เสียงกระแทกกระทั้นของตะกร้าหวายที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้หน้าร้านอย่างจงใจ ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบสงบของยามบ่าย รินรดาเงยหน้าขึ้นจากเขียงไม้ไผ่ที่เธอกำลังหั่นข่าอ่อนสีนวล แววตาคู่คมกริบไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาที่ฉายชัดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
"เปิดร้านขายของดีนักนี่ รินรดา! ถึงขนาดทำเป็นลืมหน้าลืมตา ไม่ยอมเอาผักสวนครัวส่วนที่ต้องส่งให้บ้านใหญ่ไปส่งตามกำหนดเลยสินะ!"
เสียงแหลมสูงของ "คุณนายจันทร์เพ็ญ" อาสาใภ้ผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้แท้ๆ ดังขึ้นพร้อมกับสะโพกที่กระแทกลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวโดยไม่ได้รับเชิญ หล่อนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีฉูดฉาด ทองรูปพรรณเส้นโตบนคอสะท้อนแสงแดดวิบวับ ท่าทางเชิดหน้าชูตาแสดงถึงความเหนือกว่าที่สั่งสมมาหลายปี
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอวางมีดสแตนเลสลงอย่างประณีต บรรจงเช็ดมือด้วยผ้าสะอาดช้าๆ ราวกับว่าเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่ได้รบกวนสมาธิอันล้ำค่าของเธอแม้แต่น้อย ความนิ่งงบของหญิงสาวทำให้จันทร์เพ็ญรู้สึกเหมือนกำลังเต้นอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะเริ่มกระตุกด้วยความขัดเคือง
"พูดจาอะไรเข้าหน่อยสิยะ! อย่ามาทำเป็นหูทวนลม แม่ฉันแก่แล้ว เดินทางมาทวงของถึงที่นี่ เธอควรสำนึกบุญคุณที่ครอบครัวเราเคยเมตตาให้ที่ซุกหัวนอนตั้งแต่พ่อแม่เธอตายจากไปนะ!"
เสียงแหลมเล็กอีกเสียงหนึ่งต่อสายตรงมาจากด้านหลัง นั่นคือ "พิม" ลูก gái ตัวแสบที่เดินตามมารังควานไม่เว้นแต่ละวัน พิมกวาดสายตามองไปรอบร้านด้วยความริษยา กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและเนื้อย่างที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศช่างขัดหูขัดตากับสภาพร้านเล็กๆ ที่เคยโทรม แต่วันนี้กลับดูสะอาดตาและมีลูกค้าระดับมีอันจะกินแวะเวียนมาไม่ขาดสาย
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นสั้นแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้สองแม่ลูกชะงัก เธอก้าวเท้าออกจากเคาน์เตอร์มาช้าๆ ร่างระหงภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีครีมดูสง่างามและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่แม้แต่นายทหารอย่างผู้กองศิลายังต้องยอมรับ
"บุญคุณ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว "บุญคุณที่พวกท่านยึดโฉนดที่ดินแปลงหน้าบ้านไปจำนองจนเกือบหลุดมือ หรือบุญคุณที่คอยสูบเอาพืชผักชั้นดีจากสวนฉันไปขายต่อเอาหน้าตาเฉย โดยไม่เคยแม้แต่จะเศษเงินสักบาทมาแบ่งให้คนลงแรงเลยสักครั้งกันแน่ครับ... อ้อ ขอโทษที ผมติดปากพูดคำว่า ครับ กับลูกค้าสุภาพน่ะนะ"
จันทร์เพ็ญหน้าถอดสีทันที หล่อนไม่คิดว่าเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและก้มหน้ายอมให้รังแกมาตลอดจะกล้าลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนเช่นนี้
"อียัยเด็กเนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่!" จันทร์เพ็ญตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้า "ถ้าไม่มีตระกูลเรา ป่านนี้แกคงเป็นขอทานข้างถนนไปแล้ว! วันนี้ถ้าแกไม่ยอมยกผักออร์แกนิกครึ่งหนึ่งในสวนของแกลงตะกร้าให้ฉันเอาไปส่งภัตตาคารในอำเภอ แกได้เห็นดีกันแน่!"
ท่าทีเกรี้ยวกราดและการล้ำเส้นนั้นไม่เพียงแต่กระทบใจรินรดา แต่ยังมีใครอีกคนยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ บริเวณมุมเสาข้างร้าน ผู้กองศิลาในชุดลำลองเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้ ขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อที่แขนเกร็งขึ้นตามสัญชาตญาณของการปกป้อง ดวงตาคมกริบสีนิลจับจ้องไปยังสองแม่ลูกด้วยรัศมีอันตราย แต่เขายังไม่ก้าวออกไป เพราะอยากรู้ว่า "เชฟสาว" ของเขาจะจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร
รินรดายิ้มหวาน หยาดเหงื่อบางๆ จากการเตรียมวัตถุดิบไม่ได้ทำให้เธอดูเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับทำให้จันทร์เพ็ญรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"อยากได้ผักชั้นดีไปขายหรือครับ?" รินรดาเอ่ยเสียงใส ผายมือไปยังตะกร้าเปล่าที่อีกฝ่ายเพิ่งกระแทกไว้ "น่าเสียดายจัง... ผักเกรดพรีเมียมจากสวนของผม ตอนนี้มีเจ้าاحองหมดแล้ว และที่สำคัญ..." เธอเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังป้าสะใภ้ด้วยแววตาท้าทาย "...ต่อให้เน่าคาต้น ผมก็ไม่คิดจะเอาให้คนตระกูลหน้าเนื้อใจเสืออย่างพวกท่านเอาไปใช้ทำเสนียดร้านหรอกครับ"
"แก! อียัวะ! ฉันจะแจ้งผู้ใหญ่บ้าน! ฉันจะฟ้องให้พวกชาวบ้านรู้ว่าแกมันอกตัญญู!" จันทร์เพ็ญกรี๊ดลั่น หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดปูดโปน พิมผู้ลูกรีบเข้ามาประคองแม่พร้อมกับส่งสายตาอาฆาตมาดร้าย
รินรดาไม่สะเทือนแม้แต่น้อย เธอกลับหันหลังเดินกลับไปที่เตาไฟอย่างไม่แยแส พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสองแม่ลูกเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม
"เชิญตามสบายเลยครับ แต่อย่าลืมนะว่าหลักฐานบัญชีเงินกู้ที่พวกท่านแอบเอาชื่อพ่อแม่ผมไปค้ำประกันเมื่อสี่ปีก่อน... ตอนนี้อยู่ที่ผมเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่อยากให้อายชาวบ้านจนต้องย้ายสำมะโนครัวหนีออกจากหมู่บ้านนี้ ก็ไสหัวออกไปจากร้านของผมซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไม่ฟ้องแพ่งแต่จะแจ้งจับข้อหาฉ้อโกงแทน!"
คำพูดประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ จันทร์เพ็ญหน้าซีดเผือดจนขาวราวกับกระดาษ ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก หล่อนรู้ดีว่าเด็กนี่ไม่ได้ขู่ เพราะรินรดาในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่ยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้ว
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์คันใหญ่ก็ดังกระหึ่มเข้ามาจอดสนิทหน้าร้าน ผู้กองศิลาสาวเท้าก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดาอย่างมั่นคง ร่างสูงใหญ่บังร่างของหญิงสาวไว้มิดชิด สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองสองแม่ลูกด้วยอำนาจกดดันระดับนายทหารหน่วยรบพิเศษที่ทำเอาสองแม่ลูกขาอ่อนแรงลงทันที
"มีปัญหาอะไรกันหรือครับ... ถึงได้ส่งเสียงดังรบกวนเวลาทำมาหากินของภรรยาผม?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ แต่เย็นยะเยือกจนจันทร์เพ็ญและพิมไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ก่อนที่สองแม่ลูกจะพากันถอยกรูดออกไปจากร้านด้วยความหวาดกลัว ทิ้งท้ายด้วยเสียงฮึดฮัดอาฆาตมาดร้ายที่เบาหวิว
รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้เกินกว่าระยะปลอดภัย รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของศิลา เขาเอื้อมมือมาหยิบผ้าสะอาดจากมือเธอไปซับเหงื่อให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ทำเอาหัวใจของเชฟสาวเต้นผิดจังหวะ
"เหนื่อยไหมครับ?" ศิลาเอ่ยถาม เสียงของเขาอบอุ่นต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
"ไม่เลยครับ... ขอบคุณนะที่ช่วยกันไว้ทัน" รินรดาตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
"ถ้าจะขอบคุณ... เปลี่ยนเป็นอาหารฝีมือคุณสักจานดีกว่าครับ" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดู "ผมได้ยินว่าวันนี้คุณมีเมนูเด็ดจาก 'สวนป่ามหาเสน่ห์' ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาสดๆ ร้อนๆ ใช่ไหมครับ?"
รินรดาพยักหน้ารอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นที่มุมปาก เธอกลับหลังหันแล้วหยิบหม้อดินเผาใบเล็กที่เคี่ยวซุปกระดูกหมูกับสมุนไพรป่าไว้ออกมา กลิ่นหอมกรุ่นของข่าอ่อน ตะไคร้ และเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะพวยพุ่งขึ้นแตะจมูกทันทีที่ฝาหม้อถูกเปิดออก กลิ่นหอมล้ำลึกที่อบอวลไปด้วยความเผ็ดร้อนกลมกล่อมกระจายตัวไปทั่วทั้งร้านและลอยฟุ้งไปไกลถึงนอกรั้วบ้าน ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดเดินและสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอดด้วยความหลงใหล
ศิลายืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ ทว่าในวินาทีที่รินรดากำลังจะตักซุปใส่ชามให้เขานั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านหลังร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน เป็นจังหวะลับที่ตกลงกันไว้...
รินรดาชะงักมือ ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงในพริบตา ศิลาหรี่ตาลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารและกลิ่นอายอันตรายที่พุ่งตรงมาจากหลังร้าน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอมานะครับ
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 6
การปะทะด้วยปลายจวัก
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!