กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 21

คำสารภาพริมหน้าผา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ลิ่มโลหิตอุ่นร้อนพุ่งกระเซ็นอาบแผ่นหลังของมู่หรงเฉินในวินาทีที่คมกระบี่เงาโลหิตพาดผ่าน ลมหนาวบนยอดเขาเทียนซานมิได้บาดลึกเท่าความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเปลือย “ระวัง... นั่นไม่ใช่คนของตระกูลหลี่... เขาคือ...” เสียงกระซิบอันแผ่วเบาของหลี่จิ่วเหยาขาดหายไปในลำคอ พร้อมกับร่างบางที่ทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของเขา กลิ่นอายโลหิตคาวคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรไป๋เฉ่าที่นางมักใช้พกติดกาย ดวงตาคู่งามที่มักฉายแววเย่อหยิ่งทระนงยามนี้ปิดสนิท ขนตางอนงามเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำค้างและเหงื่อกาฬ ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจากปลายนิ้วของนางลามมาถึงหัวใจของประมุขหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้พ่าย มู่หรงเฉินไม่เคยรู้ว่าคำว่า "หวาดกลัว" มีหน้าตาเช่นไร ตลอดชีวิตยี่สิบห้าปีของเขา มีเพียงคมกระบี่และคัมภีร์วิชาสำนักกระบี่ไร้พ่าย ทว่าในยามนี้ มือที่เคยตวัดกระบี่สังหารเซียนมารนับร้อยกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เขากระชับร่างของนางแนบอก ถ่ายเทพลังปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งเข้าสู่จุดตันtianของนางเพื่อรั้งลมหายใจที่รดริน “จิ่วเหยา... ลืมตาขึ้นมามองหน้าข้า” เสียงทุ้มต่ำของมู่หรงเฉินแหบพร่า ไร้ซึ่งความเยือกเย็นดั่งเช่นเคย มีเพียงความร้าวรานที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความทรนง เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งคู่คือหน้าผาสิ้นสูญ ลมพายุหมุนวนราวกับพญามังกรคำราม ด้านหลังคือเงาร่างนับสิบของมือสังหารไร้เงาที่ล้อมเข้ามาอย่างช้าๆ คมกระบี่เปล่งประกายสีครามสะท้อนแสงจันทร์สลัว “ประมุขมู่... ท่านยังจะปกป้องสตรีพิษผู้นี้อยู่อีกหรือ?” เสียงหัวsraแหลมเล็กดังขึ้นจากเงาดำ ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด เขาคือผู้อาวุโสรองแห่งพรรคอัคคีทมิฬ ผู้ถือครองกระบี่เพลิงนิล “นางคือทายาทคนสุดท้ายของสำนักมารโลหิตที่ล่มสลายเมื่อสิบปีก่อน บิดาของนางคือผู้สังหารอาจารย์ของท่าน! ท่านลืมความแค้นบนยอดเขาซานซุนแล้วหรือ!” มู่หรงเฉินนิ่งงัน ร่างกายคล้ายถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงกลางกระหม่อม *บิดาของนาง... คือผู้สังหารอาจารย์* ความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำเชี่ยว ภาพโลหิตท่วมสำนักกระบี่ไร้พ่าย ร่างไร้ลมหายใจของอาจารย์ผู้มีพระคุณล้นพ้น และเด็กสาวในวันนั้น... เด็กสาวที่ดวงต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ยังคงซ่อนเข็มพิษไว้ในแขนเสื้อ สายตาก้มลงมองสตรีในอ้อมกอด นางเริ่มมีสติฟื้นขึ้นมาแพรวพราว ดวงตาคู่คมปนเศร้าสลดมองสบกับเขา นางไม่หลบสายตา ไม่แก้ตัว มีเพียงหยาดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้ม “ท่าน... รู้แล้วสินะคะ...” เสียงของหลี่จิ่วเหยาแห้งผาก นางพยายามดันตัวออกจากการกอดกุมของเขา ทว่าไร้เรี่ยวแรง “ท่านจะฆ่าข้า... ก็ลงมือเสียเถอะ ความแค้นระหว่างสำนัก... ข้าไม่เคยคิดหนีพ้น” มู่หรงเฉินมองหน้านาง หัวใจเจ็บแปลบราถูกบดขยี้ด้วยคีมเหล็ก วิชาชีพและสำนักสอนให้เขาต้องล้างแค้นให้ครู แต่หัวใจที่เต้นอยู่ภายในอกข้างซ้ายกลับร่ำร้องหาแต่ความอบอุ่นจากเรือนร่างนี้ “ข้าถามเจ้าคำเดียว...” มู่หรงเฉินเอ่ย น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “วันที่สำนักกระบี่ไร้พ่ายนองเลือด... เจ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยหรือไม่?” หลี่จิ่วเหยาเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างอาจหาญ “ข้าอยู่ในเหตุการณ์... และข้าเห็นทุกอย่าง ข้ารู้ว่าใครเป็นคนลงมือฆ่าอาจารย์ของท่าน... และไม่ใช่บิดาของข้า!” “บังอาจ! นากมารสารเลว ยังกล้าพูดจามุสาตลบตะแลงอีก!” ผู้อาวุโสรองคำรามลั่น ตวัดกระบี่เพลิงนิลพุ่งเข้าใส่หมายปลิดชีวีทั้งคู่ในกระบวนท่าเดียว มู่หรงเฉินสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณกระบี่ไร้พ่ายระเบิดออกเป็นคลื่นพลังสีขาวบริสุทธิ์ พัดพาร่างของมือสังหารกระเด็นถอยหลังไปหลายจัตุรัส กระอักโลหิตออกมาคำโต ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและความสับสน “ใครหน้าไหน... ที่กล้าแตะต้องนาง... จงก้าวข้ามศพข้าไปก่อน!” ประกาศิตแห่งกระบี่ไร้พ่ายดังสะท้านไปทั่วหุบเขา ลมหนาวหยุดนิ่งชั่วขณะ แรงกดดันระดับบรรพชนแผ่ซ่านจนพื้นดินสั่นสะเทือน มู่หรงเฉินประคองหลี่จิ่วเหยาถอยหลังไปชิดขอบหน้าผาสิ้นสูญ เบื้องล่างคือหมอกหนาทึบที่ไม่มีวันมองเห็นก้นบึง “เฉินหลาง...” หลี่จิ่วเหยาเอรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเป็นครั้งแรก นางเอื้อมมือเรียวบางมาสัมผัสแก้มสากของเขา “ท่านเชื่อข้าหรือไม่... ตลอดเวลาที่ผ่านมา หัวใจของข้าไม่เคยคิดร้ายต่อท่านเลยแม้แต่น้อย” มู่หรงเฉินหลับตาลงชั่วพริบตา ปล่อยให้ลมหนาวกรีดแทะผิวเนื้อ เมื่อลืมตาขึ้น แววตาของเขาเด็ดเดี่ยวและไร้ความลังเลอีกต่อไป “ข้าไม่สนว่าความจริงคืออะไร...” มู่หรงเฉินกระซิบชิดริมหีบปากของนาง “ข้ารู้เพียงแต่ว่า... หากฟ้าดินต้องการพรากเจ้าไปจากข้า วันนี้ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้... แหวกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อปกป้องเจ้าเอง!” ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะโอบอุ้มร่างของนางทะยานหนีออกจากวงล้อม เสียงปรบมือเยียบเย็นก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังหน้าผา “ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งกินใจเสียจริง... ประจำมู่ผู้เย่อหยิ่ง น่าเสียดายนักที่เจ้าไม่มีโอกาสได้ฟังความจริงทั้งหมดแล้ว” เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหมอกหนา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาทำให้แม้แต่มู่หรงเฉินยังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ “เจ้าเป็นใคร?” มู่หรงเฉินชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีครามสว่างวาบตัดกับความมืด ผู้มาเยือนหัวسraเบาๆ ก่อนจะดึงหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หลี่จิ่วเหยาเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงยิ่งกว่ายามต้องพิษ “ท่านพี่... เป็นไปไม่ได้...” นางกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจระคนสิ้นหวัง *** ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวและหยาดโลหิตนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หิวเยี่ยนซี
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%