เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 5

ญาติผู้หิวโหยปรากฏตัว

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปังจนถ้วยชาเซรามิกบนเคาน์เตอร์สั่นสะเทือน น้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบถ้วย แต่เจ้าของร้านอย่างรินรดากลับไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนเช็ดทำความสะอาดหน้าเคาน์เตอร์ด้วยผ้าฝ้ายสีสะอาดอย่างใจเย็น ราวกับเสียงคำรามเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคาบ้านเท่านั้น "รินรดา! หล่อนหูหนวกหรือไง ฉันถามว่าโฉนดแปลงท้ายสวนที่พ่อแม่หล่อนทิ้งไว้ก่อนตาย อยู่ที่ไหน!" เสียงแหลมสูงบาดหูของ "ป้าสำลี" อาสะใภ้ผู้มีใบหน้าอวบอิ่มแต่แววตากลับโลภโมกข์จนขึ้นตา ดังทะลุความเงียบสงบของร้านอาหารออร์แกนิก "ครัวละมุน" ยามบ่าย ด้านข้างมี "ลุงประเสริฐ" ผู้เป็นสามี นั่งไขว่ห้างทำหน้าถมึงทึง กอดอกวางอำนาจอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ผู้กองศิลาเพิ่งลงมือเหลาและประกอบขึ้นเองกับมือเมื่อสัปดาห์ก่อน รินรดาวางผ้าลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นอาสะใภ้ รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก แต่ดวงตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ถ้าความจำของอาสำลีไม่สั้นจนเกินไป ก็น่าจะจำได้นะครับ... อ๊ะ, จำได้สิครับ ว่าโฉนดแปลงนั้นถูกนำไปจำนองเพื่อใช้หนี้การพนันให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอาเอง เมื่อสามปีก่อนโน้น" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน' ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ป้าสำลีหน้าซีดลงวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด นางตบโต๊ะซ้ำอีกครั้งจนฝ่ามือหนาแดงเถือก "นั่นมันเรื่องอดีต! ตอนนั้นพวกเราแค่เอาชื่อหล่อนไปค้ำประกันชั่วคราว แต่ตอนนี้ที่ดินตรงนั้นทางรัฐกำลังจะตัดถนนผ่าน ราคาพุ่งขึ้นไปหลายเท่าตัวแล้ว! หล่อนในฐานะหลานอกตัญญู จะปล่อยให้สมบัติของตระกูลตกเป็นของคนอื่นไม่ได้! รีบไปจัดการไถ่ถอนแล้วโอนมาให้พี่ชายของหล่อนซะดีๆ ไม่อย่างนั้น..." "ไม่อย่างนั้นจะทำไมหรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากประตูหลังร้าน ผู้กองศิลาในชุดลำลองเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้ขายาว เดินก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ร่างกายสูงใหญ่กำยำตามแบบฉบับชายชาติทหารแผ่รังสีความกดดันออกมาโดยไม่ต้องพยายาม มือหนาทั้งสองข้างเพิ่งล้างคราบดินจากการพรวนดินในแปลงผักออร์แกนิกหลังร้านมาหมาดๆ เขายืนซ้อนหลังรินรดาอย่างปกป้อง สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสองสามีภรรยาจอมโลภราวกับมองมดปลวก ป้าสำลีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะเก่งกล้า แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนายทหารหนุ่มที่มีข่าวลือว่าจัดการพวกนักเลงเจ้าถิ่นราบคาบมาแล้ว นางก็อดหวาดหวั่นไม่ได้ แต่ความโลภบังตาทำให้นางยังคงเชิดหน้าขึ้น "นี่มันเรื่องในครอบครัวเรา! แกเป็นคนนอก อย่ามาเสือก!" ป้าสำลีแว้ดใส่ "คนนอกหรือครับ?" ศิลายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นสิ้นเชิง "ผมกำลังจะจดทะเบียนสมรสและเข้ามาเป็นเจ้าของร้านร่วมกับรินรดาในเร็วๆ นี้ แปลว่าผมมีส่วนได้เสียโดยตรงกับทรัพย์สินทุกตารางนิ้วที่นี่... และถ้าใครหน้าไหนกล้ามาสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ของผม ผมคงต้องใช้วิธีการของทหารในการเคลียร์พื้นที่เสียหน่อยแล้วล่ะครับ" ประโยคสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดัน ทำให้ลุงประเสริฐที่นั่งเงียบมานานต้องรีบสะกิดภรรยา ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด แต่ป้าสำลีมีหรือจะยอมถอยง่ายๆ นางเหลือบไปเห็นกระเช้าผักออร์แกนิกสดใหม่ที่วางอยู่มุมร้าน ผักสลัดกรอบๆ มะเขือเทศสีแดงสด และโดยเฉพาะ "แตงกวามรกต" ผลอวบใหญ่ผิวเนียนละเอียดที่ส่งกลิ่นหอมหวานจางๆ ออกมาจากมิติลับของรินรดา ซึ่งรินรดาเพิ่งเก็บออกมาเตรียมทำเมนูพิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพีในเย็นวันนี้ ดวงตาของป้าสำลีเป็นประกายวาววับด้วยความโลภขั้นสุด นางพุ่งตัวเข้าไปคว้าตะกร้าผักนั้นทันที "ถ้าไม่ให้โฉนด งั้นฉันขอผักพวกนี้ไปชดใช้ค่าเสียหายที่หล่อนทำกับครอบครัวเราก็แล้วกัน! ของดีๆ แบบนี้เอาไปขายในตลาดก็ได้ราคาหลายบาท!" *พรึบ!* ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วอวบอี่ยมจะสัมผัสโดนขอบตะกร้า รินรดาก็คว้าฝาครอบไม้สนมาปิดทับและดึงตะกร้าหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ทัพพีไม้เคาะลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "ผักพวกนี้ไม่ใช่ของสาธารณะที่จะมาหยิบฉวยตามอำเภอใจ และถ้าอาสำลีกล้าแตะต้องทรัพย์สินในร้านผมแม้แต่ปลายเล็บ..." ศิลาขยับตัวเข้ามาประชิดยิ่งขึ้น เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันแต่น่ากลัวราวกับเสียงมัจจุราช "ผมจะไม่เกรงใจความเป็นญาติของผู้Aแล้วนะครับ" บรรยากาศในร้านตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ป้าสำลีหายใจหอบกระชั้นด้วยความแค้นเคือง นางชี้หน้าหนุ่มสาวทั้งสองด้วยความสั่นเทา "แกสองคนจำไว้ให้ดี! อย่าคิดว่าจะมีความสุขบนความทุกข์ของญาติพี่น้องเลย ฉันจะไปฟ้องชาวบ้านให้หมดว่าพวกแกมันเนรคุณ!" พูดจบ สองสามีภรรยาจอมโลภก็สะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกจากร้านไปพร้อมกับเสียงด่าทอไล่หลังที่ค่อยๆ เบาลง รินรดาระบายลมหายใจยาวออกมาเบาๆ ความกดดันเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อแม้แต่น้อย กลับกัน ประกายตาของเธอกลับมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยแผนการเอาคืนที่เตรียมไว้ต้อนรับคนพวกนี้ในก้าวต่อไป ศิลาหันมามองคู่ชีวิตของตน สายตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและห่วงใยทันที มือหนายกขึ้นลูบศีรษะทุยของหญิงสาวเบาๆ "เหนื่อยไหมครับ" "ไม่เลยค่ะ... เอ๊ย, ไม่เลยครับ" รินรดาหลุดปากยิ้มออกมาเมื่อเห็นศิลาทำหน้าดุใส่ตัวเองที่เกือบใช้สรรพนามผิด "ขอบคุณนะคะ—เอ๊ย, ขอบคุณนะครับผู้กองที่ช่วยจัดการ" ศิลายิ้มรับบางๆ ก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากห้องครัวด้านหลัง กลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศที่ถูกเคี่ยวจนได้ที่ ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานสดชื่นจากผักในมิติลับของรินรดา ส่งกลิ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอไปทั่วทั้งบริเวณ ราวกับกำลังประกาศศักดาว่าต่อให้มีมารผจญมากแค่ไหน เมนูเด็ดในวันนี้ก็ยังคงสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะผ่อนคลายจากเหตุการณ์วุ่นวาย เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* รินรดาหันไปมองตามเสียง และพบกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพง ใบหน้าคมคายคุ้นตาที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากของแขกผู้มาเยือนคนใหม่ "สวัสดีครับเชฟริน... ผมไม่ได้มาทานอาหารนานแล้ว ร้านนี้ยังมีที่ว่างสำหรับ 'หุ้นส่วนเก่า' คนนี้ไหมครับ?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%