คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 17

ข่าวลือเรื่องแม่หม้ายเนื้อหอม

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ใครใช้ให้พวกท่านมาด้ๆ มองๆ แถวรั้วบ้านของฉันคะ? อยากชิมลูกซัดหรืออยากให้ฉันเอาไม้กวาดไล่ตีหัวทีละคนกันแน่!" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นผ่ากลางความเงียบยามบ่ายของหมู่บ้านหง H-12 บรรดาแม่บ้านและหญิงสาวที่กำลังจับกลุ่มนินทาริมรั้วบ้านตระกูลลู่ต่างสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หลินซูหยินก้าวเท้าออกมาจากประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งความมั่งคั่งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตากลมโตกลับเปล่งประกายความเยียบเย็นจนผู้คนที่ยืนสุมหัวกันอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก วันนี้ซูหยินไม่ได้สวมชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ ปะชุนเหมือนเมื่อก่อน บนร่างระหงสวมเสื้อกันหนาวไหมพรมเนื้อดีสีแดงเลือดหมูที่เธอแอบเอาออกมาจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต ผิวพรรณที่เคยแห้งกร้านตามประสาคนทำไร่ทำนาบัดนี้กลับเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ยิ่งแก้มเนียนใสและริมฝีปากอิ่มเอิบสีระเรื่อตามธรรมชาติ ยิ่งขับให้หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ผู้นี้โดดเด่นจนสะดุดตาใครก็ตามที่เดินผ่านไปมา "พูดจาอะไรแบบนั้นล่ะซูหยิน พวกเรา... พวกเราก็แค่อิจฉา เอ๊ย! เป็นห่วงต่างหาก เห็นช่วงนี้เธอเนื้อหอมเสียเหลือเกิน มีทั้งคนส่งของมาส่งให้อยู่เรื่อยแถมยังมีเงินซื้อแป้งสาลีขาวมาทำหมั่นโถวทุกวัน จนกลิ่นลอยไปสามบ้านแปดบ้าน..." ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจู หัวหน้าแก๊งนินทาประจำหมู่บ้านหัวเราะกลบเกลื่อน พยายามซ่อนสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและอยากรู้อยากเห็น "เนื้อหอมเหรอคะ? ป้าพูดเหมือนฉันเป็นสินค้าในตลาดสดอย่างนั้นแหละ ระวังเถอะค่ะ ปากที่เอาแต่เที่ยวยุแยงตะแคงรั่ว ระวังจะไม่มีข้าวกรอกหม้อเพราะมัวแต่เอาเวลามาส่องบ้านคนอื่น" ซูหยินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากทำให้บรรดาป้าๆ ถึงกับหน้าชาไปตามๆ กัน ข่าวลือเรื่องที่อดีตสะใภ้ตัวร้ายกลายเป็นเศรษฐีนีเงียบๆ กำลังแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านราวกับไฟลามทุ่ง ตั้งแต่วันที่ซูหยินแอบเอาไข่ไก่และแป้งสาลีคุณภาพดีไปแลกเปลี่ยนสินค้าในเมืองโดยไม่มีใครจับได้ ชีวิตความเป็นอยู่ของสองแฝดเป่าเปาและเป่าเป้ยก็ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทุกเช้าจะมีกลิ่นหอมกรุ่นของนมถั่วเหลืองคั้นสดและแป้งทอดกรอบโชยออกมาจากห้องครัวตระกูลลู่ จนเด็กๆ ในหมู่บ้านต่างพากันกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ เมื่อเดินผ่าน ไม่เพียงแต่เรื่องกินอยู่เท่านั้น แต่ความงามที่เพิ่มขึ้นผิดหูผิดตาของซูหยินยังทำให้บรรดาหนุ่มโสดและพ่อหม้ายลูกติดในหมู่บ้านเริ่มแอบเหลียวหลังมองยามที่เธอเดินไปตักน้ำที่บ่อกลางหมู่บ้าน บางคนถึงกับกล้าหาญเอาฟืนแห้งมาวางกองไว้ที่หน้าประตูรั้วให้เงียบๆ โดยไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนาม "แม่จ๋า เป่าเป้ยอยากกินไก่ตุ๋นยาจีนที่หอมๆ เหมือนเมื่อวานอีกค่ะ" เสียงเล็กๆ ของเป่าเป้ยดังขึ้นพร้อมกับร่างกลมป้อมในชุดกันหนาวไหมพรมสีชมพูวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาซบที่ชายเสื้อของมารดา เจ้าตัวน้อยช้อนตาขึ้นมองด้วยความออดอ้อน ขณะที่เป่าเปาก수พี่ชายฝาแฝดเดินตามมาติดๆ ในมือถือลูกอมรสนมกระต่ายขาวที่แม่เพิ่งแกะให้กิน "ได้สิคะคนดี วันนี้แม่จะทำไก่ตุ๋นเห็ดหอมใส่เก๋ากี้ให้ลูกกินให้อิ่มพุงกางเลย" ซูหยินย่อตัวลงลูบผมนุ่มนิ่มของลูกแฝดด้วยความรักใคร่ แววตาที่มองเด็กทั้งสองเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยน ต่างจากเมื่อครู่ที่เธอใช้รับมือกับพวกปากหอยปากปูอย่างสิ้นเชิง ภาพความสุขและความร่ำรวยเงียบๆ ของครอบครัวนี้อยู่ในสายตาของใครบางคนตลอดเวลา ลู่ถิงที่เพิ่งเดินกลับจากการลาดตระเวนและตรวจงานในกองร้อย ยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มและหมวกแก๊ปขยับเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขามองภรรยาตัวน้อยที่กำลังยิ้มหัวเราะกับลูกๆ หัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มกระตุกวาบอย่างรุนแรง ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขามีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวตามหน้าที่ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าภรรยาที่เคยหวาดกลัวเขาและเอาแต่วุ่นวายเรื่องในบ้าน จะเติบโตเป็นหญิงสาวที่ฉลาดเฉลียว เด็ดเดี่ยว และงดงามจนละสายตาไม่ได้เช่นนี้ ยิ่งได้ยินเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่พูดกันว่ามีหนุ่มๆ ในหมู่บ้านเริ่มแอบหมายปองภรรยาของตน ลู่ถิงก็ขมวดคิ้วมุ่น สันกรามคมสันขบเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ *'เมียของลู่ถิงคนนี้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว'* ซูหยินหันไปสบตากับร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ริมรั้วพอดี รอยยิ้มหวานจับใจที่เธอมักจะมีให้ลูกเสมอพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มซุกซน นางเอกสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะแสร้งทำเป็นเมินเฉย แล้วหันไปจูงมือลูกแฝดเดินเข้าบ้าน ปล่อยให้สามีหนุ่มยืนใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่คนเดียวท่ามกลางลมหนาว ภายในห้องครัวที่อบอุ่น ซูหยินจัดการจุดเตาถ่าน กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนและเนื้อไก่บ้านตัวอ้วนที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติลับเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เธอตั้งหม้อดินเผาใบน้อยเคี่ยวซุปด้วยไฟอ่อนๆ เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยทะลุผ่านหน้าต่างออกไปนอกบ้าน สร้างความทรมานให้แก่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนลูกรังหน้าบ้านยิ่งนัก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงยามเย็น บรรยากาศในหมู่บ้านเริ่มสงบลง แต่ทว่าความวุ่นวายใหม่กำลังก่อตัวขึ้นที่หน้าประตูกั๋วว์ *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูรั้วดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของแม่สามีจอมเคี่ยวที่ไม่ได้มาเยือนเสียหลายวัน นางถือตะกร้าผักเก่าๆ ในมือ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ฉุนเฉียว "หลินซูหยินนังตัวดี! แกเปิดประตูให้อีแก่คนนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ! ได้ข่าวว่าแกแอบซ่อนของดีไว้กินกันตามลำพัง แถมยังมีผู้ชายเอาของมาส่งถึงบ้านรึ! แกคิดจะหย่ากับลูกชายฉันแล้วไปเกาะผู้ชายอื่นรึไง ถึงได้กล้าทำตัวเป็นเศรษฐีอยู่คนเดียวแบบนี้!" ซูหยินชะงักมือที่กำลังคนซุปในหม้อ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความขบขัน เธอหันไปสบตากับลูกแฝดที่ทำตาแป๋วใส่ ก่อนจะเดินนวดแป้งในมือเบาๆ แล้วก้าวเท้าช้าๆ ไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีเยือกเย็น ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปปลดกลอนประตู ร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงที่ยืนดักรออยู่ก่อนแล้วก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ เขาดึงตัวเธอเข้าหาอ้อมอกกว้างอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศและไอความอบอุ่นจากร่างหนาทำเอาซูหยินหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ลู่ถิงไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปกระชากเปิดประตูรั้วออกอย่างแรง จนแม่สามีที่กำลังเงื้อมมือจะเคาะซ้ำถึงกับเซถลินเกือบล้มคะมำไปข้างหน้า และสิ่งที่ปรากฏอยู่หลังประตูกลับไม่ใช่แค่แม่สามีจอมเคี่ยวคนเดียว แต่ยังมีร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิท ยืนถือห่อกระดาษไขปริศนาส่งยิ้มพดพึงให้ซูหยิน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกลมหายใจในบริเวณนั้นหยุดชะงัก... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความแซ่บของซูหยินด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%