ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 18

คำสารภาพกลางดึก

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนอนกว้าง โทนแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น แต่นาทีนี้ คิมหันต์กลับกำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่บนโซฟาปลายเตียง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างเพรียวของคนที่กำลังลอยชายเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน "นายจะนอนโซฟาหรือจะนอนบนเตียง ก็เลือกเอาสักทางเถอะเต็นท์ อย่ามาเดินเกะกะแถวนี้ มันรกหูรกตา" น้ำเสียงห้วนจัดที่จงใจพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก ไม่ได้ทำให้คนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด ธีรภัทรหรือเต็นท์เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเย้าหยอกอย่างรู้ทัน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบzบนพรมปูพื้นหนานุ่มอย่างไม่เกรงใจเจ้าของห้อง "แหม ท่านประธานครับ... เอ้ย! ท่านประธานคะ พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงคะเนี่ย ห้องก็ห้องของคุณเตียงก็เตียงของคุณ หรือว่า..." เต็นท์ลากเสียงยาวอย่างจงใจแกล้ง ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับยามช้อนขึ้นมองคนตัวโตกว่า "กลัวผมนอนดิ้นแล้วไปละเมอซบคุณเข้า หรือกลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวกันแน่ล่ะคะ" "หลงตัวเอง!" คิมหันต์สวนกลับทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เขารู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเจอสายתพราวระยับคู่นั้น "คนอย่างฉัน ต่อให้บนโลกนี้เหลือแค่นายกับฉันเป็นมนุษย์สองคนสุดท้าย ฉันก็ไม่มีวันพิศวาสนายหรอก รำคาญเสียมากกว่าที่ต้องมาทนเห็นหน้าอยู่ร่วมชายคาเดียวกันแบบนี้" "โอ๊ะ โอ๋ ปากแข็งเป็นบ้าเลยนะคะคุณคิม" เต็นท์หัวเราะคิกคักในลำคออย่างชอบใจที่ได้เห็นคนมาด นิ่งคุมเกมขาดกระเด็น ท่าทางกวนประสาทนั้นทำให้คิมหันต์แทบอยากจะลุกขึ้นไปเขย่าตัวคนตรงหน้าให้หลุดความดื้อรั้นออกมาให้หมด แต่ติดที่ว่า... ยิ่งมองเรือนร่างระหงในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเคลื่อนไหว หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงจนน่าหงุดหงิด ความเงียบโรยตัวลงมาชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เต็นท์หยุดแกล้งเมื่อสังเกตเห็นว่าแววตาของคนตัวโตเริ่มเปลี่ยนไป ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านยาก และนั่นทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด "ถ้ารำคาญนัก แล้วทำไม..." เต็นท์เอ่ยเสียงเบาลง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างค้นหา "ทำไมวันนั้นถึงยอมเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่กับผมล่ะคะ ทำไมต้องยอมให้ผมเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคุณด้วย" คำถามนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจคิมหันต์ มือหนาที่วางอยู่บนตักเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว สัญญาแต่งงานปลอมๆ ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่วันนี้... เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากผูกมัดอีกคนไว้ด้วยหัวใจจริงๆ เสียเอง และนั่นคือสิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุด คิมหันต์ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้าไปประชิดตัวคนบนพื้นจนเต็นท์ต้องหงายเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวไว้ก่อนจะดึงให้ลุกขึ้นยืนตาม แรงดึงนั้นทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน "อยากรู้มากนักใช่ไหมว่าทำไม!" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานาน "เพราะฉันเกลียดไง! เกลียดเวลาที่นายไปยิ้มแย้มให้คนอื่น เกลียดเวลาที่นายทำตัวเป็นอิสระไม่สนใจใคร และที่สำคัญที่สุด..." เขาหยุดหายใจไปชั่วขณะ อกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ฉันหวง!" คำพูดนั้นหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักโดยที่เจ้าตัวแทบไม่ได้ยับยั้งชั่งใจ คิมหันต์เผลอหลุดปากตะโกนความรู้สึกที่แท้จริงออกไปจนหมดเปลือก ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามจนแทบจะประสานเป็นเสียงเดียวกัน เต็นท์เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ประโยคที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายซึนๆ อย่างคิมหันต์ทำให้สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมากลางอกอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... ชายหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ใครอย่างคิมหันต์ เมื่อได้สติว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ความตื่นตระหนกก็เข้าครอบงำทันที ใบหน้าหล่อเหลาเหرอดขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยกลบเกลื่อนความอาย "อะ... ฉันหมายถึง..." คิมหันต์รีบปล่อยแขนเต็นท์ออกทันที พร้อมกับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวแต่ยังคงเชิดขึ้นอย่างถือดี "ฉันหมายถึงฉันหวง 'สัญญา' ต่างหากเล่า! ถ้าเกิดนายทำผิดสัญญาแล้วหนีหายไป บริษัทฉันจะเสียหน้าแค่ไหน หุ้นตกฮวบฮาบเพราะนายคนเดียว ฉันจะไปหาใครมารับผิดชอบล่ะ!" เต็นท์ที่กำลังซาบซึ้งถึงกับมุมปากกระตุก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อได้ยินคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นั้น "อ๋อ... หวงสัญญาเหรอคะ? แปลกจังเลยนะคะคุณประธาน หน้าตานี่แดงแจ๋ยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกเสียอีก แบบนี้เขาเรียกว่ากลัวเสียหน้าสัญญา หรือว่ากลัวเสีย 'เมีย' กันแน่คะ หืม?" "เต็นท์!" คิมหันต์คำรามลั่นด้วยความเขินอายจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี มือหนาเอื้อมไปหมายจะปิดปากคนช่างพูด แต่เต็นท์กลับไวกว่า เอี้ยวตัวหลบพร้อมกับหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน บรรยากาศที่เคยตึงเครียดเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวานปนความป่วนที่ชวนให้ใจเต้นแรง คิมหันต์จ้องมองรอยยิ้มพราวระยับของคนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู ลึกๆ แล้วเขาอยากจะดึงร่างบางเข้ามากอดให้หายหมั่นไส้เสียให้เข็ด แต่ทว่า... ก่อนที่คิมหันต์จะได้ทำตามใจคิด *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในยามวิกาล ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่บิดลูกบิดเข้ามาเองอย่างถือวิสาสะโดยที่เจ้าของห้องยังไม่ได้อนุญาต ร่างชุ่มโชกของใครบางคนก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องนอน พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่ดังระงับไม่อยู่ "พี่คิมคะ... ช่วยมีนด้วย มีนไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว..." ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของท่านประธานคิมด้วยกันนะคะ ♥️
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%