"อ้า... แขกคนสำคัญมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ..."
ธรณินพึมพำเบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ได้สะท้อนความอบอุ่นแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของพรานล่าสัตว์ที่มองดูเหงื่อกาฬของกวางน้อยซึ่งกำลังเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ
ถนนสายธุรกิจใจกลางมหานครเวลานี้ถูกความมغดมิดของยามค่ำคืนกลืนกิน แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่สาดส่องลงมากระทบกับพื้นเปียกชื้นจากละอองฝนโปรยปราย บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงอย่างประหลาด ราวกับห้วงเวลาถูกแช่แข็งด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทปักตราสัญลักษณ์เปลวเพลิงอันเป็นเอกลักษณ์ของ "กิลด์อัคคี" ก้าวเท้าเข้ามาล้อมรอบตัวเขาไว้ทั้งหมดแปดคน อาวุธเวทมนตร์ในมือถูกปลดปล่อยออร่าสังหารออกมาขู่ขวัญ ผู้คนสัญจรไปมาต่างรีบสาวเท้าหนีหายลับไปจากรัศมีร้อยเมตรอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง เนื่องจากชื่อเสียงความโหดเหี้ยมของกิลด์ใหญ่นี้เป็นที่ประจักษ์ดีในหมู่ฮันเตอร์
"แกสินะ... ไอ้สวะคลาส E ที่บังarงขโมยทรัพยากรระดับ S ไปจากคลังสำรองของกิลด์เรา?"
หัวหน้าหน่วยจู่โจมพิเศษ นามว่า 'พงศ์' ก้าวออกมาด้านหน้า ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับสูง ดวงตาดุดจ์เหยี่ยวจ้องมองธรณินราวกับมองมดปลวก ใกล้กันนั้น รินรดา ฮันเตอร์สาวดาวรุ่งที่ยืนอยู่เคียงข้างธรณิน ขยับตัวเตรียมชักดาบสั้นคู่ใจออกจากฝักด้วยความกังวลระคนโกรธเกรี้ยว
ธรณินยกมือขึ้นห้ามรินรดาเบาๆ เขายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง สองมือล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทีละคนด้วยความรู้สึกเวทนา
"ขโมยอย่างนั้นหรือครับ? คำนี้น่าสนใจดีนะ... แต่ถ้าจำไม่ผิด ของพวกนั้นมันคือเศษขยะที่พวกคุณโยนทิ้งให้ผมตอนที่ผมเกือบตายในดันเจี้ยนไม่ใช่หรือครับ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ทว่าทุกคำพูดกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนน่าขนลุก
"ปากดีนักนะไอ้สเวร! วันนี้ท่านรองกิลด์มาสเตอร์สั่งมาเด็ดขาดว่าถ้าแกไม่คายพิกัดไอเทมทั้งหมดออกมา... ศพของแกจะไม่ได้แม้แต่จะถูกฝัง!" พงศ์คำรามลั่น ประกายไฟสีส้มพวยพุ่งขึ้นมาจากฝ่ามือของมันสะท้อนกับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม มันคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเพียงฮันเตอร์ไร้ค่าที่มันสามารถบดขยี้ได้ด้วยนิ้วเดียวเหมือนในอดีต
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้าแทน แต่ธรณินกลับแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นแต่มั่นคงทำให้หญิงสาวชะงักไป
"พักผ่อนสักครู่เถอะครับรินรดา... การชมการแสดงตลกริมถนนแบบนี้ บางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเองหรอกครับ"
ธรณินก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทันใดนั้นเอง... อากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน!
*ตูมมมม!*
คลื่นพลังงานสีทองอร่ามราวกับเทพเจ้าจุติทะลักทะลายออกจากร่างของธรณินอย่างไร้ขอบเขต มันไม่ใช่แค่แรงกดดันธรรมดา แต่มันคือ "สเตตัสพระเจ้า" แรงโน้มถ่วงรอบตัวเพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า พื้นถนนคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของกลุ่มกิลด์อัคคีแตกละเอียดเป็นรอยร้าวใยแมงมุมในเสี้ยววินาที
แรงกดดันระดับ SSS กระแทกเข้าใส่ร่างของพงศ์และลูกน้องทั้งแปดคนอย่างจัง ราวกับมีภูเขาไฟทั้งลูกหล่นทับลงมาบนบ่า!
"อึก... อะไรกันวะเนี่ย!?" พงศ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ลมหายใจของมันสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกหวาดกลัวลึกถึงขั้วหัวใจแล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความตาย
ฮันเตอร์ระดับ B อย่างมัน กลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดปลวกที่กำลังเผชิญหน้ากับมังกรบรรพกาล!
*แอ๊ด... โครม!*
เสียงเข่ากระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่น ลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังของพงศ์ทนทานต่อแรงกดดันไม่ไหว ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ดวงตาเหลือกค้างด้วยความตื่นตระหนก ตามด้วยลูกน้องคนอื่นๆ ที่ทยอยทรุดตัวลงคุกเข่าตามกันไปทีละคนอย่างไร้ทางสู้ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวดังระงมไปทั่วบริเวณ
พงศ์กัดฟันกรอด พยายามฝืนเกร็งกำลังภายในเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลงไป แต่ยิ่งมันขัดขืน แรงกดดันมหาศาลก็ยิ่งโถมทับลงมาหนักหน่วงขึ้น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังกดหัวมันให้ก้มลงต่ำ
"แก... แกเป็นใครกันแน่... นี่มันพลังบ้าอะไรวะ!?" พงศ์เค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด
ธรณินก้าวเข้าไปใกล้ชิดเรื่อยๆ รองเท้าหนังราคาแพงหยุดลงตรงหน้าของหัวหน้าหน่วยจู่โจมผู้เคยหยิ่งผยอง เขาก้มมองลงมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
"จำผมไม่ได้จริงๆ หรือครับพงศ์... เมื่อสามเดือนก่อน ที่ดันเจี้ยนระดับ A คุณยังเคยถีบผมลงไปในหลุมลาวาเพื่อใช้ผมเป็นเหยื่อล่อให้พวกคุณหนีรอดมาได้เลยนี่ครับ" ธรณินเอ่ยเตือนความจำด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยจิตสังหารที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
ชื่อนั้น... เหตุการณ์นั้น... พงศ์เบิกตากว้างจนแทบจะทะลักออกจากเบ้า ความทรงจำสีเทาผุดขึ้นมาในหัว มันจำได้แล้ว! ฮันเตอร์คลาส E ที่มันเคยเหยียบย่ำและคิดว่าตายกลายเป็นขี้เถ้าไปนานแล้ว... คนๆ นี้คือคนเดียวกันอย่างนั้นหรือ!?
"เป็น... เป็นไปไม่ได้! แกมันก็แค่ฮันเตอร์ไร้ค่า... ฮีลเลอร์ขยะที่แม้แต่สกิลรักษาขั้นพื้นฐานยังใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!" พงศ์แผดเสียงตะโกนออกมาด้วยความสติแตก ความกลัวกัดกินจิตใจจนมันแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
"นั่นสินะครับ... ในอดีตผมอาจจะเป็นแบบนั้น" ธรณินย่อตัวลงมาเล็กน้อย ให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับพงศ์ที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงกๆ อยู่บนพื้น "แต่ตอนนี้... โลกใบนี้ไม่ได้มีกฎเกณฑ์แบบเดิมอีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
รอยยิ้มของธรณินปรากฏขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่ทรงพลังจนทำให้รินรดากระทั่งยังต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตะลึง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้พลิกผันชะตากรรมของตัวเองด้วยความรู้สึกทึ่งและศรัทธาอย่างหาที่สุดไม่ได้
พงศ์เนื้อตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัว ความหยิ่งยศในฐานะหน่วยจู่โจมกิลด์ใหญ่มลายหายไปสิ้น เขารู้ตัวแล้วว่าในตอนนี้ ชีวิตของตนเองและลูกน้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย และมีเพียงชายหนุ่มตรงหน้าเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรม
มือสั่นเทาของพงศ์เอื้อมออกไป หมายจะควชายเสื้อของธรณินเพื่อร้องขอชีวิต ทว่า...
*ฉับพลันนั้นเอง!*
เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มกึกก้องอยู่เหนือท้องฟ้า สายลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบول แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสว่างจ้าส่องตรงลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ตัดผ่านความมืดมิดของรัตติกาลอย่างเฉียบคม
ธรณินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
ประตูเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นล่าสุดถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทธุรกิจราคาแพงก้าวออกมาที่บันไดลิง เธอมองลงมายังเบื้องล่างด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้พงศ์และคนของกิลด์อัคคีสิ้นหวังถึงขีดสุด
"นายท่านธรณินครับ... ทางสมาคมฮันเตอร์นานาชาติอนุมัติคำร้องของคุณเรียบร้อยแล้ว กิลด์อัคคีถูกสั่งพักใบอนุญาตอย่างเป็นทางการในวินาทีนี้ครับ"
ธรณินหันกลับมามองพงศ์ที่กำลังคุกเข่าอ้าปากค้างด้วยความสิ้นหวัง เขายื่นนามบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้แผ่นหนึ่งลงไปวางตรงหน้าผากของหัวหน้าหน่วยผู้กำลังร้องขอชีวิตอย่างช้าๆ
"ถ้าอยากมีชีวิตรอดต่อ... พรุ่งนี้เช้า ให้กิลด์ของคุณเตรียมเงินหนึ่งพันล้านเพื่อมาเจรจากับผมนะครับ"
ธรณินสะบัดชายเสื้อแล้วก้าวเดินไปยังทิศทางของแสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ ทิ้งให้พงศ์และลิ่วล้อกิลด์อัคคีจมดิ่งอยู่กับความหวาดกลัวใต้เงาอำนาจที่พวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึง ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของพวกเขา
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "หมอเทวะแรงก์ SSS" ด้วยกันเสมอนะครับ*
ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 10
การตบหน้าที่ไร้เสียง
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!