ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 36

การตัดสินใจของเต็นท์

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงหอบหายใจของกรณ์ที่ดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือไม่ได้เข้าûหูของเต็นท์แม้แต่น้อย ในวินาทีนั้น โลกทั้งใบของดีไซเนอร์หนุ่มคล้ายจะหยุดหมุน ค้างเติ่งอยู่ตรงคำพูดเฉือดเฉือนที่เพิ่งหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักของคนใจร้าย *“ถ้าคิดจะไป... ก็ไสหัวออกไปซะ! อย่าอยู่รกหูรกตาฉันอีกเลย!”* มันไม่ใช่แค่คำพูดประชดประชัน แต่มันคือมีดปลายแหลมที่ปักลงกลางใจจนมิดด้าม เต็นท์หัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน มีเพียงหยดน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาคลอหน่วยจนภาพตรงหน้าพร่ามัว หยาดน้ำใสไหลรินผ่านแก้มเนียนอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีแม้แต่แรงจะต่อปากต่อคำเหมือนทุกครั้ง คิมหันต์ยืนนิ่งค้าง ประโยคประกาศิตเมื่อครู่เพิ่งจะหลุดรอดจากริมฝีปากของเขาไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อเห็นหยดน้ำตาบนแก้มใสของอีกฝ่าย หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวาบจนเจ็บแปลบ เขากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สมองสั่งให้เอ่ยปากขอโทษหรือดึงรั้งร่างบางตรงหน้าไว้ แต่ทิฐิและซัมติงในใจกลับตรึงร่างเขาไว้กับที่ “ไอ้คิม... มึงฟังกรôn... มึงฟังก่อนเว้ย!” เสียงของกรณ์ในสายยังคงตะโกนโวยวายด้วยความร้อนรน แต่เต็นท์เลือกที่จะกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ร่างเพรียวหันหลังให้กับเจ้าของเพนต์เฮาส์หรูทันทีโดยไม่เอ่ยคำลาแม้แต่คำเดียว สองขาเรียวก้าวตรงไปยังห้องนอนใหญ่ด้วยจังหวะมั่นคง แม้หัวใจจะร้าวรานจนแทบแหลกสลายก็ตามที เต็นท์ดึงกระเป๋าเดินทางใบโตออกจากตู้เสื้อผ้า เปิดซิปออกกว้างแล้วเริ่มคว้าเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ยัดใส่เข้าไปอย่างลวกๆ มือบางสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ แต่ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีมีมากกว่าน้ำตา คิมหันต์ก้าวตามเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน ร่างสูงใหญ่พิงกรอบประตูด้วยท่าทีที่พยายามสร้างเกราะกำบังความอ่อนแอ สายตาดุคมมองการกระทำของคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นวายกับการเก็บของด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก “เธอจะทำบ้าอะไร” น้ำเสียงห้วนจัดถูกพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนข้างใน เต็นท์ชะงักมือเล็กน้อย หันกลับมามองหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีในนามด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ “ก็กำลังทำตามความต้องการของคุณไงครับ... อ้อ ลืมไป ผมควรจะเรียกคุณว่า ‘ท่านประธาน’ สินะ” เต็นท์จงใจเน้นเสียงคำว่าท่านประธานด้วยความประชดประชัน “ในเมื่อผมมันแค่อินฟลูฯ ไร้ค่า เป็นตัวปัญหาที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตคุณ... ผมก็ควรจะไสหัวออกไปซะ ตามที่คุณบัญชาไง” “เต็นท์...” คิมหันต์กัดฟันกรอด ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวร่างบางในระยะประชิด มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าข้อมือเล็กเพื่อหยุดการกระทำบ้าคลั่งนี้ “หยุดพูดจาประชดประชันแล้วฟังฉันอธิบายก่อนส-“ “ไม่ฟัง!” เต็นท์สะบัดแขนออกอย่างแรง ดวงตากลมโตที่คลหน่วยไปด้วยหยดน้ำตาจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่คมอย่างไม่เกรงกลัว “คำก็ไสหัว สองคำก็ไสหัว ออกไปจากชีวิตคุณ... คุณพูดมันออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ใช่ไหมคิมหันต์? ที่ผ่านมา... ที่เราอยู่ด้วยกัน ที่คุณทำดีกับผม ที่คุณกอดผม... มันมีความหมายอะไรในสายตาคุณบ้างวะ หรือผมมันก็แค่ตัวตลกในเกมที่คุณอยากจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!” ประโยคคำถามที่พรั่งพรูออกมาพร้อมสะอื้นไห้เบาๆ ทำเอาคิมหันต์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกسึก ความรู้สึกผิดพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก เขายอมรับว่าความโมโหและแรงหึงหวงบวกกับคำพูดกรอกหูของมีนตราในตอนแรกทำให้เขาขาดสติ แต่พอเห็นน้ำตาของเต็นท์ หัวใจของเขากลับเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีด “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น...” เสียงทุ้มต่ำเอמהออกไปอย่างยากลำบาก มันมีความลังเลและความรู้สึกผิดซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันตามนิสัย “แต่การกระทำของคุณมันฟ้องยิ่งกว่าคำพูด!” เต็นท์รูดซิปกระเป๋าเดินทางปิดลงเสียงดัง *แคว่ก!* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงเป็นครั้งสุดท้าย แววตาที่เคยมีประกายความดื้อรั้นและขี้เล่น บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเด็ดเดี่ยว “เราจบกันแค่นี้เถอะคิมหันต์ สัญญาบ้าๆ นั่น... ยกเลิกมันซะ ผมคืนอิสระให้คุณแล้ว เชิญคุณไปมีความสุขกับคนที่คู่ควรกับคุณเถอะ” พูดจบ เต็นท์ก็ฉวยหูจับกระเป๋าเดินทาง หมุนตัวเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงใหญ่ออกไปอย่างไร้เยื่อใย “เต็นท์!” คิมหันต์ตะโกนไล่หลัง ร่างสูงพุ่งตามไปหมายจะคว้าตัวไว้ แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานขัดจังหวะฝีเท้าของเขาไว้เสียก่อน เต็นท์ก้าวฉับๆ ออกมาถึงลิฟต์โดยสาร นิ้วเรียวสั่นเทากดปุ่มเรียกชั้นลงด้วยความรีบร้อน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวด ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาจากห้องนั้นเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงซ้ำๆ ที่อกด้านซ้าย เสียงเตือนของลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก เต็นท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกลั้นหยดน้ำตาที่จวนเจียนจะร่วงหล่น แล้วก้าวเท้าเข้าไปยืนด้านใน ทว่า... ในวินาทีที่ประตูกำลังจะเลื่อนปิดลง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่วิ่งกระหืดกระหอบออกจากลิฟต์อีกตัวก็ทำให้เต็นท์ต้องชะงัก “คุณเต็นท์! ยะ... ยังไม่ออกไปใช่มั้ยคะ โชคดีจ้า!” ร่างของเลขาฯ สาวหน้าห้องของคิมหันต์วิ่งมาขวางประตูลิฟต์ไว้ด้วยความเหนื่อยหอบ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องเก่งที่เปิดหน้าจอค้างไว้ เต็นท์ขมวดคิ้วแน่น มองเลขาฯ สาวด้วยความแปลกใจ “คุณเมย์ มีอะไรครับ ทำไมทำหน้าตาตื่นขนาดนั้น” เมย์หอบหายใจแรง รีบยื่นแท็บเล็ตให้เต็นท์ดูทันที พร้อมกับพูดรัวเร็วด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คุณเต็นท์ต้องรีบดูนี่ค่ะ... คลิปเสียงบทสนทนาระหว่างคุณมีนตรากับบุคคลปริศนา ที่เพิ่งถูกปล่อยว่อนเน็ตเมื่อนาทีที่แล้ว ทุกอย่าง... ทุกอย่างมันถูกเฉลยหมดแล้วค่ะว่าคุณคิมหันต์ถูกจัดฉาก!” เต็นท์ก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหัวข้อข่าวและคลิปเสียงที่กำลังเป็นไวรัลในชั่วพริบตา นิ้วเรียวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ความรู้สึกชาดิ่งวิ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่า... ตัวเองเพิ่งจะทำลายสะพานเชื่อมใจของตัวเองกับคนปากร้ายคนนั้นลงด้วยมือของตัวเองเสียแล้ว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักความซึนของท่านประธานกับยัยตัวแสบด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%