เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 8

ผลผลิตมหัศจรรย์

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"คุณศิลาครับ ถ้าจะกรุณาช่วยยกตะกร้าใบนั้นไปวางที่เคาน์เตอร์บาร์ทีครับ ผมเกรงว่าสีของผักกาดหอมพวกนี้จะช้ำเสียก่อนที่ลูกค้ากลุ่มแรกจะมาถึง" รินรดาเอ่ยพลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผม กลิ่นหอมสดชื่นประหนึ่งน้ำค้างยามเช้าที่อบอวลอยู่ในสวนป่ามหาเสน่ห์กำลังฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว เธอไม่ได้เพียงแค่นำผักออกมา แต่เธอนำ 'ชีวิต' ของผืนดินในมิติลับออกมาวางบนโต๊ะเตรียมอาหาร สีเขียวมรกตของใบผักกาดหอมตัดกับสีแดงสดของมะเขือเทศราชินีที่เงาวับราวกับอัญมณี ผู้กองศิลาในชุดเสื้อยืดสีเข้มพอดีตัวที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนชัดเจนก้าวเข้ามาหาอย่างมั่นคง เขาวางตะกร้าลงอย่างเบามือ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองวัตถุดิบตรงหน้าก่อนจะเลื่อนมาสบตาหญิงสาว "นี่ไม่ใช่ผักธรรมดาใช่ไหมครับ ริน?" คำถามนั้นสั้นห้วนตามสไตล์ชายชาติทหาร แต่แฝงด้วยความห่วงใยและสังเกตการณ์อย่างลึกซึ้ง รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก ความฉลาดของผู้กองศิลาคือสิ่งที่เธอทั้งทึ่งและต้องระวังในคราเดียวกัน "ถ้าผมบอกว่ามันเป็นผักที่ผมตั้งใจปลูกด้วยกรรมวิธีพิเศษล่ะครับ คุณจะเชื่อไหม?" "ผมเชื่อทุกอย่างที่คุณทำครับ" เขาตอบทันทีโดยไม่ลังเล แม้แต่นิดเดียว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแครอทหัวเล็กขึ้นมาพิจารณา "แต่มันส่งกลิ่น... เหมือนป่าที่เพิ่งผ่านฝนตกใหม่ๆ กลิ่นที่ทำให้คนได้สัมผัสรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด ลูกค้าที่ได้ทานเข้าไป พวกเขาจะไม่ได้แค่ความอิ่มท้องหรอกครับ แต่เขาจะได้รับพลังงานบางอย่างที่ยากจะหาได้จากที่อื่น" รินรดาไม่ตอบ แต่ลงมือหั่นผักเหล่านั้นด้วยความคล่องแคล่ว เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังเป็นจังหวะที่มั่นคง ภายในใจเธอเต้นรัว ผักจากมิติลับนี้ไม่ได้มีแค่รสชาติที่เหนือชั้น แต่มันมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างรวดเร็ว หากข่าวนี้แพร่ออกไป... ร้านลับๆ ของเธออาจจะไม่ลับอีกต่อไป ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงบทสนทนาที่ฟังดูร้อนรนของลูกค้าขาประจำสองสามคนที่ก้าวเข้ามา "เชฟริน! วันนี้มีเมนูพิเศษไหม? ฉันได้ข่าวว่าผักร้านนี้ทำให้คนป่วยที่บ้านหลานสาวฉันลุกขึ้นเดินได้เหมือนปาฏิหาริย์จริงหรือเปล่า!" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยแววตาตื่นเต้น รินรดาสบตากับผู้กองศิลาเพียงชั่วครู่ เขาก้าวไปขวางทางเล็กน้อยด้วยท่าทางที่ดูเป็นมิตรแต่ก็ทำหน้าที่เป็นกันชนให้เธอโดยอัตโนมัติ "ทางร้านของเราเน้นวัตถุดิบออร์แกนิกที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุดครับคุณป้า ส่วนเรื่องปาฏิหาริย์... ผมเชื่อว่ามันมาจากความตั้งใจของเชฟรินที่ใส่ลงไปในจานมากกว่าครับ" เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อรินรดานำ 'สลัดผักมรกต' จานแรกไปวางบนโต๊ะ ผักใบเขียวกรอบกริบที่เงาวับราวกับเพิ่งเด็ดจากต้นเมื่อวินาทีนี้ กลิ่นหอมสดชื่นที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาคนในร้านถึงกับเงียบกริบ ทุกคนจ้องมองจานอาหารตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่มากกว่าความหิว มันคือความโหยหาในรสชาติที่บริสุทธิ์ที่สุดของธรรมชาติ ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับรสสัมผัสนั้น เสียงผลักประตูดังโครมใหญ่! ป้าสะใภ้จอมโลภที่เคยถูกรินรดาตอกหน้าหงายไปเมื่อครั้งก่อน เดินนำกลุ่มคนหน้าตาถมึงทึงเข้ามาในร้าน นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ตะกร้าผักที่ยังเหลืออยู่ข้างเคาน์เตอร์ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความละโมบ "นังริน! แกเอาอะไรมาขาย? คนเขาพูดกันทั้งตลาดว่าผักของแกมันเป็นของผิดปกติ! เอามานี่! ข้าจะยึดผักพวกนี้ไปให้ทางการตรวจสอบว่าแกแอบใช้สารกระตุ้นอะไรหรือเปล่า!" บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความอบอุ่นเป็นความตึงเครียดทันที รินรดาวางจานอาหารในมือลงช้าๆ เธอไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก แต่ดวงตาของเธอเย็นเยียบจนผู้กองศิลาที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมา "ตรวจสอบหรือครับ? หรือจะเอาไปขายต่อให้พรรคพวกตัวเองที่กำลังจะขาดทุนเพราะไม่มีใครซื้อผักเน่าๆ ของร้านคุณกันแน่?" รินรดาถามเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนป้าสะใภ้ชะงักกึก "แก! นังหลานอกตัญญู! ใครก็ได้ไปลากตัวมันออกมา!" ป้าสะใภ้ตะโกนสั่งลูกสมุนที่พกมาด้วย แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว ผู้กองศิลาก้าวออกมาเพียงครึ่งก้าว ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงยืนตระหง่านราวกับกำแพงเหล็ก "ใครที่คิดจะแตะต้องทรัพย์สินในร้านนี้ หรือแตะต้องเจ้าของร้าน... ต้องผ่านผมไปก่อนครับ" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนคนกลุ่มนั้นถอยกรูด ทันใดนั้นเอง ชายแปลกหน้าสวมชุดสูทภูมิฐานที่นั่งเงียบอยู่มุมร้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ ก็ลุกขึ้นยืน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดวางสาย ก่อนจะเดินตรงมาที่หน้าเคาน์เตอร์ "ผักที่นี่... มีไว้สำหรับขายปลีกเท่านั้นใช่ไหมครับ?" ชายผู้นั้นถามรินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายในคุณภาพ "ผมเป็นตัวแทนจัดหาวัตถุดิบให้โรงแรมหรูในตัวจังหวัด และผมขอยืนยันว่า... ต่อให้คนพวกนี้อยากได้เท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่มีปัญญาซื้อของระดับนี้ไปทำลายทิ้งหรอกครับ เพราะผมขอเหมาทั้งหมด... ไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหนก็ตาม" ป้าสะใภ้อ้าปากค้าง ส่วนรินรดายิ้มออกมาเล็กน้อย ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังพลิกผันไปสู่จุดที่ไม่มีใครคาดคิด และในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนพุ่งผ่านหน้าต่างร้านไปอย่างรวดเร็ว... ร่างนั้นสวมตราสัญลักษณ์ของตระกูลที่รินรดาเคยหนีมาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำร้าน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%