กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูก ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นภายในห้องตำราลับของสำนักกระบี่ไร้พ่าย—สถานที่ซึ่งถูกผนึกด้วยค่ายกลอัคคีสวรรค์ถึงเจ็ดชั้น
หลี่จิ่วเหาย่อกายลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกขาวแตะสัมผัสลงบนหยดเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทบนพื้นหินอ่อน นางมิได้ตื่นตระหนก แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่ซ่อนฝักกลับทอประกายเยียบเย็นยิ่งกว่าเดิม นางพินิจรอยหยดนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน
"เลือดนี้... มีพิษรa-อัคนีเจือปน เป็นวิชาตบะจากพรรคฟ้าดินไม่ผิดแน่ค่ะ"
มู่หรงเฉินที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหลัง ขยับกายเพียงเล็กน้อย เงาร่างสูงสง่าทาบทับลงบนร่างบางของนาง แววตาของประมุขหนุ่มดุดันดั่งพายุหิมะยามค่ำคืน เขากวาดสายตามองไปรอบห้องตำราที่ถูกรื้อค้นอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ นั่นหมายความว่า... ผู้ที่ไขประตูเข้ามาและขโมยตำราวิชาลับกระบี่เก้าสวรรค์ไปได้ ต้องเป็นผู้ที่มี "ป้ายคำสั่งประจำตำแหน่ง" และรู้เคล็ดลับการคลายค่ายกลเป็นอย่างดี
นี่ไม่ใช่การบุกรุกจากภายนอก... แต่คือ "หนอนบ่อนไส้" ที่ฝังรากลึกอยู่ใจกลางสำนักกระบี่ไร้พ่าย
"เจ้าสงสัยใคร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิทไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่สามารถบดขยี้กระดูกคนให้แหลกสลายได้ในพริบตา
หลี่จิ่วเหายืดตัวขึ้นช้าๆ นางหันกลับมาสบตาเขา นัยน์ตาสีหมึกคู่นั้นสะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง นางยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับแฝงไว้ด้วยคมมีดอาบยาพิษ
"ประมุชมู่หรง... ท่านถามคำถามที่โง่เง่าเสียจริงค่ะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าแววตากลับจริงจังถึงขีดสุด "ค่ายกลอัคคีสวรรค์นี้ มีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดสามคนและตัวท่านเท่านั้นที่ล่วงรู้เคล็ดลับการเปิดปิด หากไม่ใช่เพราะมีคนใน 'ขายความลับ' เกรงว่าต่อให้พรรคฟ้าดินมีความสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ก็ไม่มีทางเข้ามาเอาคัมภีร์ล้ำค่านี้ไปได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวแม้แต่น้อย"
บรรยากาศภายในห้องตำราพลันอึดอัดขึ้นมาทัน
มู่หรงเฉินไม่เอ่ยคำใด รัศมีกระบี่รอบตัวเขาแผ่ขยายออกโดยสัญชาตญาณ จนฝุ่นผงรอบกายต่างแตกสลายเป็นจุล ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เขาเคยสูญเสียอาจารย์ผู้มีพระคุณไปก็เพราะการหักหลังของคนใกล้ตัว บัดนี้... แผลเป็นที่สมานตัวแล้วกลับถูกกรีดซ้ำด้วยคมดาบเล่มเดิม
"ท่านกำลังโกรธนะคะ" หลี่จิ่วเหาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นอายหอมละมุนประจำกายของนางแทรกซึมผ่านไอหนาวเยือกของเขา นางเอื้อมมือไปแตะที่ปลายแขนเสื้อกว้างที่มีรอยขาดเล็กน้อยจากการต่อสู้เมื่อคืนก่อน "ความโกรธทำให้จิตใจวุ่นวาย และจิตใจที่วุ่นวาย... จะทำให้กระบี่ในมือของท่านไร้ความเที่ยงตรง"
"เจ้ากล้าสั่งสอนข้าหรือ" มู่หรงเฉินก้มลงมองสตรีตรงหน้า ดวงตาคมกราบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น
"ข้ามิได้สั่งสอน เพียงแต่เตือนด้วยความหวังดี... ในฐานะที่ชีวิตของท่านเวลานี้ อยู่ในกำมือของแพทย์หญิงตัวเล็กๆ เช่นข้าต่างหากเล่าค่ะ" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยོกยวน ทว่าดวงตากลับทอประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดในใต้หล้า
ก่อนที่มู่หรงเฉินจะทันได้เอ่ยสิ่งใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจนแทบสะดุดก็ดังขึ้นจากนอกประตู เสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกของศิษย์เอกประจำตัวดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบ
"ท่านประมุข! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"
ศิษย์หนุ่มพุ่งพรวดเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย "ผู้อาวุโสใหญ่... ผู้อาวุโสใหญ่ถูกลอบสังหารในห้องพักส่วนตัว! สภาพศพ... สภาพศพถูกกระบี่ไร้พ่ายแทงทะลุหัวใจตายคาที่ขอรับ!"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในห้องตำราก็ลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที
มู่หรงเฉินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้เยือกเย็น นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างรุนแรง "กระบี่ไร้พ่าย" อย่างนั้นหรือ? ทั่วทั้งยุทธภพ ผู้ที่ใช้วิชานี้ได้สมบูรณ์แบบมีเพียงเขาผู้เดียว!
นี่คือแผนการอุบาทว์... แผนการที่จงใจโยนความผิดฐานสังหารผู้อาวุโสและขโมยคัมภีร์ให้ตกเป็นของประมุขแห่งสำนักกระบี่ไร้พ่ายเอง!
หลี่จิ่วเหาหุบยิ้มทันที แววตาของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด นางหันไปมองศิษย์หนุ่มที่คุกเข่าอยู่ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ศพอยู่ที่ใด? แล้ว... 'ป้ายคำสั่ง' ประจำตัวของผู้อาวุโสใหญ่เล่า ยังอยู่กับตัวหรือไม่?"
ศิษย์หนุ่มตัวสั่นเทา ละล่ำละลักตอบ "อะ... อยู่ที่ลานพิธีหลักขอรับ ทุกคนกำลังรวมตัวกันที่นั่น และ... และ..."
"และอะไร? พูด!" มู่หรงเฉินตวาดกร้าว เสียงนั้นดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนศิษย์หนุ่มกระอักเลือดออกมาคำโต
"และผู้อาวุโสรองกำลังนำเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายตรง ประกาศถอดถอนท่านจากตำแหน่งประมุข ด้วยข้อหา... คบคิดกับพรรคฟ้าดิน สังหารผู้อาวุโสใหญ่เพื่อชิงสมบัติสำนักขอรับ!"
หลี่จิ่วเหาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางหันไปสบตากับมู่หรงเฉิน ท่ามกลางวิกฤตอันเป็นตายนี้ มุมปากของนางกลับยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและท้าทายลิขิตสวรรค์
"ดูท่า... หมากกระดานนี้ของพรรคฟ้าดิน จะเดินเกมได้รวดเร็วกว่าที่เราคาดไว้เสียอีกนะคะ ท่านประมุข... ท่านยังจะยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ตรงนี้ หรือจะไปดูหน้า 'หนอนกระ่อน' ที่กำลังสวมรอยเป็นผู้ผดุงคุณธรรมที่ลานพิธีกันแน่ค่ะ?"
มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอว
พริบตานั้น... เสียงโลหะกระทบฝักกระบี่ดัง "กริ๊ง" กังวานเสียดแทงโสตประสาท ประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าพวยพุ่งทะลุหลังคาเรือนตำรา พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องน้ายามค่ำคืนจนหมู่เมฆแตกกระจาย
—และในวินาทีที่คมกระบี่ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว ประตูห้องตำราที่ปิดสนิทก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เถ้าธุลีปลิวว่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนขวางทางออกอยู่
ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกผ้าคลุมเงยขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม และดวงตาคู่ที่มู่หรงเฉินไม่มีวันลืมตลอดกาล!
"ศิษย์พี่... ไม่พบกันนาน ฝีมือของท่าน... ยังคง 'เฉียบคม' เหมือนเดิมหรือไม่?"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันเชี่ยวกรากนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 14
เงาพรรคฟ้าดิน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!