เสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความเงียบงันอันน่าขนลุกจะแผ่ขยายไปทั่วบริเวณปากทางเข้าดันเจี้ยนระดับ S หน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์ทั่วทั้งเมืองหลวงที่เคยดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุเมื่อครู่ บัดนี้กลับสว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมกัน ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอไม่ใช่ประกาศแจ้งเตือนภัยปกติ หากแต่เป็นข้อความสีแดงฉานกระพริบถี่ระรัว
*“ดันเจี้ยนเขาวงกตมรณะ ถูกเคลียร์โดยปาร์ตี้ไร้ชื่อ... เวลาในการเคลียร์: 12 นาที 45วินาที”*
ความโกลาหลระเบิดขึ้นในชั่วพริบตา เหล่าฮันเตอร์ระดับสูงและเจ้าหน้าที่สมาคมที่ปักหลักรอรับความพินาศอยู่ด้านนอกต่างอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแทบถล่นออกจากเบ้า ไม่มีใครเชื่อสายตาตัวเอง ดันเจี้ยนที่แม้แต่กิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งยังต้องสูญเสียกำลังพลไปครึ่งค่อน กลับถูกพิชิตภายในเวลาสั้นยิ่งกว่าการดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว
ทว่า ท่ามกลางความอลหม่านนั้น ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังปาฏิหาริย์นี้กำลังก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันสีเทาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและไร้ซึ่งเสียง
ธรณินกวาดสายตาคมกริบมองบรรยากาศรอบตัวภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท ลมหายใจของเขาเข้าออกสม่ำเสมอ ร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทรยศและขับไล่ไสส่ง บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ทุกย่างก้าวที่เขาสกิดพื้นคอนกรีต แรงกดดันระดับพระเจ้าจากสเตตแฝงเร้นก็แผ่ซ่านออกไปจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
[ติ๊ง! ยืนยันการออกจากดันเจี้ยนเสร็จสิ้น]
[ระบบทำการดูดซับแก่นแท้บอสระดับราชันย์สำเร็จ เลเวลของผู้ถือครองพุ่งทะยานสู่ เลเวล 150!]
[ท่านได้รับไอเทมระดับตำนาน: "สร้อยคอแห่งจักรพรรดิโลหิต" (เพิ่มอัตราการฟื้นฟู 1,000% และสะท้อนดาเมจ 50%)]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ดังขึ้นในหัวอย่างต่อเนื่อง ธรณินไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นเต้นแม้แต่น้อย ความเยือกเย็นฉายชัดบนใบหน้าคมคาย สำหรับเขา เลเวล 150 หรือไอเทมระดับตำนานเหล่านี้ เป็นเพียงแค่ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่พวกมันต้องชดใช้เท่านั้น
"คุณธรณิน..."
เสียงหวานคุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาก้าวเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าตื่นตะลึงระคนโล่งอก ดวงตาคู่สวยมองสำรวจร่างของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เธอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทรงพลังเสียจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เราปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดปากความคุ้นเคยเดิมออกไป แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เธอก็รู้ทันทีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ฮีลเลอร์คลาส E ที่ยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้ว
"ปลอดภัยแล้วครับรินรดา" ธรณินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามในคราวเดียวกัน "และหลังจากนี้... จะมีคนอีกหลายคนที่ต้องสูญเสียความปลอดภัยไปตลอดกาล"
เพล้ง!
เสียงฝีเท้าของกลุ่มเจ้าหน้าที่สมาคมกิลด์พยัคฆ์คำรามวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ นำโดย "อิทธิพล" หัวหน้าฝ่ายประเมินผลผู้เคยเหยียดหยามธรณินจนไม่เหลือชิ้นดี ใบหน้าของอิทธิพลซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นว่าผู้ที่เดินออกมาจากดันเจี้ยนระดับ S คือไอ้สวะที่เขาเพิ่งไล่ออกไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
"แก... แกทำได้ยังไง! แกมันแค่ฮีลเลอร์ไร้ค่า!" อิทธิพลแผדเสียงตะคอกกลบเกลื่อนความกลัว นิ้วที่ชี้มายังธรณินสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "สารภาพมานะว่าขโมยข้อมูลหรือใช้ไอเทมโกงอะไรเข้าไ-- อั่ก!"
ยังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง ร่างของอิทธิพลก็ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับมีภูเขาขนาดยักษ์กดทับลงบนบ่า ธรณินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย นิ้วมือเพียงแค่กระดิกเบาๆ แรงดันวิญญาณระดับเทพเจ้าก็บดขยี้กระดูกสันหลังของอีกฝ่ายจนส่งเสียงลั่นน่าสยดสยอง
"ปากดีขึ้นนี่ครับ... อิทธิพล" ธรณินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเสียงเคาะโลงศพของอีกฝ่าย "จำวันที่คุณเหยียบเอกสารขอเบิกยาของผมได้ไหมครับ? วันนั้นคุณบอกว่าสวะอย่างผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจร่วมห้องกับพวกมัน"
"อ๊ากกก! ปล่อย... ปล่อยผม! ผมขอร้อง!" อิทธิพลกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับ ใบหน้าแนบชิดพื้นคอนกรีตอย่างหมดสภาพ ความหยิ่งผยองทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา
รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอย่อมสะใจที่คนชั่วได้รับบทเรียน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็สัมผัสได้ถึงความมืดมิดที่ลึกล้ำในตัวของธรณิน ชายหนุ่มคนนี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ความแค้นได้หล่อหลอมให้เขาคายพิษสงออกมาอย่างไร้ความปรานี
ธรณินย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของอิทธิพลให้เงยขึ้นมาสบตากัน รอยยิ้มเยдяหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน
"โลกใบนี้มันโหดร้ายกับคนอ่อนแอเสมอครับ... แต่โชคดีที่ตอนนี้ ผมไม่ใช่คนอ่อนแออีกต่อไปแล้ว"
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ทหารขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มเหนือท้องฟ้า แรงลมพายุหมุนตีระลอกคลื่นฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ฮันเตอร์นับร้อยชีวิตต่างหันไปมองเป็นตาเดียว รถหุ้มเกราะสีดำสนิทนับสิบคันพุ่งแหวกฝูงชนเข้ามาจอดสนิทล้อมรอบจุดที่พวกเขายืนอยู่
ประตูรถหุ้มเกราะคันกลางเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ปักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลผู้ทรงอิทธิที่สุดในประเทศ ตามด้วยบอดี้การ์ดนับสิบที่ก้มศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อม
ชายชราก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าธรณิน ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ณ ที่นั้น
"นายท่าน... ทางเราเตรียมทุกอย่างตามที่ท่านสั่งไว้เสร็จสิ้นแล้วครับ" เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจกล่าวขึ้น "บัญชีลับของกิลด์พยัคฆ์คำรามถูกอายัดทั้งหมด และตอนนี้... ทรัพย์สินทั้งหมดของพวกมัน ตกเป็นของท่านเรียบร้อยแล้วครับ"
ธรณินแย้มยิ้มรับความภักดีนั้น ก่อนจะหันกลับมามองอิทธิพลที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังขั้นสุดยอด
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ ซะแล้วล่ะครับ"
รี้ดเดอร์ที่รักครับ เตรียมตัวรับแรงกระแทกในตอนต่อไปให้ดี เพราะความบันเทิงที่สะใจกว่านี้กำลังจะมาเยือนพวกมันแล้วครับ!
ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 4
ก้าวแรกสู่อิสรภาพ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!