ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 12

เดทลับฉบับบังคับ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
แฟลชจากกล้องสำนักข่าวบันเทิงนับสิบตัวที่รัวแสงใส่ไม่ยั้ง ทำให้วิวรรธน์เกือบเผลอยกมือขึ้นบัง หากไม่ติดว่าเอวบางถูกท่อนแขนแข็งแรงของท่านประธานหนุ่มรวบเข้ามาแนบชิดเสียก่อน แรงกระชากนั้นไม่ได้รุนแรง แต่มันแนบแน่นพอจะส่งผ่านความอบอุ่นร้อนรุ่มผ่านเนื้อผ้าชั้นดี จนเต็นท์ต้องกัดฟันกรอด ส่งยิ้มหวานหยดจนแก้มแทบปริให้บรรดานักข่าวที่ยืนออกันอยู่หน้าทางเข้าสวนสนุกชื่อดัง “ยิ้มให้มันกว้างกว่านี้หน่อยสิครับ คุณภรรยา... หน้าบึ้งแบบนี้ เดี๋ยวพวกเขาก็คิดว่าเราทะเลาะกันจริง ๆ หรอก” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ คิมหันต์ไม่ได้พูดเปล่า แต่นิ้วเรียวยังแกล้งออกแรงบีบกระดูกสะโพกของเขาเบา ๆ ใต้ร่มเงาของเสื้อแจ็คเก็ตคู่รักที่สไตลิสต์จัดเตรียมมาเพื่อ “สร้างภาพ” โดยเฉพาะ “ปล่อยมือออกจากเอวผมก่อนเถอะครับ ท่านประธาน... กล้องไม่ได้สาดมาทางนี้แล้ว” เต็นท์เค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงค้างไว้ด้วย องศาที่เป๊ะราวนางงาม แต่แววตาที่หันไปมองค้อนอีกฝ่ายนั้นแทบจะกินเลือดกินเนื้อ คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่รั้นขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความหงุดหงิด ชายหนุ่มนึกสนุกจนอยากแกล้งให้หนักกว่าเดิม มือหนาไม่เพียงไม่ปล่อย แต่ยังเลื่อนขึ้นไปโอบไหล่บางแล้วกดให้ศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่กว้างของตนเองอย่างแนบเนียน เมื่อเห็นนักข่าวกลุ่มใหญ่หันกลับมามองอีกรอบ “อย่าดื้อน่า... อยู่ในโหมดแฟนเด็กขี้อ้อนอยู่ ตั้งสติหน่อยสิครับ เดี๋ยวเรตติ้งคู่รักหมื่นล้านของเราจะตกเอา” เต็นท์อยากจะยกเท้าขึ้นกระทืบปลายรองเท้าหนังราคาหลักแสนของคนตัวโตเสียจริง ข้อหาหมั่นไส้ล้วน ๆ ตั้งแต่มีข่าวหลุดออกมาว่าประธานบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่อย่างคิมหันต์ซุกกิ๊กเป็นอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มปากกล้า ชีวิตส่วนตัวของเขาก็แทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ ปาหนันตามติดยิ่งกว่าเงา จนสุดท้ายเลขาฯ มือทองอย่างคุณกรณ์ต้องเสนอแผน “เดทสร้างภาพกลบข่าวลือ” ขึ้นมา โดยมีข้อแม้ว่าพวกเขาต้องแสดงละครรักหวานชื่นให้แนบเนียนที่สุดต่อหน้าสาธารณชน และสถานที่ที่ถูกเลือกก็คือ สวนสนุกกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนและสื่อมวลชน “สร้างภาพเก่งเบอร์นี้ น่าจะไปสมัครชิงออสการ์นะครับคุณคิมหันต์” เต็นท์กระซิบตอบขณะฝืนยิ้มโบกมือให้กับแฟนคลับกลุ่มใหญ่ที่ยืนกรี๊ดกร๊าดอยู่หลังแผงกั้น “ถ้าเรื่องจูบจริงกับคุณ ผมอาจจะคว้ามาครองได้ง่ายกว่ารางวัลโนเบลนะ” คำพูดหน้าไม่อายนั้นทำเอาเต็นท์เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง ร่างโปร่งขยับตัวถอยห่างทันทีที่พ้นรัศมีเลนส์กล้องตัวสุดท้าย สลัดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งแล้วเดินนำลิ่วเข้าไปในโซนเครื่องเล่นหวาดเสียวทันที เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูอย่างไม่มีสาเหตุ ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเกินไปแล้ว คิมหันต์ยืนมองแผ่นหลังบางที่เดินจ้ำอ้าwหนีด้วยรอยยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมปนความเอ็นดูฉายชัดขึ้นวูบหนึ่งโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว ขายาวก้าวตามไปติด ๆ ก่อนจะเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย “แน่ใจเหรอว่าจะเล่นเครื่องเล่นนั้น? ระวังจะกรี๊ดเสียงหลงจนผมต้องอุ้มออกมานะ” เต็นท์หยุดเดิน หันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย “สำหรับผม ไม่มีคำว่ากลัวครับคุณคิม... ว่าแต่คุณเถอะ อย่าอาเจียนใส่เสื้อผมก็แล้วกัน” สิบนาทีต่อมา... คำพูดอวดดีเมื่อครู่แทบจะกลืนกลับลงคอแทบไม่ทัน เมื่อร่างสูงโปร่งของนายเอกหนุ่มถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนรถไฟเหาะตีลังการะดับความสูงสามสิบเมตร แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้สติกระเจิง เสียงกรี๊ดของคนรอบข้างดังระงม แต่สิ่งที่ทำให้เต็นท์ตกใจยิ่งกว่าคือสัมผัสอุ่นจัดที่เอื้อมมาคว้ามือเรียวของเขาไปกุมไว้แน่น ฝ่ามือของคิมหันต์ทั้งกว้างและอบอุ่น ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจท่ามกลางความหวาดเสียวได้ประหลาด เมื่อรถไฟเหาะทะยานลงมาด้วยความเร็วสูงตามด้วยเสียงกรี๊ดสุดเสียง เต็นท์เผลอหลับตาปี๋แล้วคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของคนข้าง กายพร้อมกับซุกหน้าลงกับอกแกร่งตามสัญชาตญาณ คิมหันต์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อแผ่นอกถูกแรงกระแทกเบา ๆ จากศีรษะทุย กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของคนในอ้อมกอดลอยเข้าจมูกท่ามกลางสายลมที่ตีปะทะใบหน้า แทนที่จะหวาดกลัวกับความสูง สายตาคมกลับก้มลงมองกลุ่มผมนุ่มนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับเริ่มรัวเร็วกระหน่ำอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นจากเครื่องเล่น แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและเสียงลมหายใจอุ่น ๆ ของคนที่ปากเก่งมาตลอดทางต่างหาก ทันทีที่เครื่องเล่นหยุดนิ่งและประตูนิรภัยเปิดออก เต็นท์รีบผละออกจากอ้อมอกนั้นทันที ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายปนความตกใจที่เผลอแสดงด้านอ่อนแอออกไปให้คนเจ้าเล่ห์เห็น “อะ... แฮ่ม! ก็งั้น ๆแหละครับ ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย” เต็นท์แก้เก้อ พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ กลบเกลื่อนอาการมือไม้สั่นด้วยการเชิดหน้าขึ้น คิมหันต์ไม่ได้เอ่ยปากแซวเหมือนทุกครั้ง ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้ารื้นสีของอีกฝ่ายด้วยประกายแสงบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง รอยยิ้มจาง ๆ ที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าใจหาย ชายหนุ่มเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปรกลงมาบังแก้มใสให้อย่างเบามือ โดยไม่มีคำพูดถางถางใด ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นเลย “หน้าแดงใหญ่แล้วครับ... เก่งจังนะ พ่ออินฟลูเนเซอร์ปากดี” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่ได้มีแววเยาะเย้ย แต่มันกลับเจือไปด้วยความละมุนจนเต็นท์ถึงกับชะงักงัน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง เต็นท์เบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน บรรยากาศรอบตัวคล้ายถูกลดอุณหภูมิลงจนเงียบสงบ แม้จะมีเสียงผู้คนรอบข้างจอแจ แต่โลกของพวกเขากลับเหลือเพียงแค่คนสองคน “เลิกมองแบบนั้นสักทีเถอะน่า... เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอกว่าเราอินกับละครฉากนี้จริง ๆ” เต็นท์พยายามดึงเสียงให้เป็นปกติที่สุด “แล้วถ้ามันไม่ใช่แค่ละครล่ะ...” คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาไฟฟ้าร่มรื่นของสวนสนุก ล้อมกรอบร่างโปร่งไว้ด้วยท่อนแขนทั้งสองข้าง ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริง “ถ้าเกิดว่าผม... อยากให้ทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ เต็นท์” คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจคนฟังอย่างจัง ลลมหายใจของเต็นท์สะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมด รอยยิ้มที่เคยมีหายวับไปกับตา เมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาจริงจังที่ไร้ซึ่งความขี้เล่นของท่านประธานหนุ่ม ทว่า... ก่อนที่เต็นท์จะทันได้หาเสียงตัวเองเจอเพื่อเอ่ยปากตอบอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคิมหันต์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูนั้นเสียก่อน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอและเห็นชื่อผู้ที่โทรเข้ามา ดวงตาคมก็ฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เต็นท์อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเสียสมาธิ ดันอกแกร่งให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว หายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา แต่สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบอยู่พอดี ‘มีนตรา’ รอยยิ้มอุ่นละมุนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ความรู้สึกเจ็บแปลบแปลก ๆ ตี1ขึ้นมาในอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คิมหันต์กดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่คำพูดประโยคแรกที่ลอดออกมาจากปลายสายนั้น กลับทำให้เลือดในกายของเต็นท์เย็นเฉียบลงทันที *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและเดินทางร่วมกับความซึนของท่านประธานกันนะคะ! ❤️
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%