แท็บเล็ตในมือของเต็นท์เกือบจะร่วงหล่นลงสู่พื้นกระเบื้องแกรนิต หากปลายนิ้วเรียวไม่ได้กำขอบเครื่องเอาไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวโพลน หน้าจอแสดงผลยังคงรันคลิปเสียงสัมภาษณ์ฉบับเต็มของมีนตราซ้ำไปซ้ำมา น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสาดโคลนใส่คิมหันต์และตัวเขาเองกำลังดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงาน
ทุกถ้อยคำ ทุกประโยคที่ถูกตัดต่ออย่างมีชั้นเชิง คือหลักฐานชิ้นดีว่าความเข้าใจผิดเมื่อคืนนี้... เป็นเพียงแผนสกปรกที่ถูกชักใยอยู่เบื้องหลัง
ดวงตากลมโตไหวระริก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจ โกรธขึง และที่หนักหน่วงที่สุดคือความรู้สึกผิดบาปที่แล่นพล่านไปทั่วอก ปลายนิ้วที่เคยใช้พิมพ์ข้อความตัดพ้อต่อว่าคิมหันต์อย่างไร้เยื่อใยเมื่อไม่กี่นาทีก่อน บัดนี้กลับสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ภาพใบหน้าดุๆ ของท่านประธานหนุ่มยามที่เอ่ยปากไล่เขาออกจากห้องประชุม พร้อมแววตาเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง ผุดขึ้นมาซ้ำเป็นฉากๆ ในหัว
"ให้ตายสิเต็นท์... แกทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย"
เสียงพึมพำลอดไรฟันพร้อมกับมือบางที่ยกขึ้นขยี้กลุ่มผมตัวเองจนยุ่งเหยิง ร่างเพรียวหมุนตัวกลับหลังหันตั้งใจจะพุ่งออกจากห้องเพื่อไปเคลียร์ความจริงให้กระจ่าง แต่ทว่า... เมื่อเงยหน้าขึ้น ประตูห้องทำงานกระจกฝ้ากลับถูกเปิดผางออกเสียก่อน
ร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ยืนสง่นิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเย็นชาหรือดุดันอย่างเคย หากแต่แดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด เสื้อสูทราคาแพงยับยับย่นเล็กน้อย เนคไทถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่ได้นอนเลยแม้แต่นาทีเดียวตั้งแต่คืนเกิดเรื่อง
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คิมหันต์กวาดสายตามองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเต็นท์ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากลมโตที่กำลังไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก
"ดูจบแล้วสินะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รingระคนความประชดประชันที่เจือไปด้วยความตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด "หึ... สมใจรึยังล่ะ ได้หลักฐานมายืนยันความโง่เง่าของฉันเต็มตาแล้วนี่ จะเอาไปโพสต์ประจานฉันเพิ่มอีกสักรอบไหมล่ะ เต็นท์"
"คิม..." เต็นท์ครางชื่อนั้นออกมาได้แผ่วเบา คอแห้งผากจนแทบไม่มีเสียง
"ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉันด้วยเสียงแบบนั้น!" คิมหันต์ก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้เต็นท์ต้องถอยหลัง1ก้าว จนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "นายเก่งมากนะเต็นท์ เก่งจริงๆ ที่สามารถทำให้คนอย่างคิมหันต์กลายเป็นตัวตลกในสายตาสังคมได้ในชั่วข้ามคืน... และเก่งยิ่งกว่า ที่ขยี้ความรู้สึกของฉันไม่เหลือชิ้นดีเลย"
คำพูดตัดพ้อที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจทำให้เต็นท์จุกจนพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนน้ำตาคลอเบ้า แต่ทว่า... ก่อนที่นายเอกปากเก่งจะทันได้แก้ตัว ร่างสูงใหญ่ที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงมาตลอดกลับเซถลาเข้าหา
พรึบ!
ศีรษะได้รูปซบลงตรงลาดไหล่บางของเต็นท์อย่างแรง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวสะอาด พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่ตวัดเข้าโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
เต็นท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากร่างของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"คิม... นาย..."
"หุบปากไปเลยนะเต็นท์..." เสียงกระซิบที่ดังชิดใบหูสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด "อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น... ขอแบบนี้สักนาที... ขอร้องล่ะ"
ไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอกแกร่งและแรงกอดรัดที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและตัดพ้อ ทำให้กำแพงความแข็งกระด้างทั้งหมดของเต็นท์พังทลายลงในพริบตา มือบางที่เคยถือแท็บเล็ต ค่อยๆ ปล่อยเครื่องมือสื่อสารร่วงลงบนพรมอย่างไม่ไยดี ก่อนที่เรียวแขนเนียนจะยกขึ้นโอบรอบลำคอหนา กลับคืนสู่อ้อมกอดที่สั่นเทานั้นอย่างยอมจำนน
นี่น่ะหรือ... ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและปากร้ายคนนั้น?
ตอนนี้สภาพของเขาไม่ต่างอะไรกับ 'หมาโบ้' ตัวโตๆ ที่กำลังสำนึกผิดและออดอ้อนเจ้าของเพื่อขอความเห็นใจเลยสักนิด
"ฉันขอโทษ..." เต็นท์กระซิบเสียงเครือ น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงอาบแก้มซบลงกับไหล่กว้าง "ฉันไม่รู้... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"ฉันรู้..." คิมหันต์สูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการกักเก็บกลิ่นกายของคนตรงหน้าให้เต็มปอด อ้อมแขนกระชับแน่นขึ้นอีกจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน "ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ... แต่รู้ไหมเต็นท์ ว่าหัวใจฉันมันเกือบจะหยุดเต้นตอนที่เห็นนายหันหลังให้... นายใจร้ายชะมัด"
บทสนทนาที่เคยเชือดเฉือนและเต็มไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นโครมครามประสานกัน เคมีที่เคยคานอำนาจกันอย่างดุเดือด แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาและละมุนละไมที่ชวนให้คนอ่านต้องจิกหมอนตาม
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เต็นท์กำลังจะเอ่ยคำหวานเพื่อปลอบประโลมคนเจ้าคิดเจ้าแค้นให้คลายความน้อยใจ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"คุณคิมคะ! มีเรื่องด่วนค่ะ! ทางบอร์ดบริหารเรียกประชุมฉุกเฉินเรื่องข่าวฉาว..." เสียงแหลมสูงของเลขานุการหน้าห้องดังทะลุเข้ามา พร้อมกับที่บานประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต
คิมหันต์ผละออกจากอ้อมกอดช้าๆ ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงและเย็นชาขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที ดวงตาสีนิลตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาฆ่าคน ทว่าก่อนที่ประธานหนุ่มจะทันได้เอ่ยปากไล่ตะเพิดใคร... เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นลั่นห้อง พร้อมข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏหราบนหน้าจอ ทำเอาเต็นท์ถึงกับหน้าถอดสีเมื่ออ่านข้อความนั้นชัดเจน
*‘มีนตรากำลังไลฟ์สดแฉคลิปเสียงลับตัวจริง ที่จะทำให้คิมหันต์พังไม่เป็นท่าภายในสามนาทีนี้!’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินไปด้วยกันนะคะ!
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 37
ร่างทองกลายร่างเป็นหมาโบ้
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!