ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 10

การมาเยือนของแม่ยายปลอมๆ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงกริ่งหน้าประตูกล่าวทักทายดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน ราวกับระฆังเคาะประกาศยกแรกของศึกมวยนรกที่เต็นท์ไม่ได้เตรียมใจจะขึ้นชก สิบนาทีบ้าอะไรล่ะ! นี่มันผ่านมาแค่แปดนาทีกับอีกสี่สิบวินาทีต่างหาก! "ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะคุณ ว่าที่ภรรยา... ไปเปิดประตูสิครับ แม่ผมยืนรอจนรากงอกแล้วมั้ง" คิมหันต์กระซิบเสียงลอดไรฟัน สีหน้าของท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในยามปกติราบเรียบสนิท แต่ถ้าใครสังเกตให้ดีจะเห็นเส้นเลือดตรงขมับที่เต้นตุบๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ เต็นท์ถลึงตาใส่ร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทีลอยชาย ถ้าไม่ติดว่าเราเซ็นสัญญาแต่งงานกำมะลอเพื่อแลกกับการใช้หนี้ก้อนโตให้ครอบครัว ป่านนี้เขาคงหยิบแจกันคริสตัลราคาแพงฟาดหัวทุยๆ ของท่านประธานจอมเผด็จการนี่ไปสักทีสองทีแล้ว! "จำไว้นะคิมหันต์ ถ้างานนี้ผมหลุดโป๊ะเพราะคุณกวนประสาท ค่าจ้างรายเดือนของผมต้องคูณสอง" เต็นท์เค้นเสียงกระซิบลอดไรฟันกลับไปบ้าง พร้อมกับยื่นมือไปหยิกสีข้างของอีกฝ่ายหมุนไปหนึ่งรอบเต็มๆ จนคนตัวโตกว่าสะดุ้งเฮือก หน้าเหเกือบหลุดมาด "โอ๊ย! มือหนักเป็นบ้า... เออๆ จัดไป ถ้ารอดไปได้ ผมจะจ่ายให้สามเท่าเลย เอ้า ไปเปิดประตูได้แล้ว!" คิมหันต์รีบปัดมือบางออก ลูบเอวตัวเองป้อยๆ พลางดันหลังร่างโปร่งให้ก้าวฉับๆ ไปทางประตูหน้าบ้าน กริ่งบ้านดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กดค้างยาวนานกว่าเดิมจนสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง เต็นท์สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ดึงรอยยิ้มหวานหยดย้อยระดับอินฟลูเอนเซอร์พันล้านขึ้นมาประดับบนใบหน้าทันทีในเสี้ยววินาทีที่เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู แอ๊ด... ประตูบานใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นร่างเพชรระยับของคุณหญิงพรรณราย มารดาผู้ให้กำเนิดของคิมหันต์ ท่านอยู่ในชุดสูทผ้าไหมสีโรสโกลด์เข้ารูป ไว้ผมสั้นดัดลอนสไตล์ผู้ดีเก่า ทว่าดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นแบรนด์ดังกลับกวาดตามองสำรวจผู้ที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าประตูปราดเดียวราวกับเครื่องสแกนวัตถุ "อ้าว คุณแม่! มาถึงเร็วกว่าที่คิดนะคะเนี่ย..." เต็นท์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานละมุนละไมชนิดที่เจ้าตัวยังขนลุกซู่ พร้อมกับก้าวเข้าไปประคองข้อศอกของคุณหญิงพรรณรายอย่างนอบน้อมราวกับลูกสะใภ้ผู้แสนดีที่ฝึกฝนมาร้อยปี คุณหญิงพรรณรายหรี่ตามองหน้าเต็นท์อย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเหลือบมองเลยไปด้านหลังที่บุตรชายตัวดีกำลังยืนยิ้มแห้งๆ ส่งสัญญาณมือเป็นพัลวัน "แปลกจริง... ตาคิมบอกว่าแกเป็นคนไม่ค่อยยอมคน หยิ่งยโสพอดู แต่ทำไมวันนี้ดู... ว่านอนสอนง่ายจังล่ะลูก หรือเพราะรู้ว่าแม่จะมาตรวจเรือนหอ ถึงได้รีบฟอร์มจัด?" สุภาพสตรีอาวุโสเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ ทว่าคำพูดกลับเชือดเฉือนทำเอาเต็นท์เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง "โถ คุณแม่คะ... พี่คิมก็ชอบพูดจาแกล้งเต็นท์ให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อยแหละค่ะ เต็นท์เป็นคนน่ารัก เรียบร้อย และรักสามีจะตายไป จริงไหมคะคุณ..." ประโยคหลังเต็นท์หันไปส่งสายตาพิฆาตส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังสามี(กำมะลอ)ที่เดินเข้ามาร่วมวง คิมหันต์กลืนน้ำลงคออึกใหญ่ รีบก้าวเข้ามาโอบเอวบางของเต็นท์เอาไว้แนบแน่น รั้งร่างโปร่งเข้ามาจนชิดแผ่นอกกว้างอย่างแนบเนียน ชนิดที่คนนอกมองมาต้องคิดว่าเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่รักกันปานจะกลืนกิน "จริงครับแม่... เต็นท์เขาทั้งน่ารักแล้วก็ขี้อ้อนผมจะตายไป ดูก็รู้ว่าผมหลงภรรยาคนนี้ขนาดไหน" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลชวนฝัน ใบหน้าคมคายโน้มลงไปใกล้ใบหูของคนในอ้อมแขนจนปลายจมูกโด่งเกือบแตะแก้มเนียน ทว่าเสียงกระซิบต่อมาที่ลอดมาจากไรฟันกลับทำเอาเต็นท์อยากจะเหยียบเท้าอีกฝ่ายให้จมดิน "เล่นละครเก่งนี่คุณ... เดี๋ยวคืนนี้มีรางวัลพิเศษให้" เต็นท์แอบหยิกหมั่นเขี้ยวเข้าที่ต้นแขนแกร่งผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงแรงๆ หนึ่งทีจนคิมหันต์หน้าเหยเก แต่รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลากลับยังคงประดับไว้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับนายแบบโฆษณา "แหม... แสดงความหวานให้แม่อิจฉาตั้งแต่ก้าวเข้าบ้านเลยนะ เชิญคุณแม่นั่งก่อนดีกว่าค่ะ เดินทางมาเหนื่อยๆ เดี๋ยวเต็นท์ไปชงชาสมุนไพรสูตรพิเศษมาให้ดื่มคลายเครียดนะคะ" เต็นท์ผละออกจากอ้อมแขนของสามีจอมปลอมอย่างนิ่มนวล แล้วเดินนำคุณหญิงพรรณรายไปที่โซฟาชุดรับแขกกลางห้องนั่งเล่น บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีขาวครีมและไม้โอ๊คธรรมชาติ แสงไฟสีส้มอบอุ่นสาดส่องลงมาทำให้บรรยากาศดูน่าพักผ่อน ทว่าความอึดอัดระหว่างแม่สามีและว่าที่ลูกสะใภ้กลับทำให้เต็นท์รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลวดสลิงกลางอากาศ คุณหญิงพรรณรายนั่งลงบนโซฟาตัวยาว วางกระเป๋าแบรนด์เนมใบน้อยลงข้างกาย สายตายังคงสำรวจไปรอบๆ ตัวบ้านอย่างละเอียดถี่ถ้วน "อืม... การจัดบ้านดูมีรสนิยมดีนี่ ดีไซเนอร์อย่างเธอก็จริงอยู่หรอก แต่เรื่องงานบ้านงานเรือน ดูแลตู้เย็น หรือจัดเตรียมอาหารการกินล่ะ ตาคิมเขาบอกว่าเธอทำไม่เป็นสักอย่าง" เต็นท์ที่กำลังเดินถือถาดชาเข้ามา ชะงักฝีเท้าไปนิดหนึ่งก่อนจะส่งยิ้มหวานการค้ากลับไป วางถาดลงตรงหน้าผู้สูงอายุอย่างระมัดระวัง "เรื่องงานบ้านเต็นท์อาจจะไม่ได้จับบ่อยเพราะงานดีไซน์มันยุ่งมากค่ะคุณแม่ แต่เรื่องดูแลพี่คิม... เต็นท์ไม่เคยบกพร่องเลยสักนิดนะคะ เมื่อคืนก่อนเขากลับดึก เต็นท์ยังต้มซุปกระดูกหมูร้อนๆ รอจนดึกดื่นค่อนคืน แถมยังคอยนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้เขาจนถึงตีสองเลยค่ะ จริงไหมคะพี่คิม?" เต็นท์หันไปสบตากับคิมหันต์ พร้อมกับส่งสายตากดดันระดับสิบไปให้ พระเอกหนุ่มหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงคืนก่อนที่ตนนอนหลับเป็นตายบนโซฟาโดยไม่มีซุปกระดูกหมูบ้าบออะไรนั่นเลยสักหยด! คิมหันต์กระแอมออกมาช้าๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการพิรุธ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปโอบไหล่บางของเต็นท์อีกครั้งอย่างจำยอม "ครับแม่... เต็นท์เขาดูแลผมดีมากจริงๆ ดีจนผม... ไม่รู้จะหาภรรยาที่ไหนมาเทียบเท่าแล้วล่ะครับ" ประโยคหลังคิมหันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำเป็นพิเศษ นัยน์ตาคมกริบที่มองสบมาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับบางอย่างที่ทำเอาเต็นท์ใจเต้นตักตักขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล คุณหญิงพรรณรายมองหน้าลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้สลับกันไปมา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มฉายแววเอ็นดูระคนขบขันขึ้นมาบ้างแล้ว "ปากหวานกันจริงๆ นะ... หวังว่าความหวานนี้จะอยู่รอดไปได้สักกี่น้ำเถอะ" "อยู่รอดจนมีหลานให้คุณแม่ออุ้มแน่นอนค่ะ!" เต็นท์สวนกลับทันควันโดยไม่ทันคิด เพื่อตัดบทสนทนาอันตรายนี้ออกไป พรวด! คิมหันต์ที่กำลังยกถาดชาขึ้นจิบถึงกับสำลัก สำลักน้ำชาพรู่ออกมาแทบไม่ทัน ดวงตาคมเบิกกว้างหันขวับมามองหน้าคนพูดด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "แคกๆ... เธอว่าอะไรนะเต็นท์?" เต็นท์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ปากไวเป็นเหตุสังเกตได้! เขาหัวเราะกลบเกลื่อนสุดชีวิต "เอ่อ... หมายถึง... หมายถึงถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ น่ะค่ะคุณแม่!" คุณหญิงพรรณรายวางถาดแวววาวลงบนโต๊ะกระจก รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างพึงพอใจ "ดี... ถ้าพูดแบบนี้แล้ว แม่ก็สบายใจขึ้นเยอะ ไหนๆ วันนี้แม่ก็มาเยี่ยมเรือนหอทั้งทีแล้ว และพวกเธอก็แต่งงานกันเป็นหลักฐานเรียบร้อย... แม่ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงฉลองภายในครอบครัวเล็กๆ ให้คืนนี้เลย" เต็นท์และคิมหันต์หันขวับมามองหน้ากันทันที ความตกใจฉายชัดในแววตาของทั้งคู่ งานเลี้ยงฉลองครอบครัวกะทันหันแบบนี้ หมายความว่าละครฉากนี้จะต้องเล่นต่อไปอีกยาวไกล และความลับเรื่องสัญญาแต่งงานกำมะロมีสิทธิ์พังทลายลงได้ทุกเมื่อหากพลาดพลั้ง! "เอ่อ งานเลี้ยงเหรอคะคุณแม่..." เต็นท์พยายามจะหาข้ออ้างปฏิเสธ "ไม่ต้องปฏิเสธหรอกลูก แม่จัดการทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้ว" คุณหญิงพรรณรายโบกมืออย่างไม่ยอมรับคำปฏิเสธ ก่อนจะหันไปมองทางประตูหน้าบ้านที่จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะดังขึ้นขัดจังหวะ ก๊อกๆๆ! "อ้าว สงสัยคนจัดเตรียมอาหารที่แม่สั่งไว้จะมาส่งพอดี..." คุณหญิงพรรณรายพึมพำอย่างอารมณ์ดี เต็นท์ขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ พิศกลชอบกลตั้งแต่เสียงเคาะประตูดังขึ้นครั้งแรก คิมหันต์เองก็มีสีציหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที มือหนาเผลอบีบต้นแขนของเต็นท์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ประจําห้องรับแขกค่อยๆ เปิดออกด้วยฝีมือของแม่บ้านที่วิ่งไปเปิดให้ ทว่าร่างที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่คนส่งอาหารอย่างที่คิด ใบหน้าคุ้นเคยของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับ พร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่เคลือบยาพิษ ปรากฏขึ้นตรงหน้าประตูห้องนั่งเล่น พร้อมกับเสียงใสที่เอ่ยทักทายขึ้นมาอย่างสนิทสนม "สวัสดีค่ะคุณป้า... พอดีมีนทราบข่าวว่าคุณป้ามาเยี่ยมพี่คิมกับพี่เต็นท์ มีนเลยถือวิสาสะแวะมาเซอร์ไพรส์ด้วยคนค่ะ..." มีนตรากวาดสายตามองมาที่เต็นท์และคิมหันต์ที่นั่งแนบชิดติดกันบนโซฟา รอยยิ้มบนมุมปากของเธอกระตุกยิ้มร้ายกาจอย่างไม่มีใครทันตั้งตัว *** *หมอกไม้ไผ่ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความฟินจิกหมอนนี้มาจนถึงตอนที่ 10 นะคะ!*
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%