"ถ้าคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจะมาขีดเส้นกั้นความรู้สึกบ้าๆ นี่ได้ คุณก็ตาถั่วเต็มทีแล้วล่ะครับท่านประธาน"
เสียงทุ้มหวานที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางของคิมหันต์ เอกสารสัญญาฉบับสำคัญถูกผลักไสด้วยปลายนิ้วเรียวให้ไกลออกไปจากรัศมีสายตา ก่อนที่เจ้าตัวจะไคว้แขนกอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวสายตาดุๆ ที่กำลังจ้องเขม็งมา
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์กวาดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้—ความโกรธ? ไม่ใช่เลย มันคือความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายรู้ทันและกล้าต่อปากต่อคำเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงจนน่าโมโหทุกครั้งที่เห็นริมฝีปากสีพีชนั้นขยับเถียงฉอดๆ
"เต็นท์... เธอชักจะปากเก่งเกินไปแล้วนะ" ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ก้าวขายาวๆ เข้าประชิดร่างโปร่งที่เผลอถอยหลังไปจนสะโพกติดกับขอบโต๊ะทำงาน "สัญญาแต่งงานปลอมๆ นี่แหละที่จะมัดตัวเธอไว้ ไม่ให้ไปอ่อยใครหน้าไหนอีก... เข้าใจไหม"
"หึ! มัดเหรอครับ? นึกว่าล่ามโซ่หมาซะอีก" เต็นท์ลอยหน้าลอยตาสวนกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับประธานหนุ่มลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์โปรดปะปนกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่าย ทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยมีเริ่มกระเจิดกระเจิง
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมไปท้าวกับขอบโต๊ะ กักกันร่างบางไว้ในอาณาเขตของตัวเองอย่างจงใจ ดวงตาคมก้มลงมองริมฝีปากที่เอาแต่เถียงไม่หยุดด้วยประกายตาดิบเถื่อนที่ซ่อนไม่มิด "อยากลองโดนหมาตัวนี้กัดดูไหมล่ะ เผื่อจะเลิกดื้อสักที"
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่สパークใส่กันจนแทบไหม้
ในโลกธุรกิจ คิมหันต์คือผู้ล่าที่ไม่เคยปรานีใคร แต่ในโลกส่วนตัวที่มีดีไซเนอร์ปากเก่งคนนี้เข้ามาปั่นป่วน เขากลับกลายเป็นผู้แพ้ราบคาบตั้งแต่วินาทีแรกที่เผลอมอบหัวใจให้ไปโดยไม่รู้ตัว และคืนนี้... สัญญาบ้าๆ ที่มีกำหนดเวลาเป็นเครื่องพันธนาการ ก็ไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป เมื่อความจริงในใจมันเรียกร้องดังยิ่งกว่าเหตุผลใดๆ
เต็นท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายแตะลงที่ข้างแก้ม แผ่วเบาแต่กลับสร้างความร้อนลุกโชนไปทั่วทั้งร่าง สายตาที่เปลี่ยนจากดุดันกลายมาเป็นความอ่อนลุ่มลึกและเว้าวอนคู่นั้น ทำเอาคนพยศอย่างเขาถึงกับพูดไม่ออก
"คิม..." เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อย
"เรียกชื่อฉันใหม่อีกทีซิ" กระแสเสียงของประธานหนุ่มทุ้มพร่าและใกล้ชิดจนลมหายใจเป่ารดกัน
"ท่าน... อื้อ"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไม่มีการเตือนล่วงหน้า สัมผัสแรกทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และเรียกร้องราวกับจะลงโทษคนดื้อรั้น แต่ไม่นานนัก ความเร่าร้อนนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานที่ละมุนละไมจนแทบละลาย เต็นท์เผลอหลับตาลงรับสัมผัสที่ถูกส่งผ่านEดวงใจ ดวงตาที่เคยฉายแววท้าทายค่อยๆ ปิดสนิทลง ปล่อยให้เรียวแขนโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว
รสจูบในค่ำคืนนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีสัญญาผลประโยชน์ใดๆ มาเกี่ยวข้อง มีเพียงความรู้สึกดิบแท้ที่ต่างฝ่ายต่างเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความปากแข็งและทิฐิ คิมหันต์ประคองท้ายทอยของคนตัวบางให้อียงรับองศาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดเข้าหาจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
ความรู้สึกอบอุ่นวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว เต็นท์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ความซึน ความดุ และกำแพงที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองพังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักจากผู้ชายตรงหน้า
เนิ่นนานกว่าที่ทั้งคู่จะผละริมฝีปากออกจากกันด้วยความเสียดาย ลมหายใจหอบถี่สอดประสานกันในความเงียบ ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสและอารมณ์ที่ยังค้างคา คิมหันต์ก้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับหน้าผากมน ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนอย่างหลงใหล มือหนายังคงลูบไล้แผ่นหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"ทีนี้... ยังจะกล้าพูดเรื่องสัญญาบ้าๆ นั่นอีกไหม" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก
เต็นท์ลืมตาขึ้นมองหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายและคู่หมั้น(กำมะลอ) ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาด้วยความหมั่นไส้ปนเขินอาย "คุณนี่มัน... เจ้าเล่ห์เป็นบ้าเลยนะคิม"
"เฉพาะกับเธอนั่นแหละ" คิมหันต์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น ประธานหนุ่มกดจูบซ้ำลงบนหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม "สัญญาบ้าๆ อะไรนั่น ยกเลิกไปตั้งนานแล้ว... ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันรู้ว่าหัวใจตัวเองไปอยู่ที่นายแล้วต่างหาก"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้ฟิลเตอร์ทำเอาเต็นท์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งมาราธอนเสียอีก คนปากแข็งอย่างคิมหันต์เนี่ยนะจะพูดจาเลี่ยนๆ แบบนี้ออกมาได้ หน้าตาเฉยเสียด้วย!
"พูดอะไรเนี่ย ขนลุกหมดแล้วนะท่านประธาน" เต็นท์แกล้งทำเป็นยกมือขึ้นลูบแขนตัวเอง แต่ริมฝีปากที่ยกยิ้มจนแก้มปริกลับฟ้องความรู้สึกทั้งหมด
"อยากให้ฉันพิสูจน์ให้ดูอีกรอบไหมล่ะว่าขนลุกหรือใจเต้นแรงกันแน่" คิมหันต์ทำท่าจะโน้มใบหน้าลงมาอีกรอบด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
"พอเลย! ดึกมากแล้วนะ กลับห้องคุณไปได้แล้วไป" เต็นท์รีบดันอกแกร่งออกทันทีแม้จะเสียดายสัมผัสอุ่นๆ นั้นไม่น้อย
"ห้องฉันก็คือห้องนี้ และเตียงเธอก็คือเตียงฉัน... จำไม่ได้เหรอครับที่คุณคู่หมั้น" ประธานหนุ่มยักคิ้วกวนประสาทใส่
บรรยากาศหวานซึ้งกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความลงตัวที่เพิ่งถูกค้นพบ คืนนี้เส้นแบ่งระหว่างผลประโยชน์กับความรู้สึกถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงความจริงใจที่ผูกพันหัวใจสองดวงไว้ด้วยกัน
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหันในยามวิกาล ทำลายบรรยากาศโรแมนติกให้แตกกระจายในเสี้ยววินาที คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจทันทีที่มีคนบังอาจมาขัดจังหวะเวลาสำคัญ ส่วนเต็นท์สะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนแกร่งแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
ก่อนที่เจ้าของห้องจะทันได้เอמהอนุญาต ประตูบานหรูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสหรูคุ้นตาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"คิมคะ มีนมาหา... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรรึเปล่าคะเนี่ย" มีนตรากวาดสายตามองสภาพของคนทั้งคู่ด้วยแววตาวาววับที่ซ่อนความริษยาไว้ไม่มิด
♥️ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอินและฟินไปกับความคลั่งรักของท่านประธานด้วยนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ♥ - หมอกไม้ไผ่
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 27
เส้นแบ่งที่ถูกทำลาย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!