“เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมปล่อยมือเสียที!”
เสียงตวาดกร้าวของมู่หรงเฉินดังก้องแข่งกับเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำราวกับพญาเมฆาพิโรธ กระบี่ไร้พ่ายในมือเขาสั่นระริกด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดกลั้น ทว่าหลี่จิ่วเหยากลับไม่สะทกสะท้าน นางใช้เพียงมือเปล่าที่อาบด้วยคราบเลือดและหยาดฝนคว้าจับคมกระบี่ของเขาไว้แน่น เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากร่องนิ้วหยดลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ
“หากข้าปล่อยมือ... ท่านก็จะเป็นผู้ลงดาบปลิดชีพตัวเองด้วยความขลาดเขลาเยี่ยงนี้หรือ มู่หรงเฉิน?”
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนคมไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้าและเจ็บปวด เส้นผมเปียกชุ่มปรกใบหน้าขาวซีดจนดูราวกับรูปสลักหยกที่กำลังแตกร้าว
มู่หรงเฉินชะงัก ลมหายใจของเขาสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาของหญิงสาวที่เขาสาบานว่าจะเกลียดชังตลอดชีวิต ความเย็นชาที่เคยเป็นดั่งเกราะคุ้มกันหัวใจเริ่มสั่นคลอน “เจ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินข้า ชีวิตข้าเป็นของสำนัก... เป็นของอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว!”
“ชีวิตท่านเป็นของท่าน!” นางตวาดกลับ สองมือกำคมกระบี่แน่นขึ้นจนกระดูกนิ้วลั่น “ท่านใช้ชีวิตอยู่กับเงามืดของคนตายมานานเกินไปแล้ว ดูข้าสิ... ดูบาดแผลของข้าสิ มู่หรงเฉิน! ข้าไม่ได้สู้เพื่อใคร แต่ข้าสู้เพื่อท่านเพียงผู้เดียว!”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกำแพงน้ำแข็งในใจของประมุขหนุ่ม มู่หรงเฉินลดกระบี่ลงช้าๆ พลังปราณที่เคยรุนแรงราวพายุหมุนมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึก เขาทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าท่ามกลางสายฝน กระบี่เล่มงามร่วงหล่นลงกับพื้นส่งเสียงกระทบหินดังกังวาน
สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงอย่างประหลาด เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสอง หลี่จิ่วเหยาขยับกายเข้าไปใกล้ ร่างบางโงนเงนก่อนจะทรุดลงนั่งตรงหน้าเขา นางไม่สนใจความเจ็บปวดจากฝ่ามือที่ถูกคมกระบี่บาดจนถึงกระดูก แต่นางกลับเอื้อมมือที่สั่นเทาไปประคองใบหน้าของเขาไว้
“ทำไม...” เสียงของมู่หรงเฉินแหบพร่า “ทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับคนเช่นข้า”
หลี่จิ่วเหยาไม่ตอบ แต่นางกลับโน้มตัวเข้าไปใกล้ ความอบอุ่นจากร่างกายของนางแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าที่เปียกปอนเข้าสู่กายของเขา นางโอบกอดเขาไว้แน่น อ้อมกอดนี้ไม่ได้เปี่ยมไปด้วยความรักที่อ่อนหวาน หากแต่เป็นความห่วงใยที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชน กลิ่นกายของนางที่หอมจางๆ เจือด้วยกลิ่นสมุนไพรและกลิ่นคาวเลือดที่คุ้นเคย ทำให้น้ำตาที่มู่หรงเฉินไม่เคยคิดว่าจะไหลออกมา กลับรื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เขานิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาโอบกอดแผ่นหลังของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด นางจะสลายไปพร้อมกับสายฝนนี้
“หากท่านตาย ข้าจะอยู่ไปเพื่อสิ่งใด” นางกระซิบเสียงแผ่วข้างหูเขา “ยุทธภพนี้ไม่มีท่าน ก็ไม่ต่างอะไรกับนรกที่ไม่มีทางออกหรอกนะ”
ความตึงเครียดที่เคยกดทับบีบคั้นมาตลอดการเดินทางคล้ายถูกปลดเปลื้องด้วยความอบอุ่นนี้ มู่หรงเฉินซบหน้าลงกับลาดไหล่ของนาง ความทรนงที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม สัญชาตญาณนักฆ่าของหลี่จิ่วเหยากลับตื่นขึ้น นางรับรู้ถึงไอสังหารที่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งพุ่งตรงมาจากเงามืดด้านหลังกำแพงหิน
มู่หรงเฉินชะงักค้าง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลับมาเป็นคมกระบี่ที่พร้อมฟาดฟันอีกครั้ง “จิ่วเหยา... อย่าขยับ”
นางไม่ได้ร้องถาม แต่หยิบเข็มเงินที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมาเตรียมไว้ในมือ “ดูเหมือนจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยียนเราท่ามกลางฝนตกหนักเช่นนี้นะคะ”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด ชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มใบหน้าซีกหนึ่งถูกไฟไหม้จนเสียโฉมเดินถือป้ายอาญาสิทธิ์ประจำตระกูลที่สาบสูญก้าวออกมาเบื้องหน้า สายฝนดูเหมือนจะแยกออกเป็นสองทางเมื่อเขาก้าวเดิน ไอพลังปราณที่แผ่ออกมานั้นกดทับจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
“ประมุขมู่หรง... ข้าตามหาท่านมานานเหลือเกิน” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงใบไม้เสียดสีกัน “แต่วันนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อประลอง... ข้ามาเพื่อนำตัวสตรีที่ถือครอง ‘โลหิตแห่งบรรพชน’ ผู้นี้กลับไป!”
มู่หรงเฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสร้างเกราะปราณสีครามครอบคลุมไปถึงหลี่จิ่วเหยาที่อยู่ข้างหลัง “ผู้ใดที่คิดจะแตะต้องนาง... ต้องก้าวข้ามศพข้าไปก่อน”
ทว่า ทันใดนั้นเอง พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายชรา และจากรอยแยกนั้นเอง ดาบยักษ์สีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายความตายพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ปักลงตรงหน้าของมู่หรงเฉินจนแผ่นดินแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
ตัวอักษรสีแดงชาดบนใบดาบเรืองแสงวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังลั่นมาจากฟากฟ้า—เสียงหัวเราะที่มู่หรงเฉินจำได้ดีที่สุดในชีวิต... เสียงของอาจารย์ที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!
หวังว่ารี้ดที่น่ารักทุกท่านจะตื่นเต้นและพร้อมเผชิญหน้ากับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะ!
กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 17
อ้อมกอดท่ามกลางสายฝน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!