"ถ้าน้องรินยังปล่อยให้น้ำในแปลงกะหล่ำไหลเอื่อยเฉื่อยแบบนี้ ผลผลิตล็อตหน้าที่จะส่งให้สหกรณ์มีหวังเหี่ยวคาต้นก่อนได้เก็บเกี่ยวแน่ครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของยามสาย ผู้กองศิลาในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผ่นอกและหัวไหล่ที่ตึงแน่นตามวิถีชายชาติทหาร ยืนกอดอกพิงโครงไม้ไผ่ริมแปลงผักออร์แกนิก สายตาคมกริบกวาดมองระบบท่อส่งน้ำพลาสติกเก่าคร่ำครึที่ต่อโยงกันอย่างลวกๆ ซึ่งรินรดาเพิ่งจัดการซ่อมแซมด้วยตัวเองเมื่อวานนี้
รินรดาชะงักมือที่กำลังใช้ช้อนตักปุ๋ยหมักจากมิติลับ 'สวนป่ามหาเสน่ห์' หยอดลงโคนต้นมะเขือเทศเชอร์รี่ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนบ้านและนายทหารหนุ่มที่ช่วงนี้ดูจะ "ว่างงาน" เสียเหลือเกิน จนแทบจะสิงสถิตอยู่แต่ในแปลงผักของนางตั้งแต่ฟ้าสางยันค่ำ
"ระบบนี้ฉันติดต่อไปทางช่างในหมู่บ้านแล้วค่ะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดปากคำลงท้ายตามความคุ้นชินเก่า ก่อนจะรีบปรับเสียงให้เข้มขึ้นเพื่อรักษามาดเชฟสาวสตรอง "ฉันหมายถึง... ฉันจัดการเองได้น่าผู้กอง ไม่รบกวนเวลาพักร้อนของทหารเกณฑ์พิเศษอย่างคุณหรอกค่ะ เอ๊ย ครับ!"
นางเกือบจะเผลอใช้คำพูดติดปากกับผู้ชายคนนี้เสียแล้ว ตั้งแต่วันที่ศิลาแบกกระสอบปุ๋ยมาช่วยขนของแถมยังจัดการตบหน้าพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ยกพวกมาทวงส่วนแบ่งร้านอาหารของนางหน้าตาเฉย ผู้ชายคนนี้ก็ตีเนียนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของนางอย่างไร้รอยต่อ
ศิลาไม่โต้เถียง เขาเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ต่อให้มองจากระยะร้อยเมตรก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังเอ็นดูท่าทางแข็งข้อของหญิงสาวตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแดดและกลิ่นไอดินลอยแตะจมูก รินรดาแอบถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อเงาของเขาแผ่ทับร่างนางจนมิด
"ช่างในหมู่บ้านเหรอครับ?" ศิลาเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเจือความระอา "คนเหล่านั้นสูบน้ำจากลำห้วยสายหลักขึ้นมาใช้แบบตามมีตามเกิด ท่อประปาเกษตรของคุณก็เดินลัดเลาะแบบขอไปที แรงดันน้ำไม่พอหรอกครับ ยิ่งถ้าหน้าร้อนมาถึง แปลงผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียมที่น้องรินตั้งใจปลูกป้อนร้านอาหารในเมือง จะกลายเป็นผักต้มสุกคาแปลงก่อนได้เด็ดไปทำอาหารเสียก่อน"
คำพูดของเขาจี้ใจดำรินรดาเข้าอย่างจัง เพราะในมิติลับ 'สวนป่ามหาเสน่ห์' ของนางมีทั้งดินวิเศษและเมล็ดพันธุ์หายาก แต่นางดันติดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการแปลงเกษตรแปลงใหญ่บนโลกความเป็นจริง ระบบน้ำนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผักออร์แกนิกของนางโตไวและมีรสชาติกรอบหวานจนลูกค้าติดใจ หากระบบน้ำพัง ผลผลิตสะดุด แผนการกวาดรายได้หลักแสนเพื่อตบหน้าพวกป้าสะใภ้จอมโลภที่คอยจ้องจะฮุบที่ดินแปลงนี้คงต้องสะดุดตามไปด้วย
"แล้วถ้าผู้กองเก่งนัก... มีข้อเสนออะไรล่ะครับ?" รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย นางไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร โดยเฉพาะกับผู้ชายที่ชอบทำตัวเป็น 'สายเปย์เงียบๆ' คอยจัดการนู่นนี่ให้โดยไม่เอ่ยปากขอ
ศิลาไม่ตอบด้วยคำพูดทันที แต่เขากลับคว้าสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลที่เหน็บไว้ข้างกระเป๋าเสื้อกางเกงสนามออกมา เปิดกางออกให้เห็นลายมือระเบียบเรียบร้อยราวกับพิมพ์ แผนผังระบบชลประทานขนาดย่อมที่ออกแบบไว้อย่างแยบยลปรากฏแก่สายตา มีทั้งจุดต่อท่อเมนหลัก วาล์วปรับแรงดันน้ำอัตโนมัติ ไปจนถึงระบบหยดน้ำลงโคนต้นไม้ที่คำนวณปริมาณน้ำตามความต้องการของพืชแต่ละชนิดอย่างแม่นยำ
"ผมใช้เวลาสองคืนที่ผ่านมานั่งคำนวณแรงโน้มถ่วงและอัตราการไหลของน้ำจากลำธารหลังภูเขา" ศิลาเอ่ยราบเรียบ นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่จุดสำคัญบนกระดาษ "ถ้าเราต่อท่อ PE ขนาดสองนิ้วขึ้นไปบนเนินดินตรงนั้น แล้วใช้แรงโน้มถ่วงดันน้ำลงมาผ่านวาล์วควบคุมแรงดัน เราจะไม่ต้องพึ่งพาเครื่องสูบน้ำที่ใช้น้ำมันแพงๆ เลย ประหยัดต้นทุนระยะยาว แถมน้ำจะไหลสม่ำเสมอไม่มีวันตก"
รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองอันปราดเปรื่องระดับเชฟใหญ่ที่ต้องบริหารจัดการห้องครัวมูลค่าหลายล้านกำลังประมวลผลแผนงานตรงหน้า แผนผังนี้... ละเอียดรอบคอบกว่าที่วิศวกรเกษตรบางคนเขียนเสียอีก
"ทำไมคุณถึง... ลงทุนลงแรงถึงขนาดนี้?" รินรดาถามเสียงเบาลง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตานิ่ง ดวงตาคมคายคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ "เพราะผมไม่อยากเห็นเชฟคนเก่งต้องมานั่งเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับครับ... อีกอย่าง แปลงผักของน้องริน ก็คืออนาคตของผมด้วยเหมือนกัน"
ประโยคกำกวมที่แฝงความนัยทำเอารินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม นางรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการเขินอาย พร้อมกับเอ่ยตัดบทเสียงแข็งกลบเกลื่อน "พูดจาแปลกๆ อีกแล้วนะครับ! ใครเป็นอนาคตของคุณกัน... ว่าแต่ อุปกรณ์พวกนี้หาซื้อจากไหน งบประมาณคงไม่ใช่น้อยๆ แน่"
"เรื่องงบประมาณไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจัดการสั่งซื้อวัสดุทั้งหมดส่งตรงมาที่หน้าฟาร์มเรียบร้อยแล้ว บ่ายนี้ของจะมาถึง" ศิลาอมยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกของหญิงสาว "ส่วนค่าแรง... ผมไม่เอาเงินสดหรอกครับ"
รินรดาหันขวับกลับมามอง "แล้วคุณต้องการอะไร?"
ศิลาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นหอมจางๆ ของใบชาผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตานาง "เย็นนี้... ผมขอข้าวซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนฝีมือเชฟรินรสชาติเดิมที่ผมติดใจ กับซุปเห็ดออร์แกนิกจากแปลงนี้สักถ้วย... ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมไหมครับ?"
ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เสียงรถกระบะบรรทุกคันโตคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูรั้วฟาร์ม เสียงเบรกเอี๊ยดใหญ่ดึงความสนใจของทั้งคู่ไป
ร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวลงจากรถพร้อมกับถือกระดาษใบส่งของในมือ ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาต้องขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปมไม่ใช่คนขับรถส่งของ แต่เป็นร่างท้วมระหงของ "ป้าทองศรี" ป้าสะใภ้จอมเขี้ยวที่ก้าวตามลงมาจากเบาะข้างคนขับด้วยท่าทางโอ้อวดและสายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณฟาร์มราวกับเป็นเจ้าของ
"ตายจริง! นี่หล่อนถึงกับไปจ้างทหารหนุ่มรูปหล่อมาเป็นกรรมกรแบกหามให้เลยเหรอ นังริน!" เสียงแหลมสูงของป้าทองศรีแผดก้องทะลุรั้วไม้ไผ่เข้ามาทันที พร้อมกับสะโพกที่ส่ายสะบัดเดินตรงดิ่งเข้ามาในแปลงผักโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต "ท่าทางกิจการร้านอาหารลับๆ ของแกคงจะกำไรดีสินะ ถึงได้กล้าจ้างผู้ชายมายุ่มย่ามถึงในไร่แบบนี้... ไหนล่ะ ส่วนแบ่งค่าเช่าที่ดินที่แกต้องจ่ายให้ตระกูลเราเดือนนี้? เอามานี่เลย อย่าคิดว่าแอบซ่อนไว้แล้วฉันจะตามไม่ทัน!"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที ศิลาหุบยิ้มฉับพลัน แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นราวกับนายทหารที่กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูในสนามรบ ร่างสูงขยับก้าวมาบังขวางหน้าingรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตากลมโตฉายแววความเฉียบขาด นางค่อยๆ เดินก้าวออกมายืนเคียงข้างชายหนุ่ม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ต่อให้ป้าทองศรีเห็นก็ยังต้องผะผะงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ที่ดินแปลงนี้ฉันจ่ายภาษีและเคลียร์กรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายทุกบาททุกสตางค์แล้วครับคุณป้า..." รินรดากล่าวเสียงเรียบ ก้าวเข้าไปหาป้าสะใภ้ทีละก้าวด้วยท่าทางสง่างามราวกับพญาหงส์ "ส่วนเรื่องส่วนแบ่ง... ถ้าคุณป้าอยากได้นัก... เชิญไปคุยกับตำรวจหรือศาลเอาเองเถอะครับ เพราะตั้งแต่พินัยกรรมฉบับนั้นเปิดออก คุณป้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในเขตที่ดินของฉันด้วยซ้ำ!"
ป้าทองศรีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนตอกกลับหน้าหงายท่ามกลางสายตาของคนส่งของ นางกรีดเสียงแหลมด้วยความเหลืออด "นังริน! แกกล้าดีนักนะ! เดี๋ยวแกรอเจอดีแน่..."
ทว่า ป้าทองศรีonยังไม่ทันได้แผดเสียงต่อ จู่ๆ ลมพายุหมุนประหลาดก็พัดกรรโชกเข้ามาในบริเวณแปลงผักอย่างรุนแรง ทั้งที่ท้องฟ้าด้านบนไร้เมฆฝน กลิ่นหอมหวานฉุนรุนแรงของสมุนไพรลึกลับโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก และในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานก็ดังขึ้นในหัวของรินรดา พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าตนเอง—
*[คำเตือนระดับวิกฤต: ผู้บุกรุกมีเจตนาทำลายล้างมิติลับ! ผลึกพลังงานในสวนป่ากำลังเกิดความไม่เสถียร กรุณาตัดสินใจขั้นเด็ดขาดภายใน 3 นาที...]*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอมานะครับ
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 7
ผู้กองสายเปย์
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!