กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูตุ๋นซอสถั่วเหลืองโชยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ตัดกับความเงียบงันที่กดดันเสียจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ หลินซูหยินกะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยหมุนเร็วจี๋ในการคำนวณกำไรจากการขายซาลาเปามิติลับเมื่อครู่ กลับสะดุดกริ๊กจนแทบช็อต
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของลู่ถิงจ้องมองเธอนิ่งนาน ราวกับเขากำลังอ่านตัวหนังสือทุกบรรทัดที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าตื่นตระหนกของภรรยา
"คุณ... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?" ซูหยินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น มือเรียวที่ยังคงถือตะหลิวไม้ไผ่เผลอกำแน่นจนข้อตูดยื่นขาวโพลน
ลู่ถิงไม่ตอบทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการเดินทางไกล ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละก้าว กลิ่นอายความเป็นบุรุษเพศและกลิ่นอายค่ายทหารโชยปะทะจมูก ชายหนุ่มกวาดสายตาสำรวจเตาไฟที่มีควันจางๆ ลังไม้ใส่แป้งสาลีคุณภาพดีที่ถูกแอบเปลี่ยนมาจากมิติลับ และสุดท้าย... สายตาคมคู่นั้นก็หยุดนิ่งอยู่ที่ถุงผ้าใบเล็กซ่อนอยู่ใต้กองฟืน ซึ่งบรรจุเงินหยวนปึกใหญ่ที่เพิ่งได้มาจากการค้าขายเมื่อเช้า
ซูหยินหัวใจกระตุกวูบ เธอเตรียมพร้อมที่จะอ้าปากแก้ตัวสารพัดข้ออ้าง ตั้งแต่เรื่องการแอบไปซื้อแป้ง ไปจนถึงฝีมือการทำอาหารที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว ทว่า...
"ฉันเพิ่งมาถึง" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ ลู่ถิงถอดหมวกทหารออก เผยให้เห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม "เห็นเธอกำลังยุ่งอยู่ เลยไม่อยากส่งเสียงดัง"
ชายหนุ่มไม่ได้คาดคั้น ไม่ได้เอ่ยถามคำถามน่าปวดหัวอย่างที่เธอกลัว กลับกัน เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนอย่างหนักมาช่วยปลดผ้ากันเปื้อนออกจากเอวบางให้ด้วยความเคยชิน ท่าทางนั้นทั้งนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ จนซูหยินถึงกับยืนนิ่งงันด้วยความประหลาดใจ
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ลู่ถิงเป็นสามีที่พูดน้อย เยชาชา และมักจะเคร่งขรึมอยู่เสมอเนื่องจากภาระหน้าที่ในกองทัพ แต่ยามนี้ แววตาที่เขามองเธอกลับเจือประกายความอ่อนโยนและความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
"พ่อขา! แม่ขา!"
เสียงใสแจ๋วของเป่าเป้ยและเป่าเปรอะดังลั่นมาจากลานหน้าบ้าน ก่อนที่สองแฝดตัวกลมในชุดเอี๊ยมมอมแมมจะวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาซุกที่ขาของลู่ถิงคนละข้างอย่างคิดถึง ลู่ถิงย่อตัวลงอุ้มลูกแฝดขึ้นมาทีละคน ใบหน้าคมคายที่มักจะไร้รอยยิ้ม ปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างอบอุ่น
ซูหยินลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เธอหันกลับไปจัดการเคี่ยวหมูตุ๋นในหม้อต่อ กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับซีיווชั้นดีช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืนมา อาหารมื้อนี้เธอตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อฉลอง "ยอดเงิน" ก้อนแรกในชีวิตยุค 80 ของเธอ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา บนโต๊ะไม้ตัวเก่ามีอาหารละลานตาจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือบ้านของครอบครัวทหารชั้นผู้น้อยที่เกือบจะอดตายเมื่อไม่กี่วันก่อน หมูตุ๋นซอสแดงสีสันเงางาม ไข่พะโล้ยางมะตูมส่งกลิ่นเครื่องพะโล้เตะจมูก และซุปผักกาดขาวใส่เต้าหู้ส่งควันกรุ่น เป่าเป้ยและเป่าเปรอะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แก้มป่องจนแทบแตก
ซูหยินคีบชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นละลายในปากใส่ชามให้ลู่ถิง เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง "กินเยอะๆ หน่อยนะคะ คุณดูผอมลงไปตั้งเยอะช่วงนี้"
ลู่ถิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมมองภรรยาที่วันนี้ดูมีชีวิตชีวา ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า ใบหน้าผ่องใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่เหมือนแม่บ้านห่อเหี่ยวคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาชาวบ้านอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวตรงหน้ามีความมั่นใจและเปล่งประกายราวกับไข่มุกที่เพิ่งได้รับการเจียระไน
"ขอบใจ" ลู่ถิงคีบชิ้นหมูเข้าปาก รสชาติอร่อยกลมกล่อมที่ละมุนลิ้นจนน่าเหลือเชื่อทำให้เขาต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อาหารฝีมือซูหยินในวันนี้อร่อยกว่าภัตตาคารในเมืองเสียอีก
เมื่อจัดการมื้ออาหารเสร็จสิ้นและส่งสองแฝดเข้านอนกลางวันเรียบร้อยแล้ว บรรยากาศในห้องนอนก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ซูหยินรอจนแน่ใจว่าลูกๆ หลับลึกแล้ว เธอจึงรีบย่องไปหยิบถุงผ้าใบเล็กใต้กองฟืนออกมา เท "ทรัพย์สิน" ทั้งหมดลงบนเตียงนอนไม้กระดาน
*พรวด!*
ธนบัตรหยวนหลากสีสัน ทั้งใบสีแดง สีเขียว และเศษเหรียญโลหะจำนวนมากกระจายเต็มที่นอน ซูหยินตาเป็นประกายวาววับ เธอรีบก้มลงนับเงินด้วยความกระตือรือร้น "สิบ... ยี่สิบ... ห้าสิบ... หนึ่งร้อย... สองร้อยห้าสิบหยวน!"
เสียงอุทานด้วยความดีใจหลุดออกมาจากปากอิ่ม ซูหยินยิ้มแก้มปริ ตาหยีเป็นรูปสระอิ การขายซาลาเปาและหมูสับปั้นก้อนในตลาดมืดเพียงไม่กี่วัน กลับทำเงินได้มากถึงสองร้อยห้าสิบหยวน! ในยุคที่ค่าแรงคนงานในโรงงานได้เดือนละไม่ถึงสามสิบหยวน เงินจำนวนนี้เท่ากับรายได้เกือบทั้งปีเลยทีเดียว!
"รวยแล้ว! แบบนี้ฉันรวยแน่ๆ มิติลับของฉันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!" ซูหยินพึมพำกับตัวเองอย่างลิงโลด เธอนับเงินกองนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเพลิดเพลิน ราวกับเด็กน้อยที่ได้ขนมชิ้นโปรด
ทันใดนั้น มือหนาคู่หนึ่งก็เอื้อมมาวางทับลงบนกองธนบัตรตรงหน้า พร้อมกับเงาใหญ่ที่ทาบทับลงมา ซูหยินสะดุ้งเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับลู่ถิงที่นั่งมองเธออยู่เงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"เงินนี่..." ลู่ถิงกวาดสายตามองธนบัตรจำนวนมากบนเตียง น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ออก "เธอได้มาจากไหนมากมายขนาดนี้ ซูหยิน?"
ซูหยินชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า สมองหมุนจี๋เพื่อหาข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผลที่สุดในการอธิบายที่มาของเงินก้อนโตนี้โดยไม่ต้องหลุดเรื่อง "มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต" ออกไป ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากอธิบายนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นเคยที่แผดแปร๋ทะลุผนังเข้ามาจนซูหยินหน้าถอดสี
"นังสะใภ้ตัวดี! หลินซูหยิน! แกเปิดประตูให้อีแม่สามีคนนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าแกแอบไปซ่อนเงินไว้ที่ไหน คายออกมาเดี๋ยวนี้รึว่าแกอยากให้ฉันพังประตูเข้าไปฉีกหน้าแกกลางหมู่บ้าน!"
เสียงตบประตูโครมครามพร้อมกับเสียงโวยวายของแม่สามีจอมเคี่ยวและป้าสะใภ้ตัวแสบดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของสามีภรรยาอย่างไม่ให้ตั้งตัว!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 12
กระเป๋าเงินตุงและหัวใจที่พองโต
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!