กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 2

กลิ่นอายพิษในค่ำคืนเหน็บหนาว

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โลหิตสีดำข้นคลั่กหยดติ๋งลงบนพื้นไม้ผุของอารามร้าง เสียงหยดนั้นก้องกังวานดั่งเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของคนใกล้ตาย "นะ... นางมารพิษ... หลี่... หลี่จิ่วเหยา!" คำอุทานด้วยความตื่นตระหนกของศิษย์ร่วมสำนักยังคงก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงัน แต่มู่หรงเฉินหาได้ใส่ใจเสียงโคมลอยเหล่านั้นไม่ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีขาวสนิทดั่งหิมะแรกฤดูทอดมองร่างที่กำลังสั่นเทิ้มของสตรีเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่กายหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็นตามวิสัยของประมุขหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิเลือดมานับไม่ถ้วน ลมหนาวพัดโชยลอดช่องหน้าต่างที่ผุพัง กลิ่นอายความตายคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหลงฤดู ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ใต้คราบเลือดและหยาดเหงื่อของนาง หลี่จิ่วเหยาหอบหายใจหนักหน่วง นางทรุดกายลงพิงเสาไม้เก่าคร่ำคร่า บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ลึกจนเห็นกระดูกขาวโพลน พิษร้ายจากสำนักอธรรมกำลังกัดกินเส้น ชีพจรของนางในยามนี้รวนเรจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของผู้ฝึกยุทธ์ แต่ทว่า... แววตาคู่นั้น แววตาที่เงยขึ้นสบตากับเขา มิได้มีความหวาดกลัว อ้อนวอน หรือแม้แต่ความอ่อนแอเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันกลับเปล่งประกายคมปลาบดั่งอาคมโบราณ เย็นชา และทระนงจนน่าประหลาดใจ "ประมุขมู่หรง..." น้ำเสียงของนางแหบพร่า หากแต่ยังคงความกังวานและเย่อหยิ่งไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มุมปากที่เปื้อนคราบโลหิตยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายเยาะหยันชะตากรรม คล้ายเยาะหยันตัวเขา "ท่านยังยืนบื้อเป็นรูปปั้นหินอยู่อีกหรือ? หรือเกรงว่าเลือดสกปรกของ ‘นางมาร’ เช่นข้า จะทำให้ชุดขาวบริสุทธิ์ของสำนักกระบี่ไร้พ่ายต้องแปดเปื้อน?" มู่หรงเฉินไม่ตอบคำ เขาขยับกายเข้าหาช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังปราณกดดันที่แผ่ออกมาโดยธรรมชาติ ปราณกระบี่ไร้พ่ายในร่างของเขาตื่นตัวขึ้นอย่างเงียบงัน สัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ร่มผ้าของสตรีผู้นี้ สตรีอ่อนแอผู้ถูกไล่ล่าจนมุมผู้นี้ เหตุใดจึงยังมีจิตสังหารที่เยือกเย็นถึงเพียงนี้? "เจ้าไม่ใช่แค่คุณหนูตกอับแห่งตระกูลหลี่" มู่หรงเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความปรานีแต่ก็มิได้มีจิตมุ่งร้าย "วิชาสกัดจุดเมื่อครู่... แม้ลมปราณของเจ้าจะปั่นป่วนจนเกือบสูญสลาย แต่ทว่าตำแหน่งที่ปลายนิ้วของเจ้ากดลงไปบนจุดชีพจรของศิษย์สำนักข้า กลับแม่นยำราวจับวาง มันคือ ‘วิชาสกัดจุดเก้าอัคคี’ ที่สูญหายไปจากยุทธภพร่วมร้อยปีไม่ใช่หรือ?" หลี่จิ่วเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าพิษที่แล่นริ้วไปทั่วร่างทำให้ร่างบางต้องทรุดฮวบลงไปอีกนิด นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้นางหลั่งน้ำตาออกมาสักหยด มีเพียงหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามขมับ "หึ... สมandคำร่ำลือ ประมุขมู่หรงผู้เยือกเย็นและรอบคอบ ตาถึงยิ่งนัก..." นางพยายามพยุงกายขึ้นโดยใช้มือข้างที่เหลือยันพื้นไว้ ทว่าความอ่อนล้าทำให้ต้องเซถลา เกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้นอีกรอบ ฉับพลัน! แขนแกร่งราวกับคีมเหล็กคู่หนึ่งก็เอื้อมเข้ามารวบเอวบางของนางไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นอายเย็นเยียบดั่งหิมะพันปีของมู่หรงเฉินโอบล้อมร่างของนางไว้ หลี่จิ่วเหยาชะงักกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนไม่คาดคิด นี่เป็นครั้งแรกที่นางเข้าใกล้บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจผู้นี้ในระยะประชิด ชนิดที่ว่าสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงราวน้ำวนใต้ธารน้ำแข็ง "อย่าขยับ" คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะของนาง มู่หรงเฉินไม่ได้สนใจคำท้วงติงหรือท่าทีระแวดระวังของนาง ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวแตะลงที่ชีพจรบริเวณข้อมือเรียวเล็กของหลี่จิ่วเหยาอย่างถือวิสาสะ พลังปราณอุ่นร้อนบริสุทธิ์สายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างของนางทันที เพื่อช่วยกดผนึกพิษร้ายที่กำลังกัดกินหัวใจของนางไว้ชั่วคราว ทว่า... ในวินาทีที่ปราณของเขาโคจรผ่านจุดตันtian (จุดศูนย์รวมพลังปราณ) ของนาง มู่หรงเฉินก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบฉายแววตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด ในร่างของสตรีผู้นี้... ไม่มีลมปราณที่ปั่นป่วนใกล้ตายอย่างที่ภายนอกแสดงออกเลยแม้แต่น้อย! สิ่งที่มีอยู่กลับเป็นกระแสพลังพิษอันมืดมิดและรุนแรงสายหนึ่ง ซึ่งกำลังหมุนวนและถูกควบคุมเอาไว้ด้วย "ค่ายกลจิต" โบราณที่ซับซ้อนถึงขีดสุด นางไม่ได้ถูกพิษเล่นงานจนไร้ทางสู้... แต่พิษร้ายเหล่านั้น คือสิ่งที่นางจงใจ "ดูดซับ" เข้าไปเพื่อหล่อเลี้ยงวิชาบางอย่างต่างหาก! หลี่จิ่วเหยาสัมผัสได้ว่าความลับอันดำมืดที่สุดกำลังจะถูกบุรุษผู้นี้ล่วงรู้ แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที นางไม่สนความเจ็บปวดอีกต่อไป สองมือเรียวที่ไร้เรี่ยวแรงเมื่อครู่กลับตวัดขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ปลายเล็บที่ยาวขึ้นและเคลือบด้วยประกายสีม่วงเข้มพุ่งตรงเข้าจี้ใส่จุดตายบริเวณลำคอของมู่หรงเฉินอย่างเหี้ยมเกรียม! "ตายเสียเถอะ!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความอาฆาตมาดร้าย ระยะห่างเพียงแค่คืบ ปลายเล็บพิษจ่ออยู่ห่างจากหลอดลมของประมุขหนุ่มเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ทว่า... มู่หรงเฉินกลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่นั้นยังคงนิ่งสงบดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึง ปลายนิ้วมือข้างที่ว่างของเขาชี้ค้างไว้ที่ข้อมือของนาง ส่วนมืออีกข้างที่โอบเอวบางเอาไว้กลับรวบกระชับแน่นขึ้น จนร่างของทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง คมกระบี่ไร้พ่ายที่สะพายอยู่ด้านหลังส่งเสียง "กริ๊ง" กังวานขึ้นเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารอันรุนแรง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่ลมหายใจ จนหลี่จิ่วเหยาสามารถมองเห็นเงาของตนเองสะท้อนอยู่ในดวงตาสนิทสีนิลคู่นั้นของเขาได้ชัดเจน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรพิษและกลิ่นบุรุษทำให้บรรยากาศรอบตัวพลันร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาด มู่หรงเฉินก้มลงมองสตรีในอ้อมกอด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวน อันตราย และเปี่ยมด้วยความท้าทาย "คิดจะฆ่าข้าด้วยวิธีนี้ เจ้ายังมือใหม่อีกร้อยปีนะ... หญิงงาม" ซู่ว์—! ทันทีที่สิ้นเสียงพูด ประกายกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สว่างวาบขึ้นจากฝักโดยปราศจากการสัมผัส แรงกดดันจากลมปราณกระบี่ไร้พ่ายระเบิดออกรอบทิศทาง พัดพาร่างของทั้งคู่ให้ถอยหลังไปคนละก้าว ทว่าในวินาทีที่กระบี่ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้วนั้นเอง เสียงระฆังโบราณจากยอดเขาไกลโพ้นก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นสามครั้งติดต่อกัน— *ก้อง... ก้อง... ก้อง...* พร้อมๆ กับเงาร่างสีดำนับสิบสายที่พุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้รายล้อมอารามร้างแห่งนี้ไว้ทั้งหมดในพริบตา! หลี่จิ่วเหยาเบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นสัญลักษณ์รูป "อีกาเพลิง" ที่ปักอยู่บนอกเสื้อของคนกลุ่มนั้น นางสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "แย่แล้ว... พวกมันตามกลิ่นพิษของข้ามาเร็วกว่าที่คิด..." แต่มู่หรงเฉินกลับไม่สะท้านสะเทือน เขายังคงยืนตระหง่านบังร่างของนางไว้ครึ่งหนึ่ง มือขวาจับด้ามกระบี่มั่น นัยน์ตากวาดมองเหล่าผู้มาเยือนด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม "อยากได้ตัวนาง... ถามคมกระบี่ในมือข้าดูก่อน ว่ามันยินยอมหรือไม่" (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%