม่หยุดส่งเสียงเห่าหอนรบกวน... พรุ่งนี้เช้า กิลด์อัคคีทั้งกิลด์... จะกลายเป็นเพียงชื่อในประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือน" พงษ์อ้าปากค้างจะกรีดร้อง แต่เสียงของเขากลับติดอยู่แค่ลำคอ เมื่อธรณินใช้นิ้วแตะเบาๆ ที่กลางหน้าผากของเขา พลังฮีลลิ่งย้อนกลับ (Reverse Healing) ถูกใช้งาน—แทนที่จะรักษา มันกลับเร่งอัตราการเสื่อมสลายของเซลล์ในร่างกายจนพงษ์ทรุดลงไปดิ้นพล่านกับพื้นอย่างทรมานโดยไร้เสียงร้อง รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ธรณิน ส่งผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดให้ พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปาก "จัดการพวกนี้เสร็จแล้ว... ทางกิลด์ใหญ่อื่นๆ คงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะคะ คุณธรณิน" ธรณินรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดมืออย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างที่แตกไปยังท้องนยามค่ำคืนของมหานคร ที่ซึ่งแสงไฟนีออนของตึกทำการกิลด์ใหญ่อื่นๆ กำลังส่องสว่างเยาะเย้ยความมืดมิด แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนสู่คลินิก เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากฟากฟ้าเหนือหลังคาตึก แรงลมมหาศาลจากการลงจอดฉุกเฉินเป่ากระจัดกระจายเศษซากปรักหักพังให้ปลิวว่อน ไฟสปอตไลท์สีขาวนวลส่องตรงดิ่งทะลุกระจกเข้ามาในห้องตรวจโรค พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษราคาแพงลิบลิ่ว ก้าวลงมาจากเครื่องบินด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและคุ้นเคยกับอำนาจ ธรณินหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่ผ่านแสงไฟสปอตไลท์... รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขาอีกครั้ง เมื่อแขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนี้... กลับเป็นคนสนิทที่สุดของประธานสมาคมฮันเตอร์ผู้ทรงอิทธิพล ที่กุมความลับดำมืดทั้งหมดของการหักหลังเมื่อสามปีก่อน "อ้า... แขกคนสำคัญมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ..." ธรณินพึมพำเบาๆ หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและสะใจไปกับแผนการเอาคืนนี้นะครับ ขอขอบพระคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "หมอเทวะแรงก์ SSS" เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%