ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 22

กับดักของมีนตรา

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงในมือของมีนตราเกือบจะร้าวคามือ เมื่อเสียงกริ่งหน้าห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม ติดต่อกันอย่างไม่มีมารยาท หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติและความเย่อหยิ่งทายาทตระกูลดังกลับคืนมาสู่ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีต แผนการที่วางไว้ร่วมสัปดาห์กำลังจะเข้าสู่ฉากไคลแม็กซ์... และเธอก็ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด "มาแล้วค่ะ..." เสียงหวานหยาดเยิ้มถูกดัดให้ฟังดูอ่อนระอาเล็กน้อยพอกลมกลืน ทว่าทันทีที่บานประตูอัตโนมัติเปิดออก รอยยิ้มพึงใจบนเรียวปากสีพีชก็แทบจะแข็งค้าง คนที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม่ใช่คิมหันต์ ประธานหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายสูงสุดของเธอ แต่กลับเป็นร่างสูงโปร่งของธีรภัทร หรือ 'เต็นท์' นายแบบและดีไซเนอร์ปากเก่งที่กำลังส่งยิ้มเย็นชามาให้ พร้อมกับถุงกาแฟแบรนด์โปรดของสามี (ในนาม) ของเธอในมือ "ตกใจอะไรคะคุณมีนตรา หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว คิดว่าผัวชาวบ้านเขาจะเดินมาเปิดประตูรับรึไง" เต็นท์ก้าวล้ำเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่ต้องรอให้อนุญาต ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองสภาพความเรียบร้อยของห้องรับแขกที่ถูกจัดฉากไว้เสียดิบดี ทั้งขวดไวน์ราคาแพงที่เปิดไว้รอลมหายใจ และหมอนอิงที่ถูกจัดวางในองศาที่ดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านการใช้งานร่วมกันมาหมาดๆ มีนตราหน้าเจื่อนไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเชิดหยิ่งตามเดิม เธอไขว่ห้างกอดอก มองผู้มาเยือนด้วยสายตารังเกียจระคนสมเพช "อุ๊ย... แรงจังนะคะคุณเต็นท์ สมแล้วที่เป็นเด็กในปกครองของคุณคิม พูดจาไร้สัมมาคารวะเสียจริง" มีนตราแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเข้ามาขวางทางเดินไปยังโซนห้องนอนชั้นบน "แต่ก็นะ... คนที่มาไม่ได้รับเชิญอย่างคุณ มีสิทธิ์อะไรมาเหยียบเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของพี่คิมล่ะคะ? หรือว่า... ทนไม่ได้ที่เห็นสามีตัวเองอยู่กับคนอื่นจนต้องวิ่งแจ้นตามมาหึงหวง?" เต็นท์วางถุงกาแฟลงบนเคาน์เตอร์บาร์ด้วยความแรงพอประมาณ เสียงกระทบกันของแก้วเรียกสายตานضحจิกกัดจากเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ร่างบางหันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "สามีในนามค่ะคุณมีนตรา จำไม่ได้เหรอคะว่าใบทะเบียนสมรสปลอมๆ กับสัญญาบ้าบออะไรนั่น มันจัดฉากขึ้นมาเพราะผู้ใหญ่ฝั่งคุณดิ้นรนอยากเกี่ยวดองกับตระกูลคิมหันต์ต่างหาก" เต็นท์ก้าวเข้าไปประชิดทีละนิด กดดันให้อีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายถอยหลัง "ส่วนสิทธิ์ที่ฉันมาเหยียบที่นี่... ก็เพราะคิมหันต์เขาไลน์มาตามให้ฉันเอาเอกสารงานออกแบบชุดพรีเซนต์โปรเจกต์ใหญ่มาให้เซ็นไงคะ หรือว่าคุณมีนตราหูทวนลม ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ถึงได้มานั่งรอเก้ออยู่ตรงนี้ตั้งแต่บ่าย?" "แก...!" มีนตราหน้าตื่นขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อโดนจี้จุดตาย แต่เธอก็ไวกว่า รีบเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น "จะพูดอะไรก็พูดไปเถอะค่ะคุณเต็นท์ เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า นักข่าวสายบันเทิงและซุบซิบไฮโซกลุ่มใหญ่ กำลังจะรู้ข่าววงNในว่า... ประธานคิมหันต์แห่งคิมภัทรกรุ๊ป แอบกกคู่หมั้นเก่าตระกูลดังไว้ในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวสองต่อสอง" มีนตราหัวเราะในลำคออย่างผู้กำชัยชนะ "รูปถ่ายเซฟิวงามๆ ที่ฉันส่งเข้าสำนักข่าวไปเมื่อกี้ คงกำลังขึ้นหน้าฟีดว่อนโซเชียลแล้วล่ะมั้งคะ" เต็นท์ชะงักไปนิด ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด แม้ใจหนึ่งจะกระตุกวูบด้วยความหงุดหงิดกับความหน้าด้านของอีกฝ่าย แต่ใบหน้าหวานกลับระบายยิ้มเยาะที่ทำเอาบอสสาวตระกูลดังถึงกับคิ้วกระตุก "แผนตื้นๆ แบบนี้... คิดว่าคิมหันต์เขาจะโง่จนไม่รู้ทันเหรอคะ?" เต็นท์เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "ผู้ชายระดับคิมหันต์ ถ้าเขาอยากเขี่ยคุณทิ้ง เขาทำไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้คุณมานั่งแอ๊บไลฟ์สดหรือสร้างภาพกับขวดไวน์หรอกค่ะ" "ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะ!" มีนตราหมดความอดทน เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรหาสำนักข่าวเพื่อเร่งกระแส ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังมาจากประตูหน้าห้องที่ถูกเปิดค้างไว้ ก็ทำให้ทั้งคู่ต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงสง่าของคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง บรรยากาศรอบตัวแผ่รังสีความเย็นยะเยือกจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของภรรยาจำเป็นที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท "พี่คิม...!" มีนตราเปลี่ยนท่าทีจากนางพญาเป็นลูกแมวอ้อนทันที เธอรีบวิ่งเข้าไปหมายจะคว้าแขนแกร่ง แต่คิมหันต์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจ รังสีความดุดันแผ่ซ่านจนมีนตราต้องชะงักกึก "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่ มีนตรา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างง่ายดาย "มีน... มีนก็แค่คิดถึงพี่คิมค่ะ เราไม่ได้เจอกันนาน..." "หยุดตอแหลแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ รปภ. โยนเธอออกไปจริงๆ" คิมหันต์ตัดบทเสียงกร้าว เขาไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองท่าทีน่าเวทนาของอดีตคู่หมั้น สายตาของเขาถูกดึงดูดด้วยร่างโปร่งของเต็นท์ที่ยืนนิ่งอยู่ห่างออกไป เต็นท์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ กวาดสายตามองหน้าสามีซึนปากร้ายที่เพิ่งเคลียร์ตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อข่าวฉาวได้อย่างเฉียดฉิว "มาได้จังหวะดีนี่คะท่านประธาน... สงสัยฉันคงต้องกลับไปเคลียร์คิวงานต่อแล้วล่ะมั้งคะ ขืนอยู่นานกว่านี้ เดี๋ยวจะพลอยตกเป็นข่าวสามเส้ากับเขาไปด้วย" เต็นท์หมุนตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงไปทางประตู ทว่าข้อมือบางกลับถูกคว้าหมับไว้ด้วยมือหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ "จะไปไหน" คิมหันต์ดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวโดยไม่สนใจสายตาของมีนตราที่เบิกกว้างด้วยความตกใจและริษยา "ปล่อยค่ะ! ไปเคลียร์กับคู่หมั้นเก่าของคุณนู่นเถอะ ฉันไม่อยากเป็นตัวประกอบในละครฉากนี้หรอกนะ" เต็นท์สะบัดข้อมือหนarแต่ก็ไม่เป็นผล แรงบีบกระชับแน่นขึ้นจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "หึง?" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ดวงตาคมทอดมองคนปากเก่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความดุ "บอกแล้วไงว่าฉันมีเธอคนเดียว... ส่วนยายตัวป่วนนี่ ฉันจัดการเอง" "ใครหึงคุณ ทุบหม้อข้าวตัวเองยังดูมีอนาคตกว่ามาหึงคนปากร้ายอย่างคุณซะอีก!" เต็นท์เถียงกลับทันควัน ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา มีนตราที่ยืนมองภาพความสนิทสนมและสายตาที่คิมหันต์ใช้มองเต็นท์ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ ความอับอายและแค้นเคืองพุ่งปรี๊ดขึ้นจนสติหลุด "พี่คิมทำกับมีนแบบนี้ไม่ได้นะคะ! มีนเป็นคู่หมั้น..." "หมั้นบ้าบออะไรของเธอ ฉันไม่เคยตกลง!" คิมหันต์หันกลับไปตวาดกร้าว เสียงคำรามต่ำในลำคอทำเอาห้องทั้งห้องเงียบกริบ "แล้วก็ฟังเอาไว้ให้ดีนะมีนตรา ถ้าไม่อยากให้ตระกูลเธอพังยับคามือฉันพรุ่งนี้เช้า ก็รีบไสหัวออกไปซะ และอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธอแถวนี้อีกเป็นครั้งที่สอง!" มีนตราสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้น ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต เสียงประตูกระแทกปิดลงตามหลังดังสนั่น ความเงียบสงบกลับมาเยือนเพนต์เฮาส์อีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อร่างสูงยังคงตรึงร่างของเต็นท์ไว้ในอ้อมแขน แถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เต็นท์ใจเต้นระรัว พยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่คิมหันต์กลับกระชับเอวบางให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "ปล่อยได้แล้วมั้งคะคุณประธาน เรื่องเคลียร์ก็เคลียร์แล้ว เอกสารฉันก็วางไว้บนเคาน์เตอร์แล้ว..." เต็นท์พยายามบังคับน้ำให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก "ยัง... ยังเคลียร์ไม่จบ" คิมหันต์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมหรี่ลงมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด "เมื่อกี้เธอหาว่าฉันปากร้าย... สงสัยต้องพิสูจน์ให้ดูซะหน่อยแล้วมั้ง ว่าปากร้ายๆ ของฉันเนี่ย มันทำอะไรเธอได้บ้าง..." เต็นท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้ทันได้ตั้งตัว ปลายจมูกชนกันเฉียดฉิว และริมฝีปากอุ่นร้อนกำลังจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมด ติ๊ง! เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคิมหันต์ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในเสี้ยววินาทีวิกฤต ร่างสูงชะงักกึกด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนเต็นท์ใช้จังหวะนั้นทุบอกแกร่งเต็มแรงแล้วผละถอยหลังออกห่างได้อย่างหวุดหวิด คิมหันต์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทว่าพือกำลังจะกดปิดหน้าจอ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งและข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอล็อคอิน ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงอีกครั้ง จนเต็นท์ที่ยืนหอบหายใจอยู่ใกล้ๆ ถึงกับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ "มีอะไรคะ..." เต็นท์ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยระคนระแวง คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตา เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้เต็นท์ดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่อ่านไม่ออก "อ่านซะ... แล้วเธอจะรู้ว่าเกมของยายมีนตราเมื่อกี้ มันเป็นแค่ฉากหน้าของจริงที่น่ากลัวกว่านั้นต่างหาก" ♥️ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาลุ้นและจิกหมอนไปกับเคมีชวนฟินของคู่กัดคู่นี้ด้วยนะคะ ♥️ - หมอกไม้ไผ่
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
กับดักของมีนตรา — ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน | yayni