"ถ้าพวกแกคิดว่าความตายคือการลงทัณฑ์สูงสุด... แกคงประเมินคำว่า 'นรก' ต่ำเกินไปแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันระดับราชาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของดันเจี้ยนระดับ S พื้นหินแกรนิตสีดำสั่นสะเทือน เลือดสีดำคล้ำของบอสอสูร 'ราชันมังกรทมิฬ' ไหลนองท่วมพื้นจนเกิดเป็นภาพสะท้อนของความตาย
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตะลึงพรเพริด แม้เธอจะรู้ว่าธรณินแข็งแกร่งเพียงใด แต่สิ่งที่เขาเพิ่งแสดงออกมาเมื่อครู่... มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่มันคือการ 'พิพากษา'
ย้อนกลับไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว บอสราชันมังกรทมิฬคำรามลั่นจนผนังดันเจี้ยนร้าวราน มันปลดปล่อยพลังคลื่นมังกรคลั่งที่กวาดล้างปาร์ตี้ฮันเตอร์ระดับ A จนกระเด็นกระดอน เลือดสาดกระจาย เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระդม ฮันเตอร์หลายคนสิ้นสภาพ นอนรอความตายอย่างหมดทางเลือก
ทว่า ธรณินกลับยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าอสูรยักษ์ ร่างกายของเขาไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
"ฮีลเลอร์ขยะอย่างแกจะไปทำอะไรได้! หนีไปซะ!" หัวหน้ากิลด์อัคคีทมิฬตะโกนสุดเสียง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยว ทั้งที่เขากับคนในกิลด์เคยเหยียดหยามและขับไล่ธรณินออกไปอย่างไม่ใยดีเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ตอนนี้กลับต้องมาพึ่งพาไอ้เศษสวะที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำ
ธรณินชายตามองฮันเตอร์ผู้ arrogant คนนั้นด้วยหางตา แววตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความเห็นใจ เปรียบเสมือนเทพเจ้าผู้เมินเฉยต่อมดปลวก
"คำว่าขยะ... เก็บไว้ใช้ตอนที่พวกแกกราบเท้าขอชีวิตดีกว่านะครับ"
ธรณินสะบัดมือขวาเบาๆ อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ทำงานด้วยความเร็วดุจสายฟ้า หน้าต่างสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนในจิตสำนึกของเขา
*[แจ้งเตือนระบบหมอเทวะ SSS: เปิดใช้งานสกิลลับ - 'ย้อนศรชีวา (Reverse Vitality)'[*
*[คุณสมบัติ: เปลี่ยนแปลงพลังงานฟื้นฟู (Heal) ให้กลายเป็นพลังงานทำลายล้างขั้นสุดยอด (Absolute Destruction) 100 เท่าตามปริมาณมานาที่ปลดปล่อย]*
รatคานของมานาพุ่งทะยานจนเกิดเป็นพายุหมุนสีทองเข้มล้อมรอบตัวธรณิน แรงกดดันมหาศาลกดทับจนฮันเตอร์ที่นอนเจ็บอยู่ถึงกับกระอักเลือดซ้ำ รินรดายกมือขึ้นบังลมพายุที่โหมกระหน่ำ หัวใจของเธอเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่นปนตื่นตะลึง พลังนี้มัน... มันเหนือกว่าสามสามัญสำนึกของโลกใบนี้ไปไกลลิบลับ!
ราชันมังกรทมิฬสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต มันอ้าปากกว้าง พ่นเปลวเพลิงสีดำสนิทเข้าใส่ธรณินหมายจะเผาให้เป็นจุล
"สายไปแล้วครับ"
ธรณินเอ่ยเสียงเบา มือเรียวยาวดุจศิลปินยื่นออกไปตรงหน้า สกิลฮีลระดับพระเจ้าถูกสาดออกไปราวกับสายฝนสีทองบริสุทธิ์ แต่ทว่า... ทันทีที่แสงสีทองสัมผัสกับเปลวเพลิงสีดำ พลังงานทั้งสองก็เกิดปฏิกิริยารุนแรงจนเกิดระเบิดกลางอากาศ
*ตูมมมมมมม!*
คลื่นกระแทกสะท้อนก้อง ดันเจี้ยนสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลาย แสงสีทองสว่างวาบจนทุกคนต้องหลับตา ทว่าสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือภาพที่ไม่มีใครคาดคิด
แสงสีทองไม่ได้รักษาอสูร แต่กลับพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างของราชันมังกรทมิฬจากภายใน เซลล์ทุกเซลล์ของมันถูกกระตุ้นให้ฟื้นฟูด้วยความเร็วสูงจนเกินขีดจำกัด มากเกินไป... มากจนร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นและระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีดำและเศษเนื้อกระจายเกลื่อนพื้น ดาบแห่งการฮีลในมือของธรณินถูกใช้เป็นอาวุธสังหารที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ฮันเตอร์
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเหล่าฮันเตอร์ที่รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด
ธรณินก้าวเดินผ่านกองเลือดด้วยรองเท้าหนังขัดเงาไร้รอยเปื้อน เขาหยุดยืนตรงหน้าหัวหน้ากิลด์อัคคีทมิฬที่กำลังตัวสั่นเทา คลานถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงมองชายหนุ่มราวกับเห็นปีศาจในคราบมนุษย์
"ทะ... ธรณิน... นาย... นายทำอะไรลงไป..." เสียงนั้นสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ผมก็แค่ทำหน้าที่ของฮีลเลอร์ไงครับ" ธรณินย่อตัวลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น แต่มันช่างเยียบเย็นเสียจนหัวหน้ากิลด์ผู้นั้นหัวใจแทบหยุดเต้น "ฮีลให้พวกคุณหายเจ็บปวด... และฮีลให้เจ้าอสูรตัวนั้นแตกดับไปตลอดกาลไงครับ"
"โปรด... เมตตา... ช่วยชีวิตฉันด้วย..." หัวหน้ากิลด์ละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คุกเข่าโขกหัวลงกับพื้นรองเท้าของธรณิน น้ำตานองหน้าด้วยความสิ้นหวัง
ธรณินมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียเฉย เขาค่อยๆ หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงิน ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น แสงไฟจากคริสตัลในดันเจี้ยนสะท้อนกับผิวบัตรจนเกิดประกายวาววับ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบเศรษฐกิจระดับโลกจะดังขึ้นในโทรศัพท์มือถือของฮันเตอร์ทุกคนในบริเวณนั้น
*ติ๊ง!*
*[แจ้งเตือน: บัญชีของคุณถูกซื้อกิจการโดย 'ทรัพยากรธรณินโฮลดิ้ง' ทั้งหมดในราคา 1 เครดิต และขณะนี้คุณกลายเป็นบุคคลล้มละลายอย่างสมบูรณ์]*
หัวหน้ากิลด์อัคคีทมิฬเบิกตากว้างค้างเติ่ง ล้มพับลงหมดสติไปทันทีเมื่อรู้ว่าอาณาจักรที่ตนสร้างมาทั้งชีวิตถูกซื้อและทำลายด้วยการรูดบัตรเพียงครั้งเดียว
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ธรณิน ดวงตาของเธอยังคงฉายแววทึ่งไม่หาย เธอกำลังจะเอ่ยปากถามบางอย่าง แต่ทว่า...
จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยคู่ดังสะท้อนมาจากทางเข้าดันเจี้ยนชั้นลึกที่ควรจะถูกปิดตาย เงาร่างนับสิบปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับสัญลักษณ์ตราประทับรูป 'กางเขนเลือด' บนเสื้อคลุมสีดำสนิท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่รัฐบาลฮันเตอร์หวาดกลัวที่สุด—'สภาเงาเทวะ'
"ไม่เลวเลยนี่ เจ้าฮีลเลอร์คลาส E ที่ทางการตามหา... ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'หมอเทวะแรงก์ SSS' สินะ" เสียงแหบพร่าลึกลับดังขึ้นจากเงาดำ พร้อมกับร่างของชายชราสวมหน้ากากเงินที่ก้าวออกมาขวางทางออกทั้งหมดไว้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 14
พลังที่แท้จริงของหมอเทวะ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!