กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 22

พันธมิตรหรือศัตรู

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของศาลาร้างริมผา ทว่าสิ่งที่ทำให้มู่หรงเฉินต้องหยุดฝีเท้า มิใช่คาวเลือดบนพื้น หากเป็นความกดดันจากลมปราณแปลกปลอมที่แผ่ซ่านอยู่เบื้องหน้า "ท่านเดินช้าลงสามลมหายใจ... ดูท่าบาดแผลจากกระบี่เก้าสวรรค์เมื่อคราวก่อน จะยังสลักลึกถึงกระดูกดำแล้วกระมัง ประมุยมู่หรง" น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่ากังวานก้องราวกับดังมาจากห้วงลึกของขุมนรก ร่างเงาหนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนคานไม้ผุพังเหนือเศียรพระพุทธรูปที่กะเทาะหลุดร่อน หมวกสานปีกกว้างปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้ใต้เงาหมอกยามราตรี ทว่าปลายคางเรียวคมและริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายเย้ยหยัน คล้ายหยั่งรู้ มู่หรงเฉินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกจากร่างจนละอองน้ำค้างรอบกายแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงรู้เรื่องเคล็ดกระบี่เก้าสวรรค์ของสำนักข้า" มือหนากระชับด้ามกระบี่ไร้พ่ายแน่น ปราณกระบี่สีครามเข้มเริ่มหมุนวนรอบฝ่ามือ ดุจพายุหมุนที่พร้อมฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจุล ทว่าบุรุษลึกลับบนคานไม้กลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงโสตประสาท "สำนักกระบี่ไร้พ่าย... ช่างเป็นนามที่ยิ่งใหญ่เสียจริง น่าเสียดายที่คนรุ่นหลานกลับหลงลืมรากเหง้าอันแท้จริง มัวแต่เอาเวลาไปแย่งชิงความเป็นหนึ่งในยุทธภพ จนลืมมองดูว่า 'กุญแจ' ที่พวกท่านพยายามตามหาตลอดสิบปี ถูกซ่อนไว้ที่ใด" ฉับพลันนั้นเอง ประตูศาลาร้างก็ถูกซัดจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงด้วยพลังลมปราณอันรุนแรง หลี่จิ่วเหยาพุ่งทะยานเข้ามาในชุดคลุมสีดำสนิท ดวงตาหงส์คู่งามฉายแววระแวดระวังถึงขีดสุด ปลายเข็มเงินนับร้อยเล่มในมือสั่นระริกพร้อมซัดออกไปทุกเมื่อ นางปรายตามองบุรุษลึกลับแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับกายยืนขนาบข้างมู่หรงเฉินอย่างรู้หน้าที่ "ระวังตัวด้วยค่ะคนโง่ ปราณของมันไม่ใช่คนยุทธภพฝ่ายธรรมะหรืออธรรม แต่เป็นวิชาต้องห้ามจากแดนสนธยาที่สูญหายไปเมื่อร้อยปีก่อน" เสียงหวานเอ่ยเตือนกระซิบแผ่วเบา ทว่าจริงจังจนมู่หรงเฉินสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในน้ำเสียงของนาง ปกติแล้วหลี่จิ่วเหยาไม่เคยแสดงอาการหวาดหวั่นต่อสิ่งใด แต่วันนี้... นางกำลังกังวล บุรุษลึกลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาข้างซ้ายที่มีรอยแผลเป็นลากผ่าน แต่นัยน์ตากลับเปล่งประกายสีทองอร่ามประหลาดล้ำ ราวกับมิใช่มนุษย์เดินดิน "คุณหนูหลี่... ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลหลี่ผู้เชี่ยวชาญพิษโลหิตสวรรค์ เจ้ายังคงฉลาดเฉลียวไม่เปลี่ยน ทว่าน่าเสียดายนักที่ความฉลาดมักนำพาความตายมาสู่ผู้คนเร็วกว่ากำหนด" สิ้นคำพูด ร่างของมันก็หายวับไปจากคานไม้ราวกับภูตผี ความเร็วระดับนี้แม้แต่มู่หรงเฉินยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ! "ระวังข้างหลัง!" หลี่จิ่วเหยาหวีดร้องลั่น สะบัดแขนซัดเข็มเงินเคลือบพิษเจ็ดราตรีออกไปสุดแรงเกิด ประกายแสงสีเงินวาววับแหวกอากาศพุ่งตรงไปยังเงาดำที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังมู่หรงเฉินในเสี้ยววินาทีเป็นตาย เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแตกกระจายสว่างวาบทั่วศาลาร้าง มู่หรงเฉินไม่อาจรอช้า เขาพลิกข้อมือชักกระบี่ไร้พ่ายออกจากฝักครึ่งหนึ่ง แสงกระบี่สีครามเจิดจ้าบาดตาแผ่พุ่งออกไปเป็นคลื่นกระแทก มลายวิชาเงาพรางตาของอีกฝ่ายให้แตกกระเจิงทันที ฟึบ! บุรุษลึกลับถอยร่นไปสามก้าว ปลายเสื้อคลุมขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปดอกบัวดำที่ต้นคอ มันไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย กลับยกมือขึ้นแตะรอยแผลนั้นแล้วแย้มยิ้มอย่างน่ากลัว "วิชากระบี่ไร้พ่าย... สมคำร่ำลือจริงๆ ประมุยมู่หรง แต่เกรงว่าต่อให้ท่านมีกระบี่อยู่ในมืออีกกี่เล่ม ก็ไม่อาจปกป้องคนที่ท่านรักได้หรอก... หากยังไม่ยอมแลกเปลี่ยนสิ่งนั้นกับข้า" "สิ่งนั้นคืออะไร?" มู่หรงเฉินเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีด จิตสังหารแผ่ขยายปกคลุมทั่วบริเวณจนอากาศหนักอึ้ง "หยกมังกรเก้าเศียร ที่มารดาของท่านทิ้งไว้ก่อนลมหายใจสุดท้ายอย่างไรเล่า..." บุรุษลึกลับหัวเราะรơi ก่อนจะโยนวัตถุบางอย่างกลิ้งหล่นลงแทบเท้าของหลี่จิ่วเหยา ดวงตาของหลี่จิ่วเหยาหดแคบลงทันทีเมื่อก้มลงมองสิ่งที่อยู่บนพื้น มันคือป้ายหยกประจำตัวของท่านอาจารย์มู่หรงเฉิน ผู้ล่วงลับที่ถูกฝังไว้ในสุสานลับของสำนักเมื่อสิบปีก่อน! หัวใจของมู่หรงเฉินกระตุกวูบ ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในสมองดั่งคลื่นพายุ "เจ้าไปเอาป้ายหยกนี้มาจากไหน!" มู่หรงเฉินคำรามลั่น ร่างสูงทะยานเข้าหาเป้าหมายดั่งสายฟ้าฟาด กระบี่ในมือถูกชักออกจากฝักจนสุดเสียง ก่อเกิดเป็นพายุคมดาบที่พร้อมบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็นจุล ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่จ่ออยู่ตรงลำคอของบุรุษลึกลับ ร่างนั้นกลับสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิท พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่ *"พรุ่งนี้ยามโฉะ (01.00-02.50 น.) ที่หุบเขาสิ้นตะวัน... หากอยากรู้ความจริงว่าใครคือผู้สังหารอาจารย์ของเจ้าด้วยมือของตนเอง จงมาเพียงลำพัง มิฉะนั้น... ศพต่อไปจะไม่ใช่แค่ป้ายหยก แต่จะเป็นสตรีข้างกายเจ้า"* กลุ่มควันจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความเย็นเยือกที่เสียดแทงถึงกระดูกดำ มู่หรงเฉินยืนนิ่งค้างกลางศาลาร้าง ลมหายใจสะดุดกึก มือที่กำด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ หลี่จิ่วเหยาเดินเข้ามาใกล้ ชายตามองป้ายหยกบนพื้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆ เพื่อดึงสติ "เฉินหลาง... อย่าไป นั่นคือกับดัก" มู่หรงเฉินก้มลงมองสตรีผู้ยืนเคียงข้าง แววตาที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งบัดนี้ไหววูบราวกับเปลวเทียนในสายลม เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาต "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรก... ข้าก็ต้องไปกระชากหน้ากากมันออกมาให้ได้" ดวงตาของหลี่จิ่วเหยาฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ทว่าก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใด ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยเงียบสงบพลันคำรามก้องด้วยเสียงสายฟ้าฟาดสีเลือดที่ผ่าลงมากลางหุบเขาสิ้นตะวันทันที! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวและหยาดโลหิตนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หิวเยี่ยนซี
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%