“ถ้าคิดจะเอาเปรียบผมตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้องนี้ บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าคุณประธานตาบอดสีคนนี้คิดผิดถนัด!”
เสียงหวานใสแต่แฝงความพยศของเต็นท์ดังขึ้นทันทีที่บานประตูเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางเมืองปิดสนิท ร่างเพศสภาพชายหนุ่มในชุดสตรีทแวร์สุดชิคสะพายเป้ใบโต ยืนเท้าสะเอวจ้องมองเจ้าของห้องที่สูงกว่าเกือบหนึ่งช่วงตัวด้วยสายตาไม่มีคำว่าเกรงกลัว แม้ว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งจะกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองไปกับรัศมีคุกคามราวมัจจุราชของอีกฝ่ายก็ตาม
คิมหันต์ปรายตามองกระเป๋าเดินทางสองใบและลังกระดาษบรรจุของใช้ส่วนตัวที่วางเกะกะขวางทางเดินบล็อกหินอ่อนนำเข้าอย่างหงุดหงิด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดจะเรียบตึงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกที่จงใจเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในอาณาจักรส่วนตัวของเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ขัดหูขัดตา และ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจเจ้ากรรมดันกระตุกวูบไหวแปลกๆ ตั้งแต่ตอนที่กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือซิตรัสลอยมาแตะจมูก
“นี่มันเพนต์เฮาส์ของผม ไม่ใช่หอพักนักศึกษาหลังมหาวิทยาลัยที่คุณจะเอาข้าวของมารกเรี่ยราดตรงไหนก็ได้” คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางอย่างคุกคาม “แล้วก็เลิกทำตัวเป็นแมวขู่ฟ่อใส่ผมสักที ธีรภัทร... คุณควรจำใส่สมองเอาไว้ว่าเราเซ็นสัญญาอะไรกันบ้าง”
“จำแม่นยิ่งกว่าสูตรคูณอีกค่ะท่านประธาน!” เต็นท์เชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่มีถอย “แต่ในสัญญามันระบุแค่ว่าผมต้อง ‘ย้ายเข้ามาอยู่ร่วมกัน’ เพื่อตบตากล้องปาปารัสซี่กับผู้ใหญ่ทางฝั่งคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณมีสิทธิ์มาตีเส้นแบ่งอาณาเขตแล้วไล่ให้ผมไปนอนขดตัวอยู่ในห้องเก็บของนะบอกไว้ก่อน!”
“ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะให้คุณไปนอนห้องเก็บของ…” ชายหนุ่มหรี่ตามองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงฉอดๆ อย่างนึกหมั่นเขี้ยว อยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มใสๆ นั่นสักทีข้อหาต่อปากต่อคำเก่งเกินเบอร์ แต่ฟอร์มของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งค้ำคออยู่ เขาจึงทำได้แค่กอดอกแล้วพยักเพยิดไปทางประตูห้องนอนฝั่งทิศตะวันออก “ห้องนอนใหญ่ฝั่งโน้นคือเขตปลอดอธิปไตยของคุณ ส่วนห้องนอนเล็กฝั่งนี้... เชิญคุณไปสุมหัวอยู่ตามสบาย”
เต็นท์หันขวับไปมองตามปลายนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่าย สลับกับมองหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ร่างบางกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความเจ็บใจ เมื่อพบว่า ‘ห้องนอนเล็ก’ ที่ว่า มันแคบกว่าห้องแต่งตัวส่วนตัวของเขาเสียอีก แถมหน้าต่างยังหันออกไปเจอผนังตึกฝั่งตรงข้ามทึบตัน ไร้ซึ่งแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตามสไตล์ดีไซเนอร์ที่รักงานศิลปะ
นี่มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ!
“คุณคิมหันต์! ทำไมใจร้ายใจดำอย่างนี้ล่ะคะ ห้องแค่นี้แมวยังไม่ยอมนอนเลยมั้ง!” เต็นท์โวยวายพร้อมกับเดินดุ่มๆ เข้าไปหาพระเอกหนุ่ม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะแนบชิด จนคิมหันต์ต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเพื่อตั้งหลัก “ฉันเป็นอินฟลูเอนเซอร์นะ มีเสื้อผ้า มีพร็อพถ่ายงาน มีอุปกรณ์ดีไซน์ตั้งเท่าไหร่ จะให้ยัดตัวเองลงไปในห้องรูหนูแบบนั้นได้ยังไง!”
“ถ้าไม่อยากนอนห้องนั้น ก็มีอีกวิธีหนึ่ง…” คิมหันต์แกล้งเว้นจังหวะ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ร่างสูงก้มตัวลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ “...ย้ายมานอนห้องเดียวกับผมสิครับ รับรองว่าพื้นที่เหลือเฟือ แถมเตียงกว้างนอนกลิ้งได้สบายสามคนเลยล่ะ”
“ไอ้… ไอ้คนฉวยโอกาส!” เต็นท์หน้าแดงแจ๋ด้วยความโกรธปนเขินจนทำตัวไม่ถูก มือเรียวฟาดเข้าที่อกแกร่งของอีกฝ่ายเต็มแรง “ใครเขาจะไปอยากนอนเตียงเดียวกับคุณ ทุเรศที่สุด!”
“โอ๊ย! มือหนักเป็นบ้า…” คิมหันต์แสร้งทำเป็นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทั้งที่กล้ามเนื้อแน่นๆ แทบจะไม่สะเทือนเลยสักนิด ชายหนุ่มรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ดึงร่างบางเข้ามาประชิดจนแผ่นอกแนบชิดกัน กลิ่นกายหอมหวานรัญจวนใจตีรวนเข้ามาในโสตประสาทจนสติที่เคยมีเริ่มกระเจิดกระเจิง “ปากดีแบบนี้… ระวังตัวไว้เถอะครับ ให้อยู่ใต้ชายคาเดียวกันแบบนี้, ผมอาจจะเปลี่ยนจาก ‘สัญญาแต่งงานปลอมๆ’ ให้กลายเป็น ‘ของจริง’ โดยที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัวก็ได้นะ”
คำขู่เจือเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่า ทำเอาเต็นท์ถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่ฉายแวตร้อนแรงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกจุดไฟเผาให้ร้อนระอุขึ้นทีละน้อย สติสัมปชัญญะที่เคยต่อต้านเริ่มพร่าเลือนไปกับสัมผัสอุ่นจัดบริเวณข้อมือและไออุ่นจากร่างกายของประธานหนุ่มจอมเผด็จการ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกเมื่อครู่ลงอย่างไม่ทันตั้งตัว คิมหันต์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดใจ ขณะที่เต็นท์อาศัยจังหวะชุลมุนสะบัดข้อมือหลุดจากการพันธนาการ แล้วรีบถอยหลังกรูดไปยืนตั้งหลักอีกมุมหนึ่งทันที
ประธานหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะสาวเท้าเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าหงุดหงิดเต็มพิกัดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูเปิดออกกว้าง รอยยิ้มเยาะและแววตาหงุดหงิดเมื่อครู่ก็พลันแข็งค้างไปในทันที เมื่อร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วของหญิงสาวหน้าตาสะสวยคุ้นเคย ก้าวเข้ามาเหยียบในเพนต์เฮาส์โดยไม่รอให้อนุญาต พร้อมกับส่งเสียงหวานหยดที่ทำเอาเต็นท์ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
“พี่คิมคะ... มีนทราบ่าวว่าพี่รับคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ด้วย เลยรีบมาดูให้เห็นกับตาว่าใครกันที่กล้าอาจหาญมาแย่งพื้นที่ของมีนตรา!”
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 3
ย้ายเข้าเรือนหอ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!