กลิ่นอายความอับชื้นของคราบเลือดแห้งกรังและสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วห้องรับรองVIPของสมาคมฮันเตอร์ ทว่ามันกลับไม่ระคายเคืองจมูกของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้แม้แต่น้อย ธรณินวางแก้วกาแฟดำที่ส่งไอความร้อนจางๆ ลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบกันเบาๆ สะท้อนก้องในความเงียบงันที่ถูกจงใจสร้างขึ้นเพื่อกดดันผู้สนทนา
ตรงข้ามกับเขา รินรดา ฮันเตอร์สาวดาวรุ่งแห่งกิลด์อัคคีครามกำลังนั่งหลังตรง สายตาคมกริบที่มักใช้ประเมินมอนสเตอร์ระดับสูงในดันเจี้ยน บัดนี้กลับทอดมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
"คุณธรณิน... น่าจะรู้ใช่ไหมครับว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำชวนเล่นๆ" ธรณินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอไม่ได้หวาดกลัว แต่ความกดดันแผ่ออกมาจากร่างของอดีตฮีลเลอร์คลาส E ที่เคยถูกเหยียบย่ำผู้นี้ มันช่างแตกต่างจากชายหนุ่มคนเดิมราวฟ้ากับเหว ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่มองโลกราวกับมันเป็นเพียงกระดานหมากรุกที่เขาถือสิทธิ์ขาดในการควบคุม
"ฉันรู้ค่ะ... เอ่อ ผมหมายถึง ฉันรู้ดีว่าคุณธรณินไม่ใช่คนที่จะยอมเสียเวลาให้กับการล่าสมบัติไร้สาระ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการเมื่อเห็นมุมปากของธรณินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"ดันเจี้ยนรกร้างเขต 7" รินรดาเลื่อนแฟ้มข้อมูลสีดำสนิทที่มีตราประทับลับสุดยอดมาตรงหน้าธรณิน "ไม่มีกิลด์ไหนสนใจ เพราะมันถูกประเมินว่าเป็นโซนตายที่เคลียร์ไม่ผ่านตั้งแต่ยุคบุกเบิก ข้อมูลในระบบบอกว่าเป็นดันเจี้ยนร้างไร้ค่า... แต่แหล่งข่าววงในของฉันยืนยันว่า มันคือรังเก็บ ‘ศิลาปฐมภูมิ’ แหล่งพลังงานดิบที่สามารถยกระดับสเตตัสข้ามขีดจำกัดได้"
ธรณินยังคงไม่แตะต้องแฟ้มนั้น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในหัว
"แล้วทำไมต้องเป็นผม?" ธรณินเงยหน้าขึ้นสบตา "ฮันเตอร์ระดับ S ในสังกัดของคุณมีตั้งหลายคน ทำไมถึงต้องลากฮอรัสผู้ไร้ค่าคนนี้ลงไปเสี่ยงตายด้วย"
"เพราะคนพวกนั้นไว้ใจไม่ได้" รินรดาตอบทันควัน น้ำเสียงเจือความขมขื่นอย่างปิดไม่มิด "กิลด์ใหญ่ไม่ได้ต้องการผู้ร่วมทีม พวกเขาต้องการแค่เครื่องมือใช้งานแล้วทิ้ง... เหมือนที่คุณเคยโดนหักหลังที่ดันเจี้ยนอสูรเงาเมื่อปีก่อนไงครับ"
ประโยคสุดท้ายทำให้ธรณินชะงักไปชั่วพริบตา แววตาสีดำสนิทไหววูบคล้ายผิวน้ำยามถูกโยนก้อนหินลงไป ภาพความทรงจำอันเน่าเฟะที่เขาถูกเพื่อนร่วมทีมถีบลงไปให้ฝูงอสูรฉีกร่าง เพื่อให้พวกมันหนีรอด
ภาพของความอ่อนแอ ความสิ้นหวัง และเสียงหัวเยาะเย้ยหยัน... สิ่งเหล่านั้นได้ตายไปพร้อมกับตัวตนเก่าในวันนั้นแล้ว
"คุณกำลังใช้ความแค้นส่วนตัวของผมมาเป็นเครื่องมือต่อรองสินะครับ" ธรณินโน้มตัวไปข้างหน้า รัศมีกดดันระดับ SSS ที่ถูกสะกดไว้ภายใต้สเตตัสปลอมทะลักออกมาวูบหนึ่ง จนรินรด้ารู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอ
"เปล่าเลย... ฉันไม่ได้ใช้คุณ แต่ฉันกำลัง ‘ขอร้อง’ ให้คุณไปเหยียบย่ำพวกมันให้จมดินต่างหาก" รินรดาไม่มีทีท่าถอยหนี เธอยืดอกสู้สายตา คลื่นความมุ่งมั่นในแววตาของหญิงสาวช่างน่าสนใจเสียจนธรณินต้องยอมรับในใจ
รินรดารู้ดีว่า หัวหน้ากิลด์คนปัจจุบันที่เคยร่วมมือกันหักหลังธรณิน กำลังจะจัดตั้งทีมสำรวจดันเจี้ยนเขต 7 เป็นปฏิบัติการลับเพื่อกอบกู้ชื่อเสียง และเธอก็ต้องการล้างบางพวกมันให้สิ้นซากเช่นกัน
เงียบไปนานนับนาที ในที่สุดธรณินก็หัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหבריດและเย็นเยียบจนน่าขนลุก
"น่าสนใจ..." ธรณินหยิบแฟ้มข้อมูลขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ สายตาคมกวาดมองตัวเลขและผังดันเจี้ยนที่คนธรรมดาคงอ่านไม่เข้าใจ ก่อนจะปิดฉับลง "ผมตกลง... แต่มีข้อแม้"
"ว่ามาเลยครับ!" รินรดาตาเป็นประกาย
"ทุกอย่างในดันเจี้ยนนั้น ไม่ว่าจะเป็นศิลาปฐมภูมิ หรือสมบัติชิ้นไหนก็ตาม... ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผมแต่เพียงผู้เดียว และที่สำคัญที่สุด..." ธรณินเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "เมื่อเราเจอพวกมันในนั้น... ห้ามใครฆ่าพวกมันก่อนที่ผมจะ ‘รักษา’ อาการป่วยของพวกมันให้หายดี"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองรอยยิ้มของธรณินในตอนนี้แล้วตระหนักได้ทันทีว่า... ความตายในดันเจี้ยนนั้นยังปรานีเกินไปสำหรับคนที่กล้าหาเรื่องหมอเทวะผู้นี้
"ตกลงตามนั้น..." รินรดารับคำ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยจากความหวาดกลัวที่ผสมผสานกับความสะใจลึกๆ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบลับในหัวของธรณินก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าต่างสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ระบบตรวจสอบภารกิจเฉพาะกิจ: ชำระแค้นเลือดล้างเลือด]
[เป้าหมาย: กำจัดปาร์ตี้ทรยศในดันเจี้ยนเขต 7]
[รางวัล: ปลดล็อกสกิลฮีลขั้นสูงสุด 'หัตถ์พิพากษาเทพ']
ธรณินปัดหน้าต่างระบบทิ้งด้วยปลายนิ้วอย่างไร้ใยดี ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินขึ้นมาวางกระแทกบนโต๊ะเพื่อชำระค่ากาแฟ
"เตรียมตัวให้พร้อม... อีกสามวัน เราจะไปทวงหนี้เลือดกัน"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบรับ ประตูห้องรับรองVIPก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง สวมนาฬิกาเรือนละหลายสิบล้านก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นรินรดานั่งอยู่กับอดีตฮีลเลอร์ขยะ
"รินรดา! เธอกล้าดียังไงมานั่งลับลมคมในกับไอ้สวะเศษเดนคลาส E คนนี้!"
เสียงตะคอกก้องของ 'กวิน' รองหัวหน้ากิลด์อัคคีครามดังลั่นห้อง ธรณินไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาใหม่ เขายังคงจิบกาแฟที่เหลืออยู่ในแก้วด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับกวินเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าที่ปลิวมาติดรองเท้า
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางอันมืดมนแต่สะใจนี้ด้วยดีเสมอมาครับ - หมอเทวะแรงก์ SSS
ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 6
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ลง
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!