ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 16

หึงจนหน้ามืด

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“พี่กรณ์คะ ช่วยหยิบมะเขือเทศในชามให้เต็นท์หน่อยสิคะ... อ๊ะ ไม่ใช่สิ ส่งจานนั้นมาดีกว่า” เสียงหวานใสที่เจือความขี้เล่นดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ของร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังย่านทองหล่อ เต็นท์ในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีฟ้าอ่อนขับผิวผ่องกำลังส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้ชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งฝั่งตรงข้าม ‘กรณ์’ ในที่นี้ไม่ใช่เพื่อนซี้ตัวแสบอย่างที่ใครเข้าใจ แต่เป็น ‘กรณ์กฤษณ์’ นายแบบหนุ่มฮอตดีกรีพระเอกซีรีส์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสคู่จิ้นกับเต็นท์จากงานถ่ายแบบล่าสุด ทั้งคู่เพิ่งเคลียร์คิวงานเสร็จแล้วชวนกันมาดินเนอร์กระชับมิตร (ที่ฝั่งรุ่นน้องดูจะพยายามออกนอกหน้าไปเสียหน่อย) “เรียกว่าพี่กรณ์แล้วใจคอไม่ค่อยดีเลยครับ เต็นท์เรียกชื่อเฉยๆ เหมือนตอนอยู่ในกองถ่ายดีกว่านะ” กรณ์กฤษณ์ยิ้มละลายใจ มือเรียวยื่นไปหมายจะเขี่ยเศษผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม ทว่า... มือคู่นั้นยังไม่ทันแตะโดนผิวของเต็นท์ด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่เพิ่งเดินก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าถมึงทึงก็ปัดปัดป้องออกอย่างแรงจนจานสลัดแทบคว่ำ! แผ่นหลังกว้างที่แผ่รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วรัศมีสามเมตรทำเอาโต๊ะข้างเคียงถึงกับเงียบกริบ คิมหันต์ยืนค้ำหัวอยู่เหนือโต๊ะอาหาร ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่กำลังจะเกิดพายุใหญ่ จ้องมองมือของนายแบบรุ่นน้องด้วยแววตาวาวโรจน์ที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ “อุ๊ย! คุณคิม...” เต็นท์อุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบผุดลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ “มา... มาได้ยังไงครับเนี่ย” “ถ้าฉันไม่มา คงไม่เห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้สินะ!” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุหันขวับไปจิกกัดรุ่นน้องหน้าหวานที่ทำหน้าเหวอทันที “นี่ร้านอาหารสำหรับทานข้าวครับ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะมาเอามือไม้รุ่มร่ามใส่คนที่มี... คนที่มีเจ้าของแล้ว!” “เอ่อ คุณคิมใช่ไหมครับ ผมกรณ์กฤษณ์ครับ พอดีผมกับเต็นท์เราเพิ่ง...” “ฉันไม่ได้ถามว่าคุณชื่ออะไร และไม่ได้อยากรู้ด้วยว่าพวกคุณ ‘เพิ่ง’ อะไรกันมา!” คิมหันต์สวนกลับเสียงกร้าว ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะเป็นยักษ์เป็นมาร ความยับยั้งชั่งใจที่สั่งสมมาตั้งแต่เห็นภาพทั้งคู่แท็กโลเคชันเดียวกันในโซเชียลระเบิดออกเป็นจุลเมื่อเห็นภาพตำตา “เต็นท์! กลับบ้านเดี๋ยวนี้!” เต็นท์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความตกใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกรุ่นโกรธขึ้นมาทันควัน นายแบบหนุ่มกอดอกเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุๆ นั้นอย่างไม่เกรงกลัว “ทำไมผมต้องกลับล่ะครับ? ผมมาทานข้าวกับรุ่นน้อง มันผิดตรงไหน คุณคิมมีสิทธิ์อะไรมาสั่งผม?” “สิทธิ์อะไรเหรอ?” คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางทันที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวแล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะสิงร่าง “ในฐานะสามี... ในฐานะคนที่นายต้องรับผิดชอบความรู้สึกในสัญญาบ้าๆ นั่นไง!” “สัญญาปลอมๆ นั่นน่ะเหรอครับที่คุณคิมยกมาอ้างเวลาอยากจะเผด็จการใส่ผม!” เต็นท์ตวัดเสียงใส่ ไม่ยอมลดละความพ่ายแพ้ให้อีกฝ่ายแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตฉายแววพยศจนน่าหมั่นไส้ “ปล่อยเลยนะ! คนมองกันทั้งร้านแล้ว คุณคิมเป็นประธานบริษัทใหญ่นะเว้ย หน้าแตกไม่กลัว แต่ผมอาย!” “ไม่อายโว้ย! ตอนไปอ่อยเด็กมันไม่เห็นคิดแบบนี้บ้างล่ะ!” ประธานหนุ่มเผลอหลุดคำหยาบออกมาด้วยความบันดาลโทสะ ขีดความอดทนขาดผึ่งลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เต็นท์ใช้ปรนเปรอรุ่นน้องเมื่อครู่ “ลุกขึ้น! อย่าให้ฉันต้องอุ้มพาดบ่าออกไปประจานตรงนี้นะเต็นท์!” กรณ์กฤษณ์ที่นั่งอึ้งอยู่ฝั่งตรงข้ามรีบละล่ำละลักลุกขึ้นยืนบ้าง “เอ่อ คุณคิมครับ ใจเย็นๆ ก่อนดีกว่าครับ ผมกับเต็นท์เราแค่...” “หุบปากไปเลยคุณ!” คิมหันต์หันไปตวาดใส่รุ่นน้องเสียงเข้ม จนกรณ์กฤษณ์ต้องหุบปากฉับแล้วถอยกรูดด้วยความกลัวรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่ม เต็นท์เม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกทั้งโกรธทั้งอายที่โดนดุต่อหน้าธารกำนัล แต่ลึกๆ ในอกด้านซ้าย หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรำทำเพลงอย่างบ้าคลั่งกับอาการ ‘หึงจนหน้ามืด’ ของคนปากแข็งตรงหน้า น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่มันฟ้องชัดเจนว่าอีกฝ่ายหึงเขาจนแทบคลั่งแค่ไหน “ปล่อยผมก่อนสิครับ เจ็บนะ!” เต็นท์แกล้งทำเป็นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ คิมหันต์ชะงักไปนิด รีบคลายมือที่บีบข้อศอกบางออกทันที แต่ยังคงคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตาคมกราบกรานอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยความแดงจางๆ บนผิวเนียน แต่ปากก็ยังไม่วายพ่นคำพูดร้ายกาจกลบเกลื่อนความห่วงใย “ถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากกว่านี้ ก็เดินตามมาดีๆ เต็นท์... อย่าลองดีกับฉันนะ” พูดจบ คิมหันต์ก็ลากจูงร่างบางให้เดินลิ่วๆ ออกจากร้านอาหารทันทีท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่มองตามด้วยความระทึก เต็นท์ทำได้แค่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงดึง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเพื่อซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นมา *หึงขนาดนี้... ปากบอกไม่แคร์ แต่หูแดงถึงใบหูแล้วนะท่านประธาน!* รถยนต์หรูคันโตพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูง บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด คิมหันต์กำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึงไม่เลิกรา เต็นท์เหลือบมองคนขับที่เอาแต่เงียบมาตลอดทางแล้วแอบถอนหายใจเบาๆ “โกรธมากเลยเหรอครับ?” เต็นท์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่นิดๆ “คิดว่าฉันควรจะตบมือดีใจหรือไงที่เห็นภรรยาตัวเองไปนั่งทอดสะพานให้เด็กมันแทะโลมถึงกลางทองหล่อ?” คิมหันต์สวนกลับทันควันโดยไม่หันมามอง “นายเห็นฉันเป็นตัวตลกเหรอเต็นท์?” “ผมไม่ได้ไปทอดสะพานสักหน่อย แค่รุ่นน้องชวนมากินข้าว... โอ๊ย!” รถเบรกเอี๊ยดเข้าข้างทางกะทันหันจนเต็นท์แทบหัวคะมำ คิมหันต์หันขวับมามองด้วยดวงตาดุดันที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ ร่างสูงโน้มตัวข้ามเกียร์เข้ามาประชิดจนเต็นท์ต้องเอนหลังติดเบาะ “ปากเก่งนักนะ... นายคิดจะลองดีกับฉันใช่ไหมเต็นท์?” คิมหันต์กดเสียงต่ำจนน่ากลัว ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มนวลจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว “บอกมากี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้พวกหน้าจืดนั่น!” เต็นท์ใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นอายความโกรธขึงทำให้สติกระเจิง แต่ริมฝีปากยังคงดื้อดึงที่จะต่อล้อต่อเถียง “แล้วถ้าผมบอกว่าไม่ฟังล่ะ คุณคิมจะทำ...” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ไร้ซึ่งความอ่อนโยนในตอนแรก มีเพียงความหึงหวง ดุดัน และเรียกร้องจนเต็นท์แทบขาดใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของท่านประธานคิมด้วยกันนะคะ ♥️
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%