ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 10

การตบหน้าที่ไร้เสียง

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"อ้า... แขกคนสำคัญมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ..." ธรณินพึมพำเบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ได้สะท้อนความอบอุ่นแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของพรานล่าสัตว์ที่มองดูเหงื่อกาฬของกวางน้อยซึ่งกำลังเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ ถนนสายธุรกิจใจกลางมหานครเวลานี้ถูกความมغดมิดของยามค่ำคืนกลืนกิน แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่สาดส่องลงมากระทบกับพื้นเปียกชื้นจากละอองฝนโปรยปราย บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงอย่างประหลาด ราวกับห้วงเวลาถูกแช่แข็งด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทปักตราสัญลักษณ์เปลวเพลิงอันเป็นเอกลักษณ์ของ "กิลด์อัคคี" ก้าวเท้าเข้ามาล้อมรอบตัวเขาไว้ทั้งหมดแปดคน อาวุธเวทมนตร์ในมือถูกปลดปล่อยออร่าสังหารออกมาขู่ขวัญ ผู้คนสัญจรไปมาต่างรีบสาวเท้าหนีหายลับไปจากรัศมีร้อยเมตรอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง เนื่องจากชื่อเสียงความโหดเหี้ยมของกิลด์ใหญ่นี้เป็นที่ประจักษ์ดีในหมู่ฮันเตอร์ "แกสินะ... ไอ้สวะคลาส E ที่บังarงขโมยทรัพยากรระดับ S ไปจากคลังสำรองของกิลด์เรา?" หัวหน้าหน่วยจู่โจมพิเศษ นามว่า 'พงศ์' ก้าวออกมาด้านหน้า ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับสูง ดวงตาดุดจ์เหยี่ยวจ้องมองธรณินราวกับมองมดปลวก ใกล้กันนั้น รินรดา ฮันเตอร์สาวดาวรุ่งที่ยืนอยู่เคียงข้างธรณิน ขยับตัวเตรียมชักดาบสั้นคู่ใจออกจากฝักด้วยความกังวลระคนโกรธเกรี้ยว ธรณินยกมือขึ้นห้ามรินรดาเบาๆ เขายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง สองมือล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทีละคนด้วยความรู้สึกเวทนา "ขโมยอย่างนั้นหรือครับ? คำนี้น่าสนใจดีนะ... แต่ถ้าจำไม่ผิด ของพวกนั้นมันคือเศษขยะที่พวกคุณโยนทิ้งให้ผมตอนที่ผมเกือบตายในดันเจี้ยนไม่ใช่หรือครับ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ทว่าทุกคำพูดกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนน่าขนลุก "ปากดีนักนะไอ้สเวร! วันนี้ท่านรองกิลด์มาสเตอร์สั่งมาเด็ดขาดว่าถ้าแกไม่คายพิกัดไอเทมทั้งหมดออกมา... ศพของแกจะไม่ได้แม้แต่จะถูกฝัง!" พงศ์คำรามลั่น ประกายไฟสีส้มพวยพุ่งขึ้นมาจากฝ่ามือของมันสะท้อนกับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม มันคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเพียงฮันเตอร์ไร้ค่าที่มันสามารถบดขยี้ได้ด้วยนิ้วเดียวเหมือนในอดีต รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้าแทน แต่ธรณินกลับแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นแต่มั่นคงทำให้หญิงสาวชะงักไป "พักผ่อนสักครู่เถอะครับรินรดา... การชมการแสดงตลกริมถนนแบบนี้ บางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเองหรอกครับ" ธรณินก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทันใดนั้นเอง... อากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน! *ตูมมมม!* คลื่นพลังงานสีทองอร่ามราวกับเทพเจ้าจุติทะลักทะลายออกจากร่างของธรณินอย่างไร้ขอบเขต มันไม่ใช่แค่แรงกดดันธรรมดา แต่มันคือ "สเตตัสพระเจ้า" แรงโน้มถ่วงรอบตัวเพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า พื้นถนนคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของกลุ่มกิลด์อัคคีแตกละเอียดเป็นรอยร้าวใยแมงมุมในเสี้ยววินาที แรงกดดันระดับ SSS กระแทกเข้าใส่ร่างของพงศ์และลูกน้องทั้งแปดคนอย่างจัง ราวกับมีภูเขาไฟทั้งลูกหล่นทับลงมาบนบ่า! "อึก... อะไรกันวะเนี่ย!?" พงศ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ลมหายใจของมันสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกหวาดกลัวลึกถึงขั้วหัวใจแล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความตาย ฮันเตอร์ระดับ B อย่างมัน กลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดปลวกที่กำลังเผชิญหน้ากับมังกรบรรพกาล! *แอ๊ด... โครม!* เสียงเข่ากระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่น ลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังของพงศ์ทนทานต่อแรงกดดันไม่ไหว ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ดวงตาเหลือกค้างด้วยความตื่นตระหนก ตามด้วยลูกน้องคนอื่นๆ ที่ทยอยทรุดตัวลงคุกเข่าตามกันไปทีละคนอย่างไร้ทางสู้ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวดังระงมไปทั่วบริเวณ พงศ์กัดฟันกรอด พยายามฝืนเกร็งกำลังภายในเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลงไป แต่ยิ่งมันขัดขืน แรงกดดันมหาศาลก็ยิ่งโถมทับลงมาหนักหน่วงขึ้น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังกดหัวมันให้ก้มลงต่ำ "แก... แกเป็นใครกันแน่... นี่มันพลังบ้าอะไรวะ!?" พงศ์เค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด ธรณินก้าวเข้าไปใกล้ชิดเรื่อยๆ รองเท้าหนังราคาแพงหยุดลงตรงหน้าของหัวหน้าหน่วยจู่โจมผู้เคยหยิ่งผยอง เขาก้มมองลงมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "จำผมไม่ได้จริงๆ หรือครับพงศ์... เมื่อสามเดือนก่อน ที่ดันเจี้ยนระดับ A คุณยังเคยถีบผมลงไปในหลุมลาวาเพื่อใช้ผมเป็นเหยื่อล่อให้พวกคุณหนีรอดมาได้เลยนี่ครับ" ธรณินเอ่ยเตือนความจำด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยจิตสังหารที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ชื่อนั้น... เหตุการณ์นั้น... พงศ์เบิกตากว้างจนแทบจะทะลักออกจากเบ้า ความทรงจำสีเทาผุดขึ้นมาในหัว มันจำได้แล้ว! ฮันเตอร์คลาส E ที่มันเคยเหยียบย่ำและคิดว่าตายกลายเป็นขี้เถ้าไปนานแล้ว... คนๆ นี้คือคนเดียวกันอย่างนั้นหรือ!? "เป็น... เป็นไปไม่ได้! แกมันก็แค่ฮันเตอร์ไร้ค่า... ฮีลเลอร์ขยะที่แม้แต่สกิลรักษาขั้นพื้นฐานยังใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!" พงศ์แผดเสียงตะโกนออกมาด้วยความสติแตก ความกลัวกัดกินจิตใจจนมันแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ "นั่นสินะครับ... ในอดีตผมอาจจะเป็นแบบนั้น" ธรณินย่อตัวลงมาเล็กน้อย ให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับพงศ์ที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงกๆ อยู่บนพื้น "แต่ตอนนี้... โลกใบนี้ไม่ได้มีกฎเกณฑ์แบบเดิมอีกต่อไปแล้วล่ะครับ" รอยยิ้มของธรณินปรากฏขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่ทรงพลังจนทำให้รินรดากระทั่งยังต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตะลึง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้พลิกผันชะตากรรมของตัวเองด้วยความรู้สึกทึ่งและศรัทธาอย่างหาที่สุดไม่ได้ พงศ์เนื้อตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัว ความหยิ่งยศในฐานะหน่วยจู่โจมกิลด์ใหญ่มลายหายไปสิ้น เขารู้ตัวแล้วว่าในตอนนี้ ชีวิตของตนเองและลูกน้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย และมีเพียงชายหนุ่มตรงหน้าเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรม มือสั่นเทาของพงศ์เอื้อมออกไป หมายจะควชายเสื้อของธรณินเพื่อร้องขอชีวิต ทว่า... *ฉับพลันนั้นเอง!* เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มกึกก้องอยู่เหนือท้องฟ้า สายลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบول แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสว่างจ้าส่องตรงลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ตัดผ่านความมืดมิดของรัตติกาลอย่างเฉียบคม ธรณินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ประตูเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นล่าสุดถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทธุรกิจราคาแพงก้าวออกมาที่บันไดลิง เธอมองลงมายังเบื้องล่างด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้พงศ์และคนของกิลด์อัคคีสิ้นหวังถึงขีดสุด "นายท่านธรณินครับ... ทางสมาคมฮันเตอร์นานาชาติอนุมัติคำร้องของคุณเรียบร้อยแล้ว กิลด์อัคคีถูกสั่งพักใบอนุญาตอย่างเป็นทางการในวินาทีนี้ครับ" ธรณินหันกลับมามองพงศ์ที่กำลังคุกเข่าอ้าปากค้างด้วยความสิ้นหวัง เขายื่นนามบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้แผ่นหนึ่งลงไปวางตรงหน้าผากของหัวหน้าหน่วยผู้กำลังร้องขอชีวิตอย่างช้าๆ "ถ้าอยากมีชีวิตรอดต่อ... พรุ่งนี้เช้า ให้กิลด์ของคุณเตรียมเงินหนึ่งพันล้านเพื่อมาเจรจากับผมนะครับ" ธรณินสะบัดชายเสื้อแล้วก้าวเดินไปยังทิศทางของแสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ ทิ้งให้พงศ์และลิ่วล้อกิลด์อัคคีจมดิ่งอยู่กับความหวาดกลัวใต้เงาอำนาจที่พวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึง ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของพวกเขา -------------------------------------------------- *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "หมอเทวะแรงก์ SSS" ด้วยกันเสมอนะครับ*
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%