คราบโลหิตแห้งกรังบนผนังศิลาภายในถ้ำลับแลยังคงส่งกลิ่นคาวจางๆ ราวกับเครื่องเตือนใจถึงความเป็นความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่ยามยามก่อน
มู่หรงเฉินยืนนิ่งอยู่หน้าปากถ้ำ แผ่นหลังกว้างภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิทดุจรัตติกาลนั้นดูโดดเดี่ยวและทรนงเช่นเคย ทว่าสิ่งที่แปลกไปคือปลายนิ้วเรียวยาวที่ยังคงกุมด้ามกระบี่ไร้พ่ายไว้อย่างหลวมๆ นั้น ไม่มีรังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาดังเช่นทุกครา
เบื้องหลังเขา หลี่จิ่วเหยากำลังบรรจงจัดเก็บเข็มเงินเคลือบพิษนับร้อยเล่มลงในถุงผ้าแพรต่วนอย่างเงียบเชียบ ท่าทางของนางสง่างามและเยือกเย็น ปราศจากความหวาดหวั่นพรพรหมใดๆ แม้ว่าบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ซ้ายของมู่หรงเฉินจะเพิ่งได้รับการสมานด้วยโอสถสวรรค์ฝีมือของนางเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนนี้เอง
"บาดแผลของท่าน... หากยังดึงดันโคจรพลังปราณอัคคีทมิฬอีก เส้นชีพจรหัวใจอาจแหลกสลายก่อนที่จะได้ไปถึงยอดเขาอู๋liang"
น้ำเสียงหวานใสแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา ทว่าปลายนิ้วที่เก็บเข็มเล่มสุดท้ายกลับสั่นน้อยๆ—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่คนละเอียดอ่อนเช่นนางจะหลุดรอดจากการควบคุม
มู่หรงเฉินมิได้หันกลับมา ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับยกย่องขึ้นเล็กน้อย คล้ายหยันเย้ยโชคชะตา คล้ายเย้ยหยันตนเอง "ต่อให้เส้นชีพจรแหลกสลาย ร่างกายนี้แหลقเป็นจุล ข้าก็ต้องเหยียบย่างขึ้นไปทวงคืนความยุติธรรมให้สำนักกระบี่ไร้พ่าย... เจ้ากลัวว่าข้าจะตายก่อนที่แผนการล้างแค้นของเจ้าจะสำเร็จกระนั้นหรือ แม่นางหลี่?"
คำถามนี้คมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่ในมือเขา
หลี่จิ่วเหยาหยุดมือที่กำลังผูกปมถุงผ้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาแผ่นหลังนั้น แววตาคู่คมปลาบดลึกซึ้งดุจห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบของนางบ้าง
"ข้ากลัวตัวตาย? ประมุขมู่... ท่านประเมินข้าต่ำไปแล้วกระมัง ชีวิตของหลี่จิ่วเหยาแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตายมาตั้งแต่สิบปีก่อนวันที่ตระกูลข้าล่มสลาย สิ่งเดียวที่ข้ากลัวในโลกหล้า มิใช่ความตาย... แต่เป็นการตายโดยที่หนี้เลือดทั้งหมดยังไม่ได้สะสางต่างหาก"
นางก้าวเท้าเดินผ่านเขาออกไปยังแสงสว่างเจิดจ้าของรุ่งอรุณภายนอกถ้ำ กลิ่นอายความเย็นชาของนางผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายความดุดันของกระบี่ไร้พ่ายได้อย่างน่าประหลาด ราวกับคมดาบสองเล่มที่ถูกตีขึ้นจากเตาหลอมเดียวกัน แม้จะต่างทิศทางแต่มุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน
มู่หรงเฉินหันขวับมามองร่างระหงที่ก้าวเดินนำหน้าไปก่อน ไหล่บางที่ตั้งตรงอย่างทรนงนั้นสะท้อนเงาภายใต้แสงอาทิตย์แรกแย้งของวันใหม่ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้นมาเนิ่นนาน กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงโดยไร้สาเหตุ
นี่ไม่ใช่ความรัก... มันคือพันธะอันตรายที่ถูกถักทอขึ้นด้วยความแค้น คราบเลือด และความลับที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้
"ตามมาสิ แม่นางหลี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบแต่ลึกซึ้ง
หลี่จิ่วเหยาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย นางมิได้หันกลับมามอง ทว่ารอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนเรียวปากคู่นั้นกลับงดงามราวกับดอกเหมยที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย นางก้าวเดินต่อโดยไม่เอ่ยคำใด ทว่าระยะห่างระหว่างเงาของเขาก和นางกลับแนบชิดกันยิ่งกว่ายามใด
ย่างก้าวแรกที่ออกจากเขตอาคมถ้ำลับแล คือการก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งความตายในยุทธภพที่กว้างใหญ่ ทว่าทันใดนั้นเอง ลมปราณอันแปลกประหลาดสายหนึ่งก็พัดกระโชกเข้ามาอย่างรุนแรง บดบังรัศมีตะวันยามรุ่งอรุณจนมืดครึ้มลงทันตาเห็น!
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดไม้เบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ ไร้ซุ่มเสียง ไร้ร่องรอย กระบี่ในฝักยังไม่ทันถูกชัก ทว่าแรงกดดันระดับบรรพชนขั้นทะลวงภพก็แผ่ซ่ายกดทับบ่าของทั้งคู่จนแทบทรุดฮวบลงกับพื้น!
"มู่หรงเฉิน... เจ้าหลบหนีมาได้ไกลถึงเพียงนี้ นับว่าไม่เลว"
น้ำเสียงเยือกเย็นก้องกังวานดุจเสียงระฆังมรณะจากสวรรค์ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมลายเมฆาปักดิ้นทอง ผู้ซึ่งถือครอง "กระบี่สะท้อนสุริยัน" ของสำนักคู่ปรับตระกูลมาร!
หลี่จิ่วเหยาหรี่ตาลงแคบ หัวใจกระตุกวาบเมื่อตระหนักว่า... พวกเขาไม่ได้เดินออกมาสู่อิสรภาพ หากแต่เดินเข้าสู่ "กับดักมรณะ" ที่ถูกวางรอไว้ตั้งแต่แรกแล้ว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 9
รุ่งอรุณแห่งพันธะเงียบ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!