เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่แรงสั่นสะเทือนจากปลายนิ้วหนาของท่านประธานหนุ่มนั้น ส่งสัญญาณเตือนภัยชัดเจนว่า "คิมหันต์" กำลังหงุดหงิดขั้นสุด
"ถ้าคิดจะใช้ลายเส้นเด็กอนุบาลมาเสนอผม เชิญเก็บใส่กระเป๋าแล้วเดินออกไปทางประตูซ้ายมือได้เลยครับ คุณธีรภัทร"
เต็นท์กลอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย มือเรียวที่กำลังถือปากกาไอแพดอยู่ชะงักไปนิด ก่อนจะตวัดสายตากลับไปสู้คมมีดของอีกฝ่ายทันที ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะยอมก้มหัวให้ความเผด็จการไร้เหตุผลนี้เด็ดขาด
"เด็กอนุบาลที่ไหนเขาออกแบบโครงสร้างพื้นที่ใช้สอยแบบ Mixed-use ผสานธรรมชาติได้ลงตัวขนาดนี้คะท่านประธาน ตาบอดสีหรือว่าสมองส่วนการประเมินสุนทรียภาพเสื่อมสภาพกันแน่ ถึงมองไม่ออกว่างานชิ้นนี้มันเพชรเม็ดงามแค่ไหน"
"ปากคอระราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" คิมหันต์เค้นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดกับท่าทางยโสที่น่าจับมาฟัดให้หายปากเก่งเสียจริง "นี่คือห้องประชุมโปรเจกต์ร่วมใจ ไม่ใช่เวทีประกวดปากดี ถ้าเถียงเก่งเท่าฝีมือออกแบบ ป่านนี้คงได้โล่ทองคำไปประดับฝาบ้านแล้วมั้ง"
"ก็ดีกว่าคนที่เอาแต่ติเพื่อทำลายแต่ไม่มีปัญญาเสนอทางออกที่ดีกว่าก็แล้วกันค่ะ" เต็นท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน "บอกมาตรงๆ ดีกว่าค่ะว่าขัดหูขัดตากับแบบของฉัน หรือแค่หาเรื่องเขม่นส่วนตัวกันแน่"
บรรยากาศในห้องประชุมเครียดขมึงจนกรณ์ที่นั่งลุ้นอยู่มุมห้องต้องยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ พลางส่งเสียงกระแอมกระอ่วน
"เอ่อ... ท่านประธานครับ คุณเต็นท์ครับ ใจเย็นๆ กันก่อนดีไหมครับ โปรเจกต์ 'The Vista' นี่เป็นโครงการเรือธงของไตรมาสหน้านะครับ ถ้าเรามัวแต่ทะเลาะกันเรื่องดีไซน์ เดี๋ยวได้เอาเวลาไปทะเลาะกันเรื่องหย่าร้างแทนพอดี เอ๊ย... หมายถึงเรื่องเซ็นสัญญาต่างหากครับ!" กรณ์รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อโดนสายตาดุๆ ของคิมหันต์ส่งผ่านมาฆ่า
คิมหันต์ถอนหายใจพรวดใหญ่อย่างพยายามระงับอารมณ์ เขายอมรับลึกๆ ว่าโครงร่างที่เต็นท์เสนอนั้นไร้ที่ติ ยิ่งพิจารณารายละเอียดการจัดวางแสงธรรมชาติที่ส่องกระทบสวนลอยฟ้า ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าไอเดียของคนตรงหน้าเฉียบคมและทรงพลังสมกับที่เป็นดีไซน์เนอร์แถวหน้า แต่ปัญหาคือ... เขารู้สึกหมั่นไส้รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั่นเหลือเกิน
ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เต็นท์ยืนอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษเอกสารและกาแฟคั่วเข้มโชว์หรี่เข้าแตะจมูกจนเต็นท์เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ถอยทำไมล่ะครับ กลัวผมเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก สายตาคมปลาบกวาดมองตั้งแต่แพขนตางอน ปากบางเฉียบที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ไปจนถึงช่วงคอระหง
"ใครกลัวคะ ถอยให้เพราะเหม็นหน้าต่างหาก" เต็นท์เชิดหน้าเถียงสู้ ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ถอยออกไปเลยนะ ท่านประธานมีพื้นที่ส่วนตัวเท่าไหร่ ทำไมต้องมาเบียดกันตรงนี้"
"ก็เพราะพื้นที่ตรงนี้มันแคบ... และคุณก็ดื้อด้านเกินกว่าจะยอมรับฟังคำแนะนำดีๆ" คิมหันต์ยื่นมือหนาไปคว้าแท็บเล็ตในมืออีกฝ่ายมาถือไว้เอง นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอแสดงผลสามมิติของอาคารชุดพักอาศัย "ตรงนี้... ถ้าเพิ่มระเบียงกระจกใสแบบโค้งรับลมรอบทิศทาง คุณคิดว่าจะทำให้น้ำหนักโครงสร้างรับไหวไหม ดีไซเนอร์มือหนึ่ง"
เต็นท์ชะงัก ลืมความหงุดหงิดไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลตามคำท้วงติบของอีกฝ่าย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างทึ่งปนประหลาดใจ "เออ... จริงด้วย ถ้าเราดัดโค้งองศาเหล็กเสริมโครงสร้างอีกนิด มันจะไม่แคบลงแถมยังได้มุมมองพาโนรามาเพิ่มขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยนะ!"
รอยยิ้มสดใสที่ฉายชัดบนใบหน้าสวยจัด ทำให้คิมหันต์เผลอมองค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมที่มักจะดุและเย็นชาบัดนี้ฉายแววอ่อนแสงลงอย่างปิดไม่มิด เจ้าตัวเล็กนี่เวลาตั้งใจทำงาน... มีเสน่ห์จนน่ากลัวจริงๆ
"เห็นไหมล่ะครับ ว่าผมไม่ได้ติเพื่อทำลาย" คิมหันต์พูดเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับหน้าผากมนเมื่อเต็นท์โน้มตัวเข้าไปใกล้จอแท็บเล็ตเพื่อดูรายละเอียดที่ร่างสูงชี้ให้ดู
กรณ์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับต้องแอบอมยิ้มพลางส่ายหัวเบาๆ สภาพของท่านประธานผู้เกรียงไกรในตอนนี้ ช่างเหมือนแมียักษ์ที่กำลังโดนแมวน้อยตกเข้าเต็มเปลาะ เหลือเชื่อจริงๆ ว่าคนปากแข็งอย่างคิมหันต์จะแพ้ทางคนแบบเต็นท์ราบคาบ
"โอเคๆ ยอมรับก็ได้ว่าไอเดียที่คุณเสริมเข้ามามัน... ใช้ได้ทีเดียว" เต็นท์พึมพำยอมรับด้วยความจำยอม แต่ยังไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ให้ "แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะให้มาถือวิสาสะสั่งโน่นสั่งนี่ได้ตลอดเวลานะคะ"
"หึ ปากเก่งแบบนี้ ระวังจะโดนลงโทษไม่ให้กลับบ้านนะครับ" คิมหันต์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดกลายเป็นความอบอุ่นละมุนละไมที่อบอวลไปด้วยเคมีชวนจิกหมอนจนคนนอกอย่างกรณ์ต้องรีบกระแอมขัดจังหวะ
"เอ่อ... ท่านประธานครับ คุณเต็นท์ครับ คือว่า... แบบแปลนนี้เราสรุปกันตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะได้เอาไปให้ทีมวิศวกรประเมินต่อ..." กรณ์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อกๆ!
ยังไม่ทันที่ใครจะอนุญาต ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างระหงของคุณหนูตระกูลดังในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง มีนตรากวาดสายตามองภาพที่คิมหันต์ยืนประชิดตัวอยู่กับเต็นท์ด้วยความสนิทสนมเกินงามด้วยแววตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความริษยา
"พี่คิมคะ! ทำไมมีนโทรหาถึงไม่รับสาย รู้ไหมคะว่ามีนรออยู่ที่ห้องทำงานตั้งนานแล้วนะ!" เสียงแหลมสูงตวัดถามด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทที่คิมหันต์ส่งกลับมา
คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น ผนกคิ้วหนายับยุ่งด้วยความรำคาญใจทันทีที่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ "คุณมีนตรา มาที่นี่ได้ยังไง และใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องประชุมส่วนตัวของบริษัทผม"
เต็นท์ถอยหลังออกมาตั้งหลักทันที รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากสวยเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวป่วนโผล่มาถูกจังหวะพอดี
มีนตรากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจเมื่อถูกหักหน้าต่อหน้าดีไซเนอร์ปากจัดคนนี้ แต่เธอกลับยิ้มหยันออกมาอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลในมือถือขึ้นมาสะบัดเบาๆ
"มีนไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาสวีทหรอกค่ะพี่คิม... พอดีมีนบังเอิญได้หลักฐานบางอย่างเกี่ยวกับ 'ตัวจริง' ของคุณดีไซเนอร์คนนี้เข้าเสียก่อน เลยอยากเอามาให้พี่คิมดูด้วยตาตัวเอง ว่าคนที่กำลังนอนร่วมเตียงอยู่กับท่านประธานเนี่ย... มีความลับอะไรซ่อนอยู่ใต้พรมบ้าง!"
ทุกสายตาในห้องหันขวับไปมองซองเอกสารในมือมีนตราทันที บรรยากาศที่เคยอบอุ่นและเคมีที่กำลังพุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกความหนาวยะเยือกเข้าปกคลุมชั่วพริบตา
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาลุ้นและจิกหมอนไปกับเคมีชวนฟินของคู่กัดคู่นี้ด้วยนะคะ ♥️ - หมอกไม้ไผ่
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 19
โปรเจกต์ร่วมใจ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!