เสียงกริ่งเตือนข้อความเข้าบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง ไม่ได้ทำให้เต็นท์ละสายตาจากกระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัวได้เลย นิ้วมือเรียวยาวกำลังจัดเนกไทสีเงินยวงให้เข้ากับชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นข้อความจากมีนตราที่ยังค้างคาอยู่บนหน้าจอ
*‘ถ้าไม่อยากให้อื้อฉาวพรุ่งนี้เช้า... มาเคลียร์กับมีนที่เดิมซะ!’*
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้มีความพยายามเป็นเลิศเสียยิ่งกว่าโปรเจกต์จบปริญญาตรีของเขาเสียอีก ทั้งที่งานเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ในคืนนี้ควรจะเป็นแค่ละครฉากหน้าที่เขาต้องสวมบทบาท ‘ภรรยาในนาม’ ของท่านประธานจอมเผด็จการให้เนียนที่สุด แต่ดูเหมือนว่าปัญหาเก่ากำลังจะตามมาเคาะประตูห้องแต่งตัวเร็วกว่าที่คิด
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการเคาะขออนุญาตตามเคย และร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทของคิมหันต์ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง สายตาคมกริบภายใต้กรอบขนตางอนหนานั้นกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของคนในกระจกด้วยความไม่พอใจ
"ชุดนี้รัดรูปเกินไปหน่อยไหมธีรภัทร" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัดดังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ "คุณตั้งใจจะไปเป็นดีไซเนอร์โปรโมทงาน หรือจะไปเป็นเป้าสายตาให้พวกนักลงทุนสายหื่นแทะโลมกันแน่"
เต็นท์กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเอือมระอา หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคนตัวโตที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเสียเต็มประการ "นี่มันคอลเลกชันล่าสุดของแบรนด์พาร์ทเนอร์เรานะคะคุณคิมหันต์ จะให้ผมใส่ชุดสูทโอเวอร์サイズตัวโคร่งเหมือนคนแก่ใกล้เกษียณไปเดินพรมแดงงานเปิดตัวโครงการร้อยล้านหรือไงคะ อีกอย่าง... ตาของคุณมีปัญหาหรือเปล่า ชุดนี้มันพอดีตัวแบบสุภาพต่างหากล่ะ"
"แต่ช่วงเอวสอบนั่นมันเข้ารูปจนน่าหมั่นไส้" คิมหันต์แค่นเสียงฮึ and ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนเต็นท์ต้องถอยหลังสะดุดติดขอบโต๊ะเครื่องแป้ง มือหนายื่นออกไปจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยความรุนแรงที่มากกว่าความจำเป็นเล็กน้อย "จำไว้ว่าคืนนี้คุณควงแขนผมในฐานะอะไร ห้ามยิ้มเรี่ยราด ห้ามรับนามบัตรจากผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกนักธุรกิจหน้าอ่อนที่ชอบทำตัวกระลิ้มกระเหลี่ย"
"โอ๊ะ! หวงก้างเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะท่านประธาน" เต็นท์ยิ้มหวานหยด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "กลัวว่าเด็กในคาถาจะโดนฉุดไประหว่างเดินพรมแดงหรือไงคะ ถึงได้ออกอาการหวงออกนอกหน้าขนาดนี้"
"ผมไม่ได้หวง... ผมแค่รำคาญถ้าข่าวเสียหายของคุณจะกระทบภาพลักษณ์บริษัท" คิมหันต์รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว "เตรียมตัวเสร็จแล้วก็ออกไปได้  รถรออยู่ข้างล่างแล้ว"
บรรยากาศภายในงานเปิดตัวโครงการ ‘คิมหันต์ เรสซิเดนซ์’
หรูหราอลังการสมฐานะเบอร์หนึ่งของวงการ แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนกับชุดราตรีและสูทหรูหราของบรรดาเซเลบและนักลงทุนระดับประเทศ เต็นท์ก้าวลงจากรถลีมูซีนโดยมีมือหนาของคิมหันต์คอยประคองรับที่ข้อศอกอย่างระมัดระวัง แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่การกระทำกลับแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนจนช่างภาพสื่อมวลชนรัวชัตเตอร์กันแทบไม่ทัน
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในงาน สายตานับร้อยก็พุ่งเป้ามาที่คู่แต่งงานป้ายแดงที่เพิ่งเป็นข่าวครึกโครมเมื่อไม่นานมานี้ เต็นท์แย้มยิ้มทักทายผู้คนรอบข้างด้วยความมั่นใจ สมฐานะอินฟลูเอนเซอร์และดีไซเนอร์ชื่อดัง ขณะที่คิมหันต์ทำหน้าที่สามีจำยอมด้วยการโอบเอวสอบไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ใครเข้าใกล้เกินระยะปลอดภัย
"อ้าว... คุณคิมหันต์ สวัสดีครับ ไม่นึกว่าจะควงคุณเต็นท์มาร่วมงานด้วยตัวเองแบบนี้"
เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าจงใจเข้ามาตีสนิท เต็นท์จำได้ทันทีว่าเขาคือ ‘ธนา’ ทายาทโรงแรมชื่อดังระดับห้าดาวที่เพิ่งเป็นข่าวซื้อหุ้นโปรเจกต์นี้ร่วมกัน
คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนรอบข้างแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "สวัสดีครับคุณธนา พอดีภรรยาผมเขาอยากมาดูผลงานการตกแต่งภายในด้วยตัวเอง ผมก็เลยต้องตามใจตามระเบียบ"
"ภรรยา... น่ารักขนาดนี้ ใครจะไม่ตามใจล่ะครับ" ธนาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับเต็นท์โดยตรง พร้อมกับยื่นแก้วแชมเปญอีกแก้วมาให้ "ยินดีด้วยนะครับคุณเต็นท์ ดีไซน์งานรอบนี้สวยจนผมอยากจ้างคุณมาปรับปรุงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวบ้างเลย สนใจรับงานนอกรอบไหมครับ?"
เต็นท์ยังไม่ทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ มือหนาของคิมหันต์ก็คว้าแก้วแชมเปญจากมือธนาไปถือไว้เองทันที พร้อมกับดึงร่างบางให้เข้ามาแนบชิดจนไหล่แทบจะเกยกัน
"เกรงว่าภรรยาผมจะคิวทองจนไม่มีเวลาว่างไปดูแลเพนต์เฮาส์ใครหรอกครับคุณธนา อีกอย่าง... เรื่องงานออกแบบภายในของโครงการนี้ ผมจ้างเขา ‘เหมาสิทธิ์’ ไว้หมดแล้ว" คิมหันต์เน้นเสียงหนักแน่นที่คำว่าเหมาสิทธิ์ สายตาคมปลาบส่งสัญญาณเตือนภัยชัดเจนว่าอย่าล้ำเส้น
ธนารอยยิ้มสะดุดลงชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "ท่านประธานนี่หวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่เสียอีกนะครับ งั้นผมขอตัวไปทักทายแขกทางโน้นก่อน..."
เมื่อชายหนุ่มเดินเลี่ยงหายไปในฝูงชน คิมหันต์ก็หันมามองคนข้างตัวด้วยสีหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม "บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามรับไมตรีเรี่ยราด สายตาไอ้ธนามันมองคุณเหมือนอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ตาไม่ถึงเอาเสียเลย"
"หึงก็บอกว่าหึงสคะคุณคิม มาทำเป็นปากแข็งอยู่ได้" เต็นท์กระซิบกระซับตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ นัยน์ตาสองชั้นคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนซึน "อีกอย่าง... เขาก็แค่ชมว่าผมสวยและทำงานเก่ง คุณจะเดือดร้อนอะไรนักหนากับอีแค่คำชม"
"ผมไม่ได้หึง... ผมแค่รักษาเกียรติของตระกูล" คิมหันต์เถียงเสียงแข็ง แต่ท่อนแขนที่โอบกระชับรอบเอวบางกลับยิ่งออกแรงรัดแน่นขึ้นจนเต็นท์แทบจะจมหายไปกับอกกว้าง
ในจังหวะที่เต็นท์กำลังจะอ้าปากแซะกลับต่อ เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ ภายในงานก็เงียบลง พร้อมกับการประกาศเรียกตัวประธานบริษัทขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวทีหลัก คิมหันต์จำต้องปล่อยมือจากเอวบางอย่างไม่เต็มใจนัก
"ยืนรออยู่ตรงนี้ ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาด ถ้าผมลงมาแล้วไม่เจอคุณ... คุณรู้ดีว่าจะโดนลงโทษยังไง" คิมหันต์กระซิบสั่งเสียงเข้มด้วยความคาดโทษ ก่อนจะก้าวเดินผละออกไปยังบันไดทางขึ้นเวที
เต็นท์ถอนหายใจออกมาเบาๆ นึกหมั่นไส้ท่าทางเผด็จการของสามีในนามคนนี้เสียจริง เขาหยิบแก้วน้ำผลไม้จากบริกรที่เดินผ่านมารab ขึ้นจิบแก้กระหายพลัยกวาดสายตามองไปรอบงานเพื่อฆ่าเวลา แต่แล้ว... สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับร่างเพรียวคุ้นเคยในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดใกล้ประตูทางออก
มีนตรา...
หญิงสาวส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้จากระยะไกล ก่อนจะยกมือขึ้นโบกเชิงเรียกให้เขาเดินตามออกไปที่ระเบียงด้านนอกที่ไร้ผู้คน พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่หน้าจอสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง
*‘ถ้าไม่อยากให้คิมหันต์รู้เรื่องสัญญาปลอมตอนนี้... ออกมาคุยกันข้างนอกคนเดียว’*
เต็นท์ขบกรามแน่นชั่วครู่ ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตา แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจวางแก้วลงบนถาดของบริกร แล้วสาวเท้าย่างกรายออกไปยังประตูระเบียงด้านนอกตามคำท้าทาย โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... บนเวทีหลัก คิมหันต์ที่กำลังกล่าวสปีชอยู่ กวาดสายตากลับมามองจุดที่เขาเคยยืนอยู่... และพบว่ามันว่างเปล่า!
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะผิวแก้วเมื่อเต็นท์ผลักประตูกระจกออกมาที่ระเบียงกว้าง มีนตรายืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า
"กล้ามาตามนัดจริงๆ ด้วยสินะคะ นึกว่าจะป๊อดเสียอีก" มีนตราแค่นหัวเราะ
"เลิกเล่นเกมประสาทนี่สักทีมีนตรา คุณต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้ตามรังควานไม่เลิก" เต็นท์ถามเสียงเรียบ สีหน้าปราศจากความหวาดกลัวใดๆ
"ฉันต้องการให้คุณไสหัวไปจากชีวิตพี่คิม!" มีนตราแผדเสียงกร้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "พี่คิมควรจะเป็นของฉัน ไม่ใช่เด็กกะโปโลอย่างคุณ!"
ทันทีที่พูดจบ มีนตราก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเต็นท์แล้วออกแรงเหวี่ยงสุดกำลังเพื่อให้พ้นทาง แต่จังหวะนั้นเอง... ประตูระเบียงด้านหลังก็ถูกผลักกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น!
"คุณกำลังทำบ้าอะไร!"
เสียงคำรามต่ำต้อยด้วยความโกรธจัดดังขึ้นก้องระเบียง ร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากงานพุ่งเข้ามากระชากตัวมีนตราให้ออกห่างจากเต็นท์อย่างไม่ใยดี นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นแดงก่ำด้วยโทสะระเบิด ขณะที่เต็นท์เซถลาไปชนกับราวระเบียงเหล็ก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของใครอีกหลายคนก้าวตามหลังประธานหนุ่มออกมา... พร้อมกับแสงแฟลชจากกล้องนักข่าวที่รัวกดชัตเตอร์เข้ามาไม่ยั้ง!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ)*
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 5
ออกงานสังคมครั้งแรก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!