ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 8

ไข้หวัดกับคนปากแข็ง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“คิดจะมาเคาะห้องใครตอนตีสองครึ่ง คุณมีมารยาททางสังคมหลงเหลืออยู่บ้างไหมครับ คุณมีนตรา” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคิมหันต์เย็นยะเยือกเสียจนคนฟังต้องสะดุ้ง ประธานหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาบังหน้าประตูห้องนอนไว้มิดชิด แววตาดุดันที่มองผู้มาใหม่ไม่ได้ซ่อนความรังเกียจเอาไว้เลยแม้แต่น้อย เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อยยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวเขากลายเป็นสนามรบขนาดย่อม มีนตราในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงกระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มพยายามปั้นแต่งบนใบหน้าจืดเจื่อนลงทันทีเมื่อเจอสายตานั้น เธอชูถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือขึ้นเป็นข้ออ้าง “มีน... มีนแค่เป็นห่วงค่ะพี่คิม พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาซุปไก่บำรุงมาให้ เห็นว่าช่วงนี้บริษัทเครียดเรื่องโปรเจกต์ใหม่... อุ๊ย!” หญิงสาวยังพูดไม่ทันจบประโยคดี คิมหันต์ก็ยกมือขึ้นขัดจังหวะด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ทันที “ไม่ต้องเสียเวลาเป็นห่วงผม และที่สำคัญ...” คิมหันต์กดเสียงต่ำลง ทอดสายตาคมกริบมองทะลุผ่านร่างเธอด้านหลัง “ห้องนี้ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะมาเหยียบ กลับไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วจัดการขั้นเด็ดขาดกับคนที่ปล่อยให้คุณขึ้นมาถึงชั้นนี้” ประตูกระจกบานหรูถูกผลักปิดกระแทกใส่หน้าอย่างไม่ไว้หน้า ทิ้งให้มีนตรยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจอยู่หน้าห้องเพียงลำพัง ภายในห้องนอนใหญ่ อุณหภูมิไม่ได้อุ่นขึ้นตามที่ควรจะเป็น คิมหันต์หันกลับมามองเตียงนอนกว้าง เต็นท์ที่เมื่อครู่ยังสะลึมสะลือด้วยพิษไข้ ตอนนี้ขยับตัวหนีถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง ดวงตากลมโตสีนิลจ้องมองเขาด้วยความระแวงระวัง ริมฝีปากแห้งผากเม้มเข้าหากันแน่น “มองอะไร หน้าผมมีรอยลิปสติกของคุณหนูมีนตรารึไง” คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้เตียงนอน ทั้งที่ปากพูดจาถางถางแต่ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปแตะหน้าผากเนียนที่ร้อนจัดราวกับเตาไฟโดยอัตโนมัติ “โอ๊ย! มือคุณเย็นหรือตัวผมร้อนเนี่ย” เต็นท์สะดุ้ง ปัดมืออีกฝ่ายออกทันควัน พร้อมกับส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ “แล้วจะมายุ่งอะไรกับผมนักหนา ไปดูแลคู่หมั้นคนสวยของคุณโน่นสิครับ มายืนทำหน้ายักษ์ใส่ผมอยู่ได้ ถอยไปเลยนะ ผมจะนอน” “ปากดีได้ขนาดนี้ ไข้คงไม่ขึ้นสมองตายหรอกมั้ง” คิมหันต์สวนกลับทันควัน ขบกรามแน่นด้วยความหมั่นไส้ในความอวดเก่งของคนป่วย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กที่พยายามจะปัดป้องเขาไว้ “นอนนิ่งๆ สิ ธีรภัทร! ดื้ออยู่ได้ ตัวร้อนขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นเก่ง” “ใครดื้อ คุณนั่นแหละน่ารำคาญ ปล่อยนะ!” เต็นท์ดิ้นขลุกขลักด้วยความหงุดหงิด ยิ่งพิษไข้รุมเร้าก็ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะหลุดลอย ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดจนควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่ “ออกไปจากห้องผมเลยนะ ประธานบ้านี่! มาทำเป็นใจดีแต่ปากหมา เดี๋ยวก็ปาหมอนใส่หน้าซะหรอก” คิมหันต์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว บังคับให้ร่างโปร่งที่กำลังพยศนอนราบลงไปกับหมอนนุ่มตามเดิม แรงปะทะทำให้เต็นท์เผลอสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาของประธานหนุ่มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้ม ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในความมืดสลัว “ถ้าดื้ออีกคำเดียว ผมจะจูบจนกว่าคุณจะหมดแรงเถียง... เลือกเอา จะนอนเงียบๆ ให้ผมเช็ดตัวกินยา หรือจะให้ผมใช้วิธีอื่นป้อนยาคุณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีเค้าลางของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย เต็นท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างแค่คืบ ความรู้สึกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อยจนใจสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่... แต่เป็นเพราะแววตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมาต่างหาก มันทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันจนน่ากลัว “คุณ... คุณมันบ้า” เต็นท์พึมพำเสียงแผ่วเบา ยอมสงบปากสงบคำลงในที่สุดเมื่อรู้ว่าสู้แรงอีกฝ่ายไม่ไหว ยิ่งตอนนี้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงด้วยพิษไข้ ยิ่งทำให้เขาตกเป็นรองอย่างราบคาบ คิมหันต์มุมปากกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นคนปากเก่งจำนนลงได้ เขาผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินหายเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูผืนนุ่ม ตลอดทั้งคืนนั้น ห้องนอนกว้างจึงกลายเป็นสนามรบเงียบๆ ระหว่างประธานหนุ่มผู้ไม่ยอมแสดงความอ่อนโยนออกมาตรงๆ กับนายแบบอินฟลูเอนเซอร์ผู้ดื้อรั้น คิมหันต์คอยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามกรอบหน้าลำคอและฝ่ามือให้อย่างเบามือที่สุด แม้ปากจะบ่นพึมพำตลอดเวลาว่าอีกฝ่ายเป็นภาระชิ้นใหญ่ แต่ดวงตาคู่คมกลับทอดมองร่างที่นอนซมด้วยความห่วงใยระคนเอ็นดู มือหนาคอยพลิกตัวเปลี่ยนผ้าห่มให้เป็นระยะ และคอยหยิบยาแก้ปวดลดไข้มาป้อนให้เมื่อคนป่วยเริ่มเพ้อตัวร้อนจัด เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงสีส้มอ่อนของรุ่งอรุณเริ่มลอดผ่านม่านกันแสงเข้ามาแตะขอบหน้าต่าง ความเหนื่อยอ่อนทำให้คิมหันต์เผลอฟุบหลับคาขอบเตียงโดยมีมือข้างหนึ่งกุมมือเรียวของเต็นท์เอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายวับไปกับตา เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นติดกันสามครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างไร้มารยาท เต็นท์ที่เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดยามเช้า สะดุ้งตื่นและพยายามขยับมือออก ทว่าจังหวะนั้นเองที่เสียงหวานใสของมีนตราดังแว่วมาจากหน้าห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง “พี่คิมคะ... มีนเอาเอกสารด่วนมาให้ เซ็นเสร็จแล้วเราไปทานกาแฟกันนะคะ” คิมหันต์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ดวงตาดุดันตวัดขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่เต็นท์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่าสภาพของพวกเขาในตอนนี้ดูหมิ่นเหม่และแนบชิดกันมากแค่ไหน แถมยังมีบุคคลที่สามบุกรุกเข้ามาเห็นจะๆ คาตา! รี้ดเดอร์คะ... ความลับที่ซ่อนไว้กำลังจะพังทลายลงในพริบตาเดียว! กดอ่านตอนถัดไปเพื่อลุ้นระทึกพร้อมกันได้เลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%