เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 14

เมนูเด็ดมัดใจคนทั้งหมู่บ้าน

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อหนาดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสั่นระรัว น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นกระฉอกเล็กน้อยเปื้อนขอบโต๊ะ แต่ไม่มีใครในร้าน "ครัวสุขใจ" สนใจมันเลยสักคน สายตาทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าข้าวสารเจ้าเก่า ป้าขายผักตลาดสด หรือแม้แต่กลุ่มวัยรุ่นที่ปกติมักจะส่งเสียงดังเอะอะ ต่างจ้องมองไปยังร่างท้วมของ "ป้าสำอาง" ญาติผู้พี่ฝั่งแม่ของรินรดา ที่กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนเนื้อตัวสั่นเทา "นังริน! แกกล้าดียังไงถึงไม่ขายวัตถุดิบชุดพิเศษให้ฉัน! ฉันเป็นถึงป้าแกนะ อีกอย่าง ฉันเอาเงินสดมาจ่าย ไม่ได้มาขอร้องกินฟรีๆ เสียหน่อย!" เสียงแหลมสูงบาดหูแผดลั่น ทำลายบรรยากาศยามบ่ายที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ รินรดาในผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตา ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยังคงเช็ดเคาน์เตอร์ไม้ด้วยความใจเย็น ใบหน้าหวานคมนิ่งสงบจนน่ากลัว ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นอย่างที่ป้าสำอางไม่เคยเห็นมาก่อน "คำว่าญาติ ป้าเพิ่งมานึกได้เอาตอนนี้เองสินะครับ... อ้อ ขอโทษทีครับ ป้าสำอาง ลืมไปว่าป้าพูดถึงเรื่องนี้" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของร้าน ผู้กองศิลาในชุดลำลองกางเกงคาร์โก้และเสื้อยืดสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำสมส่วนก้าวออกมาจากห้องครัว มือข้างหนึ่งถือตะหลิวเหล็กด้ามยาวเคาะเบาๆ กับขอบโต๊ะ ท่าทีนิ่งขรึมแต่แผ่รังสีคุกคามจนป้าสำอางต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ศิลา! แกมันก็แค่ไอ้ทหารต่างถิ่น อย่ามาเสือกเรื่องครอบครัวฉันนะ!" ป้าสำอางแว้ดใส่หน้าชายหนุ่ม แต่เจอสายตาดุคมกริบที่ส่งกลับมาดั่งคมมีด ก็ทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เรื่องในครอบครัวผมไม่ยุ่งครับ... แต่ถ้าใครมารังควานภรรยาผมในร้านของผม ผมถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย" ผู้กองศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนคนในร้านถึงกับกลั้นหายใจ รินรดาวางผ้าในมือลง เธอเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ยืนเคียงข้างสามีหนุ่มสายเปย์ ก่อนจะปรายตามองป้าสำอางด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "วัตถุดิบออร์แกนิกเกรดพรีเมียมจากมิติ... เอ้ย จากสวนปาร์่าของฉัน ไม่ได้มีไว้ขายให้คนใจคดที่จ้องจะฮุบร้านฉันหรอกนะป้าสำอาง" รินรดากล่าวเสียงเรียบ "จำได้ไหมครับว่าสัปดาห์ก่อน ใครนะที่ประกาศกร้าวกลางตลาดว่าร้านฉันจะเจ๊งไม่เป็นท่าภายในสามวัน? แล้วตอนนี้มาทำเป็นหน้าด้านขอซื้อวัตถุดิบไปทำกำไรต่อหน้าตาเฉย ละอายใจบ้างไหมครับ?" คำพูดเชือดเฉือนแบบนิ่มๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงอก เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่นั่งทานอาหารอยู่รอบร้านทันที หลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะตระกูลของป้าสำอางขึ้นชื่อเรื่องการเอาเปรียบคนอื่นมานานแล้ว โดยเฉพาะการพยายามฮุบที่ดินทำกินของรินรดาหลังพ่อแม่เธอล่วงลับ ป้าสำอางหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนพูดไม่ออก ได้แต่ชี้นิ้วสั่นๆ "แก... นังเนรคุณ แกกับไอ้ทหารหน้าเลือดนี่ จะต้องเสียใจ!" พูดจบเธอก็สะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกนอกร้านไปท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้าน บรรยากาศตึงเครียดมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยเสียงหัวumเบาๆ และรอยยิ้มโล่งอกของลูกค้าในร้าน "สะใจโว้ย! แม่เชฟรินจัดหนักได้ใจจริงๆ" ลุงมิ่ง ชาวนาเฒ่าผู้มากประสบการณ์ตบเข่าฉาดใหญ่ "ไอ้ป้าสำอางนี่มันสันดานเสียมานานแล้ว สมควรโดนซะบ้าง" รินรดาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้กองศิลาที่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ มือหนาเอื้อมมาแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นการปลอบประโลม เคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวระหว่างเชฟสาวสตรองกับนายทหารหนุ่มผู้พิทักษ์หัวใจ ทำให้ลูกค้ารอบร้านต่างอมยิ้มตาม "เอาล่ะครับทุกท่าน เพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้เสียบรรยากาศ วันนี้ทางร้าน 'ครัวสุขใจ' มีเมนูพิเศษลับเฉพาะที่เพิ่งคิดค้นขึ้นสดๆ ร้อนๆ มากำนัลทุกท่านฟรีๆ คนละหนึ่งถ้วยครับ!" เสียงใสประกาศก้องเรียกความสนใจจากทุกคนในร้านได้ทันที รินรดายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ผู้กองศิลาช่วยยกหม้อดินเผาใบใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลออกหน้าร้าน กลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นบ้าน ผสานกับความหวานเคี่ยวเคี่ยวของน้ำซุปกระดูกไก่บ้านและเนื้อหมูหมักนุ่มละมุนลิ้น ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตรอกซอกซอยจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดเดินและสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างลืมตัว "นี่คือ 'แกงรัญจวนหมูตุ๋นสมุนไพรป่า' ครับ" รินรดาแนะนำด้วยรอยยิ้มภูมิใจ ขณะตักน้ำซุปสีอำพันใส่ถ้วยส่งให้ลุงมิ่ง "ใช้พริกขี้หนูสวนเผ็ดร้อน ใบโหระพาและโหระพาช้างจากสวนออร์แกนิกหลังร้าน ตุ๋นเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานกว่าสี่ชั่วโมง เนื้อหมูละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้นครับ" ลุงมิ่งรับถ้วยกระเบื้องมาถือไว้ มือเหี่ยวย่นตักน้ำซุปสีสวยเข้าปากคำหนึ่ง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นทันที ความเผ็ดร้อน หอมกลิ่นตะไคร้ ใบมะกรูด และความเปรี้ยวกลมกล่อมจากมะขามเปียกแท้ๆ วิ่งพล่านไปทั่วโพรงปาก รสชาติที่ล้ำลึกและซับซ้อนแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ทำให้ชายชราถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง "โอ้โฮ! อร่อยเหาะ! รสชาตินี้มัน... มันทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปกินข้าวฝีมือแม่ตอนเด็กๆ เลยวะ!" คำอุทานนั้นเหมือนสัญญาณระเบิด ลูกค้าคนอื่นๆ ต่างกรูเข้ามามุงหน้าเคาน์เตอร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผู้กองศิลาช่วยตักเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังประสานกัน กล-ายบรรยากาศในร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของคนทั้งหมู่บ้านอย่างแท้จริง ทุกคนลืมความขัดแย้ง ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำไร่ทำนา เหลือเพียงความสุขสำราญจากการลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ ท่ามกลางความคึกคักและเสียงหัวเราะ รินรดายืนมองภาพความสำเร็จตรงหน้าด้วยความอิ่มเอมใจ กิจการร้านอาหารออร์แกนิกของเธอไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งสร้างรายได้อีกต่อไป แต่มันคือหัวใจของชุมชนแห่งนี้ ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะหันกลับไปหยิบวัตถุดิบในห้องครัว สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มสวมแว่นตากันแดดสีดำ กำลังยืนจ้องมองมาที่ป้ายหน้าร้าน "ครัวสุขใจ" นิ่งสนิท รอยยิ้มบนใบหน้าของชายคนนั้นดูน่าขนลุกและเต็มไปด้วยเลศนัยบางอย่างที่ทำให้สันหลังวาบ ชายคนนั้นควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปหน้าร้าน ก่อนจะกดโทรออกพร้อมกับพูดประโยคที่รินรดาบังเอิญอ่านปากได้พอดี... *เจอตัวแล้ว... ตามแผนเดิม เริ่มปฏิบัติการคืนนี้* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%