กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 3

ทางแยกแห่งยุทธภพ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
รอยเลือดสีดำคล้ำที่หยดลงบนพื้นหินผา ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอับชื้นของถ้ำลึก หลี่จิ่วเหยาใช้ปลายเข็มเงินกดลงบนจุดชีพจร ‘จูหลิง’ ที่ต้นแขนขวาอย่างแม่นยำ ปราณพิษที่ตีกลับทำให้ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษไร้ซึ่งสีเลือด นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตผสมผสานกับความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปถึงขั้วหัวใจ แต่นัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับทอประกายเย่อหยิ่งดื้อรั้น ไม่ยอมเปล่งเสียงคร่ำครวญออกมาแม้แต่ครึ่งคำ มู่หรงเฉินยืนกอดอกพิงผนังถ้ำห่างออกไปสามก้าว กระบี่ไร้พ่ายในฝักหนังฉลามแนบชิดติดกาย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทสะท้อนเงาลางเลือนจากคบเพลิงที่ใกล้จะมอดดับ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก คล้ายสมเพช คล้ายเย้ยหยัน แต่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นคือความระแวดระวัง “หากเจ้ายังฝืนใช้ ‘วิชาเข็มโลหิตสลายวิญญาณ’ อีกเพียงคราเดียว เส้นลมปราณทั่วร่างของเจ้าคงขาดสะบั้นก่อนที่สำนักมารจะตามมาเจอเสียอีก แม่นางหลี่” น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นทำลายความเงียบ หลี่จิ่วเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ นางปรายตามองบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นประมุขสำนักกระบี่ไร้พ่าย ผู้มีชื่อเสียงเกริกไกรสะท้านยุทธภพ “เรื่องของข้า ไม่ต้องให้ประมุขมู่มาเมตตาหรอกค่ะ ลำพังตัวท่านเอง... กระบี่ในมือยังต้องระวังเงาหัวของตนเองจากศิษย์สายตรงของพรรคอสูรโลหิต มิใช่หรือ?” บรรยากาศภายในถ้ำพลันเย็นเยียบลงทันที ไอปราณกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างของมู่หรงเฉินทำให้เปลวไฟในคบเพลิงไหววูบ ใต้ร่มเงาความมืด มู่หรงเฉินก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ปลายคางมนถูกปลายนิ้วที่เย็นเยียบดั่งหยกขาวเชยขึ้นบังคับให้สบตา ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้หัวใจของหลี่จิ่วเหยากระตุกวูบ แต่นางยังคงเชิดหน้าสู้ สายตาดุจกวางสาวผู้ทรนงไม่หลบเลี่ยง “ปากคอเราะร้ายนัก” มู่หรงเฉินเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก กลิ่นอายบุรุษอันตรายแผ่ซ่านกดดัน “แต่เจ้าพูดถูก... ในยุทธภพนี้ ไม่มีใครปลอดภัย หากเรายังเดินแยกทางกัน ข้าคงต้องเสียเวลาตามเก็บศพหญิงอวดดีเช่นเจ้ากลางทาง หรือไม่... ข้าก็อาจจะเป็นคนลงมือสังหารเจ้าเสียเอง เพื่อตัดปัญหาความรำคาญ” “เช่นนั้นก็ลองดูว่ากระบี่ของท่านจะเร็วกว่าพิษในมือข้าหรือไม่!” หลี่จิ่วเหยาไม่สะทกสะท้าน นางตวัดมือซ่อนเข็มพิษเจ็ดเล่มไว้ระหว่างปลายนิ้ว แม้ร่างจะบอบช้ำ แต่จิตสังหารกลับแผ่ซ่านไม่แพ้กัน ทั้งสองจ้องกันเนิ่นนาน ราวกับกำลังวัดรอยทางแห่งโชคชะตาที่บีบให้เส้นทางชีวิตของคนสองขั้วต้องมาบรรจบกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำนักมารกำลังปูพรมค้นหาตัวทายาทผู้ถือครองตำราโอสถบรรพกาลอย่างนาง ขณะที่สำนักกระบี่ไร้พ่ายของมู่หรงเฉินก็ถูกปรักปรำว่าเป็นผู้ทรยศยุทธภพ การเดินทางลำพังมีแต่ความตายรออยู่เบื้องหน้า มู่หรงเฉินเป็นฝ่ายละมือออกก่อน เขาหมุนตัวกลับไปหยิบสัมภาระ น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาดลอยตามลมมา “สามวันนับจากนี้... ทางไปหุบเขาอัสดงมีแต่ค่ายกลและมือสังหาร หากเจ้าไม่อยากตายอย่างไร้ค่า จงเดินตามหลังข้าสามก้าว ห้ามก้าวก่ายเรื่องของข้า และห้ามตายก่อนที่เราจะถึงชายแดนแคว้นฉิน” หลี่จิ่วเหยามองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลแห่งการต่อสู้ นางเก็บเข็มพิษลง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ตกลงค่ะ... ประมุขมู่ หวังว่าท่านคงไม่ตายคาคมดาบของใครเสียก่อน จนข้าต้องเป็นคนหามศพท่านนะคะ” การเดินทางร่วมกันอย่างไร้ความไว้วางใจได้เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่ปกคลุมผืนแผ่นดินยุทธภพ ทั้งสองก้าวออกจากปากถ้ำ มุ่งหน้าสู่เส้นทางอันตรายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและคราบเลือด ทว่า... เมื่อก้าวพ้นพุ่มไม้หนาทึบสู่เขตชายป่าไผ่ลมกรด ฝีเท้าของมู่หรงเฉินพลันหยุดชะงักกะทันหัน ร่างสูงยืนนิ่งราดกับรูปปั้นหิน ไอปราณกระบี่ในกายพุ่งทะยานขึ้นฟ้าอย่างไร้การควบคุม หลี่จิ่วเหยาขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะเอ่ยปากถาม แต่เมื่อกวาดสายตามองไปเบื้องหน้า หัวใจของนางก็หล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ร่างนับร้อยในชุดคลุมสีเลือดสนิท ยืนเรียงรายขวางทางเดินนับพันชีวิต ดวงตาทุกคู่สะท้อนแสงจันทร์เป็นสีแดงฉานราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด และผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด... คือบุคคลที่มู่หรงเฉินคิดว่าได้ตายตกไปพร้อมกับเพลิงผลาญสำนักเมื่อสิบปีก่อน—อาจารย์ผู้ล่วงลับของเขาเอง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%