โลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋ๆ ลงกระทบพื้นศิลาเย็นเยียบ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นอับชื้นของโคลนตมตีขึ้นจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ มู่หรงเฉินกดมือข้างหนึ่งลงบนผนังถ้ำหินปูนที่เย็นเฉียบจนผิวเนื้อชาด้าน ปลายกระบี่ไร้พ่ายในมือขวายังคงหยาดหยดโลหิตของมือสังหารพรรคโลหิตอสูรที่เพิ่งถูกปลิดชีพไปเมื่อลมหายใจก่อนหน้า
"ห้ามขยับ..."
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เฉียบขาดดั่งคมมีดดังขึ้นจากเบื้องหลัง หลี่จิ่วเหยาโถมกายเข้าประชิดแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ นางใช้เศษผ้าแพรเนื้อหยาบที่ฉีกมาจากชายอาภรณ์พันธนาการบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ขวาให้เขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหมื่นพิษเป่ารดต้นคอแกร่ง ทำให้ร่างสูงที่ปกติเยือกเย็นดั่งน้ำพันปีถึงกับกระตุกเกร็งวูบหนึ่ง
ภายนอกถ้ำ เสียงกรีดร้องของกระบี่บินและแรงระเบิดจากปราณอสูรยังคงคำรามกึกก้อง พวกมันกำลังไล่ล่า... ไล่ล่าความลับที่ถูกฝังกลบไว้ในหุบเขาอสูรคลั่งแห่งนี้
ถ้ำศิลานี้คับแคบจนแทบไม่มีที่ยืน การหลบซ่อนตัวจากฝูงสุนัขล่าเนื้อของพรรคโลหิตอสูรทำให้ทั้งสองต้องแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง แผ่นอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจกระแทกเข้ากับแผ่นหลังบางของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความร้อนรุ่มจากพิษบาดแผลของมู่หรงเฉินแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้า เข้าแผดเผาผิวเนื้อของหญิงสาวราวกับเปลวเพลิง
"เจ้า... ถอยไป" มู่หรงเฉินเอ่ยเสียงต่ำ ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน เขากำลังฝืนกดข่มลมปราณย้อนกลับที่ตีรวนขึ้นมาในอก วิชากระบี่ไร้พ่ายเรียกร้องความเด็ดเดี่ยวและไร้ความรู้สึก แต่นาทีนี้ หัวใจที่ควรด้านชาดั่งหินผากลับเต้นระรัวจนแทบทะลุออกจากอก ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดอย่างไร้ปรานีของสตรีเบื้องหลัง
"ถ้าข้าถอย ท่านก็คงล้มลงไปสิ้นใจตายอยู่ตรงนี้ ประมุขมู่หรงผู้ยิ่งใหญ่... อย่าได้อวดเก่งในเวลาที่แม้แต่เรียวแรงจะยกกระบี่ยังไม่มีเลยค่ะ" หลี่จิ่วเหยาเอ่ยกระซิบชิดใบหูของเขา น้ำเสียงของนางเย้ยหยัน ทว่าเรียเร้นความสั่นไหวไว้อย่างมิดชิด
ปลายนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบเลือดและผงยาจีนกดลงบนจุดชีพจรสำคัญบนแผ่นหลังของเขาเพื่อถ่าย
โอนพลังปราณบริสุทธิ์ระงับพิษ การกระทำเช่นนี้กินพลังชีวิตมหาศาล ใบหน้าเนียนใสของนางซีดเผือดลงถนัดตา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า ทว่าดวงตาคู่คมกลับฉายแววดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้บุรุษใดในยุทธภพ
ความเงียบงันภายในถ้ำศิลามีเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เป็นจังหวะก้องกังวาน
"ทำไมต้องช่วยข้า..." มู่หรงเฉินเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองความมืดเบื้องหน้า น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว "ตระกูลหลี่ของเจ้าพินาศเพราะเงื้อมมือชาวยุทธจักร ข้าเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เพิกเฉยต่อความอยุติธรรมนั้น เหตุใดเจ้าจึงไม่ปล่อยให้ข้าตายไปเสีย"
หลี่จิ่วเหยาชะงักมือที่กำลังกดจุด ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบหยุดนิ่งบนแผ่นหลังของเขา นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจนปลายจมูกเกือบชนเข้ากับลาดไหล่กว้างของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดกันและกัน ความใกล้ชิดนี้อันตรายยิ่งกว่าคมกระบี่นับพันเล่ม
"เพราะชีวิตของท่าน... ยังไม่ใช่ของท่านคนเดียวค่ะ, มู่หรงเฉิน" หลี่จิ่วเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสุกสกาวในความมืดทอประกายลึกล้ำ "ท่านติดค้างคำตอบข้าหนึ่งข้อ ติดค้างหนี้เลือดที่ท่านต้องชำระให้ความจริงปรากฏ... จนกว่าวันนั้นจะมาถึง ต่อให้ยมทูตก็ไม่มีสิทธิ์พรากวิญญาณของท่านไปจากเงื้อมมือของข้า"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของมู่หรงเฉิน เขากระชากร่างกลับมาหมายจะหันไปเผชิญหน้ากับนางให้รู้เรื่อง แต่ด้วยความคับแคบของถ้ำ ทำให้หน้าผากของทั้งคู่ชนกันอย่างจัง ร่างระหงถูกดันจนแนบติดไปกับผนังถ้ำเย็นเฉียบโดยมีร่างสูงใหญ่ทาบทับกักขังไว้ในวงแขน
ความมืดมิดทำให้ประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ เด่นชัดขึ้นเป็นร้อยเท่า
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายหอมละมุนดั่งดอกเหมยหลงฤดูที่ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ นางสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ สายตาของทั้งคู่ประสานกันในความสลัวราง แม้จะมองไม่เห็นรายละเอียดบนใบหน้าชัดเจน ทว่าแรงดึงดูดประหลาดกลับฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้ดิ่งลึกราวกับตกหลุมพรางที่ไร้ก้นบึง
มู่หรงเฉินโน้มใบหน้าลงโดยสัญชาตญาณ ปลายจมูกคมสันเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มของนางไปเพียงนิดเดียว ลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อมทำให้สติของหลี่จิ่วเหยาพร่าเลือน นางหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความหიหวงและแรงปรารถนาอันแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความตายและความลับ
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแนบชิดเข้าหากัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความร้าวรานและเสน่หา
*ครืนนน—!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากศิลาเบื้องบนดังขึ้นพร้อมกับเศษหินและฝุ่นผงที่ร่วงกราวลงมากลบทางเข้าถ้ำ แสงสว่างจ้าสีแดงฉานสาดส่องทะลุผ่านรอยแยกเข้ามา เงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางควันไฟและเปลวเพลิง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงโสตประสาทจนเลือดในกายเย็นเฉียบ
"ที่แท้... มารกระบี่ผู้สูงส่งกับแม่นางน้อยตระกูลหลี่ ก็มาแอบสวีทกันอยู่ในหลุมหลบภัยนี่เอง..."
มู่หรงเฉินเบิกตากว้าง ปลายกระบี่ไร้พ่ายในมือสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังปราณที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 8
ลมหายใจแนบชิดในถ้ำศิลา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!