ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 11

เปิดฉากสงครามการค้าดันเจี้ยน

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นแบล็กฮอกก์ทหารรับจ้างก้องกังวานทำลายความเงียบงันของผืนป่ารัตติกาล แรงลมมหาศาลพัดจนฝุ่นตลบอบอวล ทว่าธรณินกลับก้าวเดินผ่านกลุ่มควันนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับพญาอินทรีที่กำลังร่อนลงสู่บัลลังก์ของตนเอง ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทไม่ได้ชายตามองซากความพินาศของดันเจี้ยนระดับ A ที่เพิ่งผ่านพ้นไปแม้แต่น้อย สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองไปยังเบื้องหน้า—เป้าหมายใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าและสั่นคลอนรากฐานของสมาคมฮันเตอร์ทั้งประเทศกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว "ท่านธรณินครับ เอกสารการประกาศถอนตัวออกจากกิลด์อัคคีอย่างเป็นทางการ รวมถึงการยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสี่พันล้านเครดิตถูกส่งไปยังโต๊ะของประธานกسกรเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงรายงานจากรินรดา ฮันเตอร์สาวดาวรุ่งที่ยืนเคียงข้างดังขึ้น เธอไม่ได้สวมชุดเกราะโลหะซอมซ่อเหมือนวันที่พวกเขาถูกขับไล่อีกต่อไป ร่างระหงอยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีไวน์แดงสะท้อนภาพลักษณ์ของรองประธานกลุ่มบริษัทการค้าไท탄—องค์กรเบื้องหลังที่เพลิงอำนาจของธรณินเพิ่งเข้าซื้อกิจการมาหมาดๆ ธรณินยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ปกليบหัวไหล่เบาๆ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนประกายแสงสีฟ้าจางๆ ของระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ที่ยังคงรันสถานะการเติบโตอย่างต่อเนื่อง "ดีมาก... สี่พันล้านนั่นเป็นเพียงแค่ดอกเบี้ยเบื้องต้นเท่านั้น รินรดา" ธรณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม "พวกมันคิดว่าการขับไล่ฮีลเลอร์คลาส E ที่ไร้ค่าออกไป จะทำให้กิลด์อัคคีผูกขาดตลาดดันเจี้ยนได้ตลอดกาล... แต่พวกมันคงลืมไปว่า มือที่เคยรักษาอาการบาดเจ็บให้พวกมันจนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ก็คือมือคู่เดียวกันนี้แหละที่จะกระชากพวกมันลงมาเหยียบตม" บรรยากาศในห้องประชุมลับชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางมหานครอัดแน่นไปด้วยความกดดัน ประธานกسกรผู้ทรงอิทธิพลแห่งกิลด์อัคคี กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าบูดบึ้ง แก้วไวน์ราคาแพงในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อข่าวกรองล่าสุดถูกส่งมาตรงหน้า "แกพูดว่าอะไรนะ! ธรณินเนี่ยนะฟ้องร้องกิลด์เรา? แถมยังซื้อหนี้สินทั้งหมดของตระกูลเราไว้ในกำมืออีก?!" ประธานกسกรตบโต๊ะไม้สักทองเสียงดังลั่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก Ли่วล้อระดับสูงในห้องต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหนุ่มที่พวกเคยใช้เป็นเพียง "กระสอบทราย" และ "เครื่องมือชุบชีวิต" ในดันเจี้ยน จะพลิกกลับมาถือไพ่เหนือกว่าในชั่วข้ามคืน "ท่านครับ... ตอนนี้หุ้นของกิลด์อัคคีในตลาดหลักทรัพย์กำลังร่วงดิ่งลงเหว มีปริมาณคำสั่งซื้อปริศนากว้านซื้อหุ้นของเรากว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสิบนาที! ผู้ถือหุ้นใหญ่กำลังเทขาย และ... และคนที่อยู่เบื้องหลังกองทุนลึกลับนั้นก็คือ..." เลขานุการส่วนตัวละลำละลักพูดด้วยใบซีดเผือก "ใครวะ! บอกชื่อมันมา!" ประธานกسกรคำรามลั่นเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ธ... ธรณิน ครับ" สิ้นเสียงนั้น ประโยคคำสั่งเด็ดขาดก็ดังแทรกขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างสูงสง่าของธรณินก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดระดับ S-Rank สองคนยืนคุมเชิงอย่างน่าเกรงขาม "ไม่ต้องเสียเวลาหาหรอกครับท่านประธาน... ผมมานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว" ธรณินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว เขาวางแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคนราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย ประธานกسกรกัดฟันกรอด จ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความเคียดแค้น "ไอ้สวะ... แกกล้าดียังไงมาเหยียบที่นี่ คิดว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำอะไรกิลด์อัคคีก็ได้งั้นเหรอ? แกมันก็แค่ฮีลเลอร์ชั้นต่ำที่พึ่งพาบารมีคนอื่น!" ธรณินไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายกมุมปากขึ้นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ชายหนุ่มประสานมือไว้บนตักแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย "ฮีลเลอร์ชั้นต่ำงั้นหรือครับ? น่าขันเสียจริง... ถ้าไม่มี 'ฮีลเลอร์ชั้นต่ำ' คนนี้คอยดึงพวกคุณออกจากปากเหวในดันเจี้ยนระดับ S เมื่อสามเดือนก่อน ป่านนี้ซากกระดูกของพวกคุณคงฝังอยู่ใต้กองดินไปนานแล้ว และที่สำคัญ..." ธรณินหรี่ตามองชายวัยกลางคนผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความสมเพช "หนี้สินสามหมื่นล้านที่กิลด์อัคคีไปกู้ยืมมาจากธนาคารใต้ดิน เพื่อใช้ประมูลไอเทมระดับพระเจ้าเมื่อเดือนก่อน... ตอนนี้สัญญาเงินกู้ทั้งหมดอยู่ในมือของผมแล้วนะครับ" ใบหน้าของประธานกسกรถอดสีทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก มือที่ถือแก้วไวน์สั่นเทาจนของเหลวสีแดงฉานหกเลอะเทอะเต็มโต๊ะ ความมั่นใจและอำนาจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อตระหนักได้ว่าชะตากรรมของตนและกิลด์อัคคีถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายภายใต้อุ้งมือของคนที่ตนเคยเหยียดหยาม "แก... แกต้องการอะไร..." ประธานกسกรเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก ศักดิ์ศรีทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ธรณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจAเย็น สายตาคมปลาบกวาดมองผู้บริหารระดับสูงทุกคนที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันกลั่นแกล้งเขาในอดีต ซึ่งตอนนี้ต่างพากันก้มหน้าคุดคู้อย่างน่าสมเพช "สิ่งที่ผมต้องการน่ะเหรอครับ..." ธรณินเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายอำมหิต "มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น... เตรียมตัวคุกเข่าลงแล้วส่งมอบทุกอย่างที่คุณมีให้ผมได้เลยครับ" ทว่า ในวินาทีที่ธรณินกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุม เสียงแจ้งเตือนปริศนาก็ดังขึ้นจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธรณินต้องชะงักงัน— *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดระบบจากบุคคลภายนอก 'ฮีลเลอร์เงา' ที่ถูกลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์เมื่อสิบปีก่อน กำลังเคลื่อนไหวในเขตพื้นที่เป้าหมายของคุณ... และเป้าหมายแรกของมันคือ 'รินรดา']* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอเทวะแรงก์ SSS" ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%