กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ•ตอนที่ 6

กับดักกลางตลาดมืด

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นของโคลนตมในตรอกซอกซอยแห่งตลาดมืด ย่อมไม่คู่ควรกับอาภรณ์ปักดิ้นทองอันสูงส่งของนางแม้แต่น้อย ทว่าเวลานี้ หลี่จิ่วเหยา กลับถูกมัดตรึงไว้บนเก้าอี้ไม้ผุพัง ร่างกายสะท้านเยือกด้วยฤทธิ์ยาสกัดปราณที่พวกมันบังคับกรอกลงคอ ความเจ็บปวดจากการถูกสกัดจุดชีพจรแล่นริ้วแปลบปลา igualmente น่ารังเกียจพอกับสายตาโลภระคนหื่นกระหายของเหล่าโจรโฉดที่รายล้อมอยู่รอบกาย "นึกไม่ถึงว่าคุณหนูตระกูลหลี่ผู้สูงศักดิ์ ในยามตกอับจะยังมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจถึงเพียงนี้..." หัวหน้าโจรหน้าบากหัวร่อต่อกระซิบ มันก้าวเข้าไปใกล้ ใช้หลังมือหยาบกร้านหมายจะเชยคางนางขึ้นมา หลี่จิ่วเหยาไม่แม้แต่จะกะพริบตา ดวงหงส์คู่นั้นทอประกายเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี มุมปากของนางแย้มยิ้มเยาะหยัน แม้ภายในชีวะจะปั่นป่วนจนกระอักเลือดออกมาเป็นสาย แต่นางหาได้มีความหวาดกลัวไม่ "มือข้างที่เจ้าใช้แตะต้องตัวข้า... อีกไม่เกินหนึ่งเค่อ (สิบหนาที) มันจะเน่าเปื่อยจนเหลือแต่กระดูก" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไพเราะราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ ทว่ากลับทรงพลังจนโจรหน้าบากชักมือกลับโดยสัญชาตญาณ "นังสารเลว! ปากดีนักนะ! คิดว่าตระกูลหลี่ของพวกเจ้ายังหลงเหลืออำนาจอยู่อีกหรือ? ต่อให้ยอดฝีมือสำนักกระบี่ไร้พ่ายผู้นั้นเก่งกาจปานใด ก็ไม่มีทางหาที่นี่เจอหรอก ที่นี่คือเขตอาคมโลหิตทมิฬ ต่อให้เป็นเซียนก็ยังต้องตาบอดหลงทาง!" ทว่า... ในวินาทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปาก เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อนก็ดังขึ้นสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งปฐพี! ตูมมมม! ค่ายกลโลหิตทมิฬที่พวกมันภาคภูมิใจนักหนา แตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ภายในกระบี่เดียว! อักษรยันต์นับพันแหลกละเอียดเป็นผุยผง แรงปะทะของลมปราณอันเกรี้ยวกราดแผดเผาบรรยากาศรอบด้านจนร้อนระอุ ร่างของพวกโจรหลายสิบคนที่ยืนอยู่หน้าประตูปลิวละลิ่วกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ประหนึ่งใบไม้ร่วงหล่นยามพายุคะคาน ฝุ่นควันตลบอบอวล ค่อยๆ จางลงเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปราศจากรอยเปื้อนแม้แต่ธุลีดิน มู่หรงเฉินก้าวเท้าเดินผ่านซากประตูที่พังทลายเข้ามาอย่างช้าๆ ทว่าทุกย่างก้าวที่เขาส่างผ่าน กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนเหล่าโจรต่างพากันเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าหล่อเหลานั้นไร้ซึ่งความรู้สึก เย็นชา ดุดัน และเด็ดเดี่ยวราวกับพญายมที่ก้าวออกมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองสภาพของหลี่จิ่วเหยาแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่รอยเปื้อนเลือดบนมุมปากของนาง ในเสี้ยววินัตินั้น ประกายแสงสีทองอำพันในดวงตาของเขาก็ลุกโชนขึ้นด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ "พวกเจ้า... รนหาที่ตายเอง" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย ทว่ากลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้ มู่หรงเฉินไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เขาดึงเอาฝักกระบี่ไม้จันทน์ดำหวดออกไปตรงๆ เปรี้ยง! คลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกเป็นพายุหมุน พัดพาเอาเศษไม้และเศษหินนับไม่ถ้วนกลายเป็นอาวุธสังหาร ฝ่าฝืนกฏเกณฑ์ฟ้าดิน ร่างของโจรชั่วกลุ่มนั้นแหลกสลายกลายเป็นละอองเลือดในพริบตาเดียวโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้องขอชีวิต ความตายมาเยือนรวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัว สมกับฉายา "กระบี่ไร้พ่าย" ที่ยุทธภพต่างร่ำลือ หลี่จิ่วเหยาที่มองภาพนั้นสะท้อนอยู่ในหน่วยตา หทัยของนางกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเย็นชาที่นางสวมกอดไว้เพื่อปกป้องตัวเองมาตลอด บัดนี้กลับถูกละลายด้วยความอบอุ่นสายหนึ่งที่แอบไหลซึมเข้ามาในอก *เขามา... เขามาช่วยนางจริงๆ ด้วย* มู่หรงเฉินสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวนาง มือเรียวยาวดั่งหยกสลักเอื้อมไปแกะเชือกที่พันธนาการร่างบอบบางออกอย่างทะนุถนอม ทว่าสัมผัสที่ปลายนิ้วของเขากลับสั่นเทาเล็กน้อย—ร่องรอยความกังวลที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอดถูกเปิดเผยออกมาในยามนี้ "เจ้าโง่... รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่" หลี่จิ่วเหยาฝืนยิ้ม แม้ลมหายใจจะติดขัด "เหตุใดต้องเสี่ยงชีวิตบุกเข้ามาในรังโจรตามลำพังด้วยเล่า..." มู่หรงเฉินประคองร่างของนางเข้าสู่อ้อมแขน กลิ่นอายจันทร์ดับอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาล้อมรอบตัวนางไว้จนอบอุ่น เขาชะกักฝีเท้า ก้มลงมองสตรีในอ้อมกอดด้วยแววตาที่ล้ำลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง ก่อนจะเอמהด้วยน้ำเสียงแหบพร่าข้างใบหูของนาง "หากเจ้าตาย... ข้าจะเก็บบาดแผลนี้ไว้บนโลกใบนี้เพื่อผู้ใดกันเล่า?" ทว่า ก่อนที่หลี่จิ่วเหยาจะได้ทันเอ่ยคำใดตอบกลับ บรรยากาศรอบด้านก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สัญญาณเตือน! เงาร่างสีดำนับร้อยสายพุ่งทะยานลงมาจากหลังคา ปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน "ฮ่าๆๆๆ! มู่หรงเฉิน! เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสำนักกระบี่ไร้พ่ายของเจ้า จะเป็นผู้กุมชะตากรรมของทุกสิ่งในตลาดมืดแห่งนี้?" เงาสีดำสายหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด มันสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิต และในมือถือป้ายคำสั่งประหลาดที่เรืองแสงสีเขียวปมเปรื้อนกลิ่นอายมาร ทันทีที่ป้ายนั้นปรากฏขึ้น อาคมโบราณนับร้อยก็พุ่งขึ้นจากพื้นดิน พันธนาการร่างของมู่หรงเฉินและหลี่จิ่วเหยาไว้ในกรงขังพลังมารที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า! มู่หรงเฉินหรี่ตาลงอย่างอันตราย นิ้วเรียวสัมผัสอยู่ที่ด้ามกระบี่ข้างเอว... และในวินาทีที่กระบี่เล่มยาวเริ่มขยับส่งเสียงร้องคำรามดังกังวาน ประกายแสงสีเงินยวงก็สะท้อนสะท้านฟ้าแลบแปลบปลาบ ทว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเงาร่างลึกลับใต้หน้ากากอสูรกลับเอ่ยวาจาขึ้นมาประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงที่ทำให้มู่หรงเฉินต้องชะงักค้างทันที "หากเจ้าชักกระบี่เล่มนี้ออก... สตรีในอ้อมแขนของเจ้า จะต้องตายด้วยพิษกู่สวรรค์ที่ฝังอยู่หัวใจนาง... ในอีกสามลมหายใจข้างหน้า!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้พ่ายกับสตรีผู้ซ่อนคมดาบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%