โลหิตสีดำสนิทหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบลงบนพื้นศิลาอ่อนจนเกิดเสียงดังชัดเจนในความเงียบงัน
หลี่จิ่วเหยากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ร่างระหงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ความเย็นเยียบราวน้ำแข็งหมื่นปีแผ่ซ่านจากจุดตันเถียนพุ่งพล่านเข้าสู่เส้นชีพจรทุกเส้นในร่าง พิษ "เหมันต์สลายกระดูก" ที่นางกดขี่ข่มเหงมันไว้ด้วยพลังวิชาแพทย์อันล้ำเลิศมานานแรมปี บัดนี้กลับระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้องโถงลับแห่งสำนักกระบี่ไร้พ่าย
"เจ้า..."
มู่หรงเฉินผู้ขึ้นชื่อว่ามีหัวใจเย็นชาดั่งน้ำแข็ง และไม่เคยสะท้านต่อสิ่งใดในใต้หล้า บัดนี้แววตากลับไหววูบอย่างรุนแรง เขาทิ้งมาดประมุขผู้สูงศักดิ์ ก้าวเข้าประชิดร่างบางที่กำลังทรุดฮวบลงกับพื้นได้อย่างทันท่วงที ปลายนิ้วแข็งแกร่งคว้าจับข้อมือเรียวเพื่อตรวจสอบชีพจร พบว่าจุดชีพจรหัวใจของนางแทบจะหยุดเต้นอยู่รอมร่อ ไอพิษสีม่วงคล้ำแผ่กระจายออกมาจากผิวเนื้อจนเสื้อผ้าอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ
"ถอยไป... อย่าแตะต้องข้า..."
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก ลมหายใจของนางติดขัด ดวงตาคู่งามที่มักจะฉายแววเฉลียวฉลาดและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับพร่ามัว หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวเนียน นางพยายามฝืนยิ้มเยาะเย้ยตนเอง ทั้งที่ภายในร่างกำลังถูกพิษร้ายกัดกินอวัยวะภายในทีละน้อย "พิษนี้... เจ้าก็รู้ว่ามันไร้ทางรักษา... ข้าไม่อยาก... เป็นภาระให้เจ้าต้องแปดเปื้อน..."
"หุบปากซะ!"
คำรามดุดันหลุดออกมาจากริมฝีปากของมู่หรงเฉิน น้ำเสียงนั้นมิได้เจือด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่สั่นเทาด้วยความร้อนรนที่เขาเองก็ไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่ามันมีอยู่จริงในอกข้างซ้าย
ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในห้วงคำนึง—ภาพอาจารย์ผู้มีพระคุณที่ต้องจบชีวิตลงด้วยพิษร้ายชนิดเดียวกันนี้โดยที่เขากำกระบี่ในมือแน่นแต่ไร้ปัญญาช่วยเหลือ ความรู้สึกสูญเสียอันน่าสะพรึงกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ในใจกำลังตื่นขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้... มันไม่ใช่ความตายของผู้อื่น แต่มันคือสตรีผู้เข้ามาปั่นป่วนหัวใจอันด้านชาของเขาจนย่อยยับ
มู่หรงเฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาตวัดร่างบางขึ้นมาแนบอก นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นศิลา ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างประกบเข้ากับแผ่นหลังบอบบางของนางถ่ายทอดลมปราณกระบี่ไร้พ่ายอันบริสุทธิ์และทรงพลังเข้าไปเพื่อต้านทานไอพิษ
*อึก!*
ทันทีที่ลมปราณสีทองเจิดจ้าปะทะเข้ากับไอพิษสีดำ มู่หรงเฉินก็ต้องส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงในชั่วพริบตา พิษเหมันต์สลายกระดูกช่างดื้อรั้นและอำมหิตยิ่งนัก มันมิเพียงกัดกินร่างของหลี่จิ่วเหยา แต่ยังกัดเซาะลมปราณของเขาเองที่พยายามเข้าไปขับไล่มันด้วยเช่นกัน หยดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากมุมปากของประมุขหนุ่ม แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยร่น กลับเพิ่มเรี่ยวแรงกดลมปราณให้ลึกลงไปอีก
"มู่หรงเฉิน... เจ้าบ้าไปแล้วหรือ..." หลี่จิ่วเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อรับรู้ได้ว่าเขากำลังเอาพลังชีวิตของตนเองมาเดิมพันเพื่อยื้อลมหายใจนาง "หากเจ้าฝืนต่อไป... ธาตุไฟจะเข้าแทรก... สำนักกระบี่ไร้พ่าย... จะไร้ผู้นำ..."
"ข้าไม่สนใจสำนักบ้าบออะไรทั้งนั้น!" น้ำเสียงของมู่หรงเฉินแหบพร่าแต่เด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิตสวรรค์ ดวงตาคมกริบทอประกายความดุดันและอาลัยอาวรณ์ในคราเดียวกัน "หลี่จิ่วเหยา เจ้ากล้าดียังไงมาตายในอ้อมแขนข้า? ลืมสัญญาที่ว่าจะร่วมกระบี่ท่องยุทธภพด้วยกันแล้วหรือไง!"
ความอบอุ่นอันแผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขาไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย นางรับรู้ได้ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่และหัวใจที่เต้นรัวเร่งของบุรุษผู้เย็นชา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาของหลี่จิ่วเหยา ไหลผ่านแก้มเนียนตกลงบนหลังมือของเขา
ตลอดชีวิตนางเติบโตมาท่ามกลางการทรยศหักหลัง การแก่งแย่งชิงดี และความโดดเดี่ยว นางซ่อนคมดาบและพิษร้ายไว้ปกป้องตนเอง ไม่เคยคาดคิดเลยว่า... จะมีบุรุษผู้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสตรีที่ถูกตราหน้าว่าเป็นมารพิษเช่นนาง
ลมปราณสีทองและสีดำเข้าหักล้างกันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงอื้ออึงในหู คลื่นพลังสะท้อนกลับทำให้ผนังห้องโถงศิลาสั่นสะเทือน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาราวกับฟ้าถล่ม ทว่าทั้งสองยังคงประสานมือแนบแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา
ในวินาทีที่ลมปราณของมู่หรงเฉินทะลวงผ่านจุดชีพจรสุดท้ายเข้าสู่หัวใจของนางเพื่อสะกดพิษร้าย สำนักกระบี่ไร้พ่ายทั้งภูเขาก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด ท้องนภานอกหน้าต่างที่เคยปลอดโปร่ง กลับมืดครึ้มลงในพริบตา สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมากลางลานฝึกยุทธเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับสวรรค์กำลังพิโรธต่อการฝืนลิขิตชะตาของพวกเขาทั้งสอง
มู่หรงเฉินกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างของทั้งคู่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงก่อนที่หลี่จิ่วเหยาจะหมดสติไปในอ้อมอกของเขา ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับเส้นด้ายที่ขาดผึ่ง ทว่าไอพิษสีดำที่เคยแผ่พุ่งกลับค่อยๆ สงบลง ชั่วขณะนั้นเอง... ประตูหินหนักอึ้งของห้องโถงลับที่ปิดตายมานานนับร้อยปีก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นอันคุ้นเคยที่ดังแทรกสายลมเข้ามา
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ประมุขมู่หรงผู้ยิ่งใหญ่ ถึงกับยอมสละพลังปราณครึ่งชีวิตเพื่อสตรีพิษนางเดียว น่าเสียดายนัก... ที่พวกเจ้าไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอีกต่อไปแล้ว"
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นในบทนี้นะคะ
กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 12
พิษร้ายในกายสตรี
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!