“ถ้าไม่อยากให้ฉันจูบ นายก็ห้ามกะพริบตาจนกว่าฝนจะหยุดตก... กล้าไหมล่ะ, เต็นท์”
น้ำทุ้มต่ำที่เจือรอยยبرเยาะเบาๆ ในลำคอไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกอยากยอมจำนนเลยสักนิด ตรงกันข้าม... ธีรภัทร หรือ 'เต็นท์' ในสายตาของท่านประธานหนุ่มจอมเผด็จการอย่างคิมหันต์ กลับกำลังลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย
ภายในห้องโดยสารของรถยนต์อเนกประสงค์คันหรูที่จอดหลบมุมฝนกระหน่ำอยู่ใต้ทางด่วน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคาเหล็กดังทึบ กลายเป็นเสียงประกอบฉากชั้นดีที่ช่วยขับเน้นความเงียบงันอันน่าอึดอัด ระหว่างร่างสูงใหญ่ของคนที่โน้มตัวเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง กับร่างโปร่งของดีไซเนอร์หนุ่มที่ถูกดันจนแผ่นหลังแนบสนิทติดกับเบาะฝั่งคนขับ
เต็นท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายที่เป่ารดอยู่ริมแก้มทำให้สติที่พยายามประคับประคองไว้แทบกระเจิง แต่ศักดิ์ศรีและฟอร์มที่สะสมมานานนับปีค้ำคออยู่... จะให้ยอมแพ้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ได้อย่างไรกันเล่า!
“มั่นใจเกินไปหน่อยหรือเปล่าครับ ท่านประธาน” เต็นท์เค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ “คิดว่าตัวเองหน้าตาดีจนผมต้องใจสั่นจนทนมองไม่ได้หรือไง”
“ก็ลองดูสิ... ถ้าตาไม่ฝาด ฉันเห็นขนตานายสั่นพับๆ ตั้งแต่ประโยคแรกแล้วนะ, คุณดีไซเนอร์” คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มคมกริบทอประกายเจ้าเล่ห์อย่างที่ร้อยวันพันปีจะมีให้เห็นสักครั้ง ปกติแล้วผู้ชายคนนี้จะมีแต่มาดนิ่งขรึม เยชาชา และพร้อมจะอ้าปากดائเขาได้ทุกวินาที แต่วันนี้... บรรยากาศพายุฝนข้างนอกคงทำให้สารเคมีในสมองของท่านประธานจอมซึนเกิดรวนเร ถึงได้นึกสนุกอยากเล่นเกมท้าทายหัวใจคนอื่นเล่นเสียอย่างนั้น
“ผมไม่ได้กลัว... แค่กำลังคิดอยู่ต่างหาก ว่าถ้าผมชนะ คุณจะเอาอะไรมาแลก” เต็นท์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องประสานกับนัยน์ตาคมกริบโดยไม่ยอมหลบ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันก็ตาม
“นายอยากได้อะไรล่ะ... ถ้าชนะฉัน” คิมหันต์ทวนคำ เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังจนน่าประหลาด ปลายนิ้วเรียวใหญ่ของประธานหนุ่มเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของคนตรงหน้าออกไปอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาเต็นท์สะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่างโดยอัตโนมัติ
*ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้โกงชัดๆ!*
เต็นท์แอบสบถในใจ มือเรียวที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อผ้าเพื่อดึงสติกลับมา เกมจ้องตาบ้าบออะไรกัน ทำไมมันถึงกลายเป็นการทรมานทางจิตวิทยาที่อันตรายต่อหัวใจขนาดนี้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวว่ามันขยับเข้าไปใกล้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที... ปลายจมูกโด่งรั้นของทั้งคู่ก็แทบจะชนกันอยู่รอมร่อแล้ว
กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากตัวของคิมหันต์ผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ความเงียบงันรอบกายทำให้เสียงหัวใจของคนทั้งคู่ดังแข่งกับเสียงฝน เต็นท์รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนพวงแก้ม แม้จะพยายามบอกตัวเองให้มองตรงไปที่นัยน์ตาคู่นั้น แต่แพขนตากลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อสายตาคมกริบของอีกฝ่ายเคลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของเขาอย่างจงใจ
“มองปากฉันทำไม... กติกามันคือห้ามกะพริบตา ไม่ใช่ให้มองต่ำนะท่านประธาน” เต็นท์เสียงสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายหาเรื่องแขวะเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก
“ก็ปากนายมันน่ารำคาญ... พูดมากเกินไป” คิมหันต์ตอบเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความดุร้ายเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้คนฟังหายใจติดขัด “อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าฉันปิดปากนายนิ่งๆ ด้วยวิธีของฉัน... นายจะยังเถียงฉันได้อีกไหม”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงก็ไม่เปิดโอกาสให้เต็นท์ได้ทันตั้งตัว คิมหันต์เคลื่อนใบหน้าเข้าไปประชิดอย่างรวดเร็ว ปลายจมูกคลอเคลียกันอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะทาบทับกลีบปากนิ่มของคนปากเก่งอย่างแม่นยำ
เต็นท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมดในชั่วพริบตา ความตั้งใจที่จะชนะเกมจ้องตากระจัดกระจายหายวับไปกับอากาศ ความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดลงมาไม่ได้รุนแรงหรือล่วงเกินในคราแรก หากแต่มีความลังเลและความโหยหาเจืออยู่จางๆ จนทำให้คนที่คิดจะผลักไสกลับทำได้เพียงนิ่งค้าง ปล่อยให้ความอุ่นร้อนซึมซับเข้ามาในความรู้สึกอย่างเผลอไผล
หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วราวกับจะกระโดดออกมานอกอก คิมหันต์ขยับริมฝีปากช้าๆ ราวกับต้องการลงทัณฑ์คนอวดดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยนและทะนุถนอมซ่อนอยู่ลึกๆ มือหนาที่เคยค้ำยันเบาะรถเปลี่ยนมาประคองท้ายทอยของคนใต้ร่างเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน ปลายนิ้วโป้งลูบไล้กรอบหน้าเนียนอย่างเผลอตัว เคมีที่ดึงดูดกันและกันอย่างรุนแรงระเบิดออกในพื้นที่แคบๆ ของรถยนต์คันหรู
ริมฝีปากที่บดเบียดเริ่มเพิ่มน้ำหนักความเร่าร้อนขึ้นทีละนิด เต็นท์เผลอเผยริมฝีปากออกโดยไม่รู้ตัว เปิดทางให้ความวาบหวามล้ำลึกเข้ามาทักทาย สัมผัสที่ทั้งหวานและชวนมึนเมาทำให้สติสัมปชัญญะของดีไซเนอร์หนุ่มหลุดลอยไปไกลลิบ มือที่เคยกำแน่นเปลี่ยนมาขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของประธานหนุ่มไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
ในเสี้ยววินาทีที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่ไม่อาจปฏิเสธ คิมหันต์ก็เป็นฝ่ายผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่มองคนใต้ร่างที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองค้อนเขาอย่างไม่รู้จะเอาคืนอย่างไร
“นายแพ้แล้วนะ, เต็นท์” คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเล็กน้อย “เพราะนายกะพริบตาไปสามครั้งตอนที่ฉันจูบ”
เต็นท์เม้มปากแน่น รีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่างแล้วถอยกรูดไปจนชิดประตูอีกฝั่ง หัวใจยังคงเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอับอายและอาการเขินอายตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนหน้ามึนที่ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
“คนขี้โกง! ใครเขาเอาวิธีนี้มาตัดสินเกมเล่า!” เต็นท์แหวใส่เสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนบนใบหน้า
คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่เคยมีใครได้เห็นจากท่านประธานหนุ่มผู้เคร่งขรึมคนนี้ มือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบขวดน้ำบนคอนโซลเพื่อดับความกระหายบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในอก แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากภายนอกรถดังขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่น ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ส่วนเต็นท์สะดุ้งสุดตัว รีบหันไปมองผ่านกระจกเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ
และเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่ยืนตากฝนอยู่ด้านนอกชัดเจน... เลือดในกายของคนทั้งคู่ก็แทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
ร่างสูงโปร่งภายใต้รومคันใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดรถคันหรู พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่ชวนให้รู้สึกเย็นยะเยือกสันหลังวาบ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น **มีนตรา** อดีตคู่หมั้นสาวผู้สร้างปัญหา ที่ควรจะอยู่ห่างจากพวกเขาไปเป็นพันไมล์!
เต็นท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับมามองหน้าคิมหันต์ที่ตอนนี้สีหน้าบึ้งตึงดาร์กสนิทลงทันตาเห็น รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวประธานหนุ่มจนอุณหภูมิในรถลดฮวบลงในพริบตา
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วมาลุ้นระทึกกับศึกหนักรอบใหม่ในตอนหน้าด้วยกันนะคะ!
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 13
เกมจ้องตา
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!