“เอกสารสัญญากับพอร์ตโฟลิโอพวกนี้... คุณกล้าเอามาวางบนโต๊ะทำงานฉันได้ยังไง ในเมื่อโปรเจกต์นี้มันหมายถึงชื่อเสียงของบริษัททั้งเครือ?”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้นก้องห้องประชุมใหญ่ สไตล์การกดดันของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรคิมหันต์กรุ๊ปไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะเมื่อร่างสูงโปร่งของ ‘ธีรภัทร’ หรือเต็นท์ยืนไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตพราวระยับด้วยความมั่นใจ ไม่ได้มีแววหวาดกลัวต่อรัศมีคุกคามนั้นเลยแม้แต่น้อย
เต็นท์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะทำงานกระจกใสที่สะท้อนภาพใบหน้าบึ้งตึงของ ‘คิมหันต์’ ผู้ชายปากร้ายที่ซ่อนความห่วงใยไว้ใต้ท่าทีดุๆ เสมอ
“ก็เพราะมันหมายถึงชื่อเสียงของบริษัทไงคะ ท่านประธานถึงควรจะเปิดใจดูให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่เอาแต่อคติบังตาจนมองไม่เห็นความตั้งใจของฉัน” เต็นท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงใสแต่เฉียบคมบาดลึก “อีกอย่าง... ฉันไม่ได้เอาพอร์ตนี่มาให้คุณอนุมัติเพราะความสงสาร แต่เอามาตบหน้าคนที่เคยสบประมาทต่างหากล่ะคะ”
คิมหันต์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่วันนี้อยู่ในชุดสูทเข้ารูปดูเป็นมืออาชีพ แต่ดื้อรั้นและยั่วเย้าสายตาเขาได้ในเวลาเดียวกัน ลับหลังความดุเดือดเมื่อครู่ หัวใจของท่านประธานหนุ่มกลับเต้นผิดจังหวะด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู มือหนาที่ถือแฟ้มผลงานสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะพยายามกลั้นยิ้มให้กับความปากเก่งของอีกฝ่าย
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ภายหลังจากที่การ์ดชุดดำพาตัวเต็นท์เข้ามาถึงห้องทำงานส่วนตัวตามคำสั่งด่วน บรรยากาศระหว่างเขาสองคนก็คุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความท้าทาย คิมหันต์ตั้งใจจะใช้ความเฉียบขาดกดดันให้เต็นท์ถอนตัวจากโปรเจกต์ออกแบบรีสอร์ทหรูริมทะเล เพื่อความปลอดภัยจากแรงกระแทกของบอร์ดบริหารหัวโบราณและเกมการเมืองสกปรกของมีนตรา
ทว่าคนอย่างเต็นท์... ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งผลักไสก็ยิ่งพุ่งเข้าหา
“มั่นใจนักนะ” คิมหันต์วางแฟ้มเอกสารกระแทកโต๊ะดังปึก แสร้งทำเป็นตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่เกือบหลุดรอด “ผลงานการออกแบบสไตล์ ‘Modern Tropical’ ที่คุณส่งมาเนี่ยนะ จะผ่านดိုင်กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของฉันได้ อย่าลืมว่าโปรเจกต์นี้มีเดิมพันสูงมาก ถ้าพัง... คุณไม่ได้แค่โดนไล่ออกจากบริษัทเรานะ แต่หมายถึงอนาคตทั้งชีวิตของคุณด้วย”
“ถ้ามันพัง ฉันยอมให้คุณหักเงินเดือนแล้วกักบริเวณไว้เป็นทาสรับใช้ไปตลอดชีวิตเลยค่ะ!” เต็นท์สวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว โน้มตัวลงไปใกล้โต๊ะทำงานจนใบหน้าแทบจะชิดกัน “แต่ถ้ามันปัง... และคณะกรรมการเทคะแนนให้ฉันเอกฉันท์ล่ะคะ ท่านประธานจะต้องทำตามคำขอของฉันหนึ่งข้อ... ตกลงไหมล่ะคะ?”
คิมหันต์หรี่ตามองคนตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกทำเอาสติที่สะสมมานานเกือบหลุดลอย ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกยากจะระงับยับยั้ง ผู้ชายคนนี้ช่างหาญกล้าและท้าทายอำนาจมืดของเขาได้ทุกวินาทีจริงๆ
“กล้าต่อรองกับประธานบริษัทเหรอ หืม?” คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเต็นท์ต้องผถ่าถอยหลังไปชนกับขอบกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ทว่าแววตาของคนตัวเล็กก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ “แล้วถ้าเกิดคุณแพ้ขึ้นมาจริงๆ ฉันไม่ได้อยากได้ทาสรับใช้หรอกนะ... ฉันอยากได้อย่างอื่นมากกว่า”
“วะ... ะ... ว่าอะไรของคุณเล่า ถอยไปเลยนะ!” เต็นท์เริ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อช่องว่างระหว่างเขากับคิมหันต์ลดลงจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ ความซึนของอีกฝ่ายมักจะมาพร้อมกับลูกเล่นแพรวพราวที่ทำเอาเขาตั้งรับไม่ทันทุกที
“ฉันหมายถึง... ถ้าคุณแพ้ คุณต้องยอมเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งฉันทุกอย่าง ห้ามดื้อ ห้ามเถียง และ... ต้องยอมให้ฉันจูบจนกว่าฉันจะพอใจ” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ทำเอาผิวแก้มของเต็นท์ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่พอเจอสายตาแพรวพราวที่ซ่อนความคลั่งรักไว้เต็มเปี่ยมแบบนี้ทีไร เขาก็พ่ายแพ้ราบคาบทุกที
ก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำจนเกินเลย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทำเอาทั้งคู่ต้องรีบดีดตัวออกจากกันราวกับเด็กนักเรียนที่กำลังทำผิดกฎระเบียบ
“ท่านประธานครับ... ผลการลงคะแนนรอบตัดสินจากคณะกรรมการบริหาร ออกมาแล้วครับ” เสียงเลขาฯ หน้าห้องดังลอดเข้ามา พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ
คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงมาดขรึมกลับคืนมาก่อนจะอนุญาตให้เข้ามา ส่วนเต็นท์แอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืด ความมั่นใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นระคนลุ้นระทึก เพราะผลงานชิ้นนี้คือเครื่องพิสูจน์ศักยภาพทั้งหมดที่เขามี
เลขาฯ หนุ่มก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย วางซองเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทางการ “คณะกรรมการพิจารณาอย่างละเอียดแล้วครับ และผลปรากฏว่า...”
เต็นท์จ้องมองซองเอกสารนั้นตาไม่กระพริบ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู ขณะที่คิมหันต์เองก็เอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิดด้วยท่าทีนิ่งสงบ แต่แววตาไหววับที่มองตรงมายังเต็นท์นั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“ผ่าน... ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ผลงานการออกแบบของธีรภัทรโดดเด่นและตอบโจทย์ที่สุดในรอบทศวรรษของบริษัทเรา” คิมหันต์ประกาศกร้าว รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
เต็นท์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นลักยิ้มจางๆ ความเหน็ดเหนื่อยจากการอดหลับอดนอนทำโปรเจกต์มาหลายคืนมลายหายไปในพริบตา
“เห็นไหมล่ะคะ บอกแล้วว่าฝีมือฉันไม่เป็นรองใคร!” เต็นท์เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“เก่งมาก... เจ้าตัวแสบ” คิมหันต์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความคลั่งรักจนปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปหมายจะขยี้ผมนิ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของประธานหนุ่มกำลังจะสัมผัสเส้นผมของนายเอก ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดผางอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างเพรียวระหงของคุณหนูตระกูลดังที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
“พี่คิมหันต์! ทำไมถึงให้คนนอกคนนี้ผ่านโปรเจกต์สำคัญได้คะ ทั้งๆ ที่ผลงานนั่น... มันควรจะเป็นของมีนตราต่างหาก!”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้เต็นท์และท่านประธานสุดซึนของเรานะคะ ติดตามตอนต่อไปกันได้เลยค่ะ!
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 31
การพิสูจน์ตัวเอง
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!