"ถ้าคุณแม่ยังไม่เลิกทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดครอบครัวเรา เกรงว่าหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์คงต้องไปนอนอยู่บนโต๊ะนายอำเภอภายในวันนี้ล่ะค่ะ!"
ซูหยินไม่ได้ลดเสียงลงเลยแม้แต่น้อย ประโยคก้องกังวานนี้ถูกพ่นออกใส่หน้าแม่สามีจอมเคี่ยวที่กำลังอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้า ร่างท้วมของหญิงสูงวัยสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อที่สะใภ้รองผู้เคยอ่อนแอและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมคนเดิม กล้าลุกขึ้นมาประกาศกร้าวกลางวงล้อมชาวบ้านเช่นนี้
ส่วนชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายแม่สามี กลับไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก นัยน์ตาคมกริบใต้ปีกหมวกปานเสือดาวซุ่มมองเหยื่อ บ่งบอกว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นสักขีพยานความขัดแย้งในครอบครัว แต่มีจุดประสงค์บางอย่างที่น่าสนใจกว่านั้นมาก
"สะใภ้รอง... แก! นังสารเลว กล้าดีอย่างไรมาพูดจาถيسๆ กับฉัน!" แม่สามีหวีดร้องเสียงแหลม พร้อมกับทำท่าจะพุ่งเข้ามาข่วนหน้าซูหยินให้สะใจ
แต่ทว่า... ร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาจากไร่ กลับขยับตัวบังภรรยาและลูกแฝดไว้ด้วยความรวดเร็วราวดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์ ไหล่กว้างดั่งภูผานั้นแผ่รังสีความกดดันอันน่าเกรงขามออกมาจนแม่สามีต้องชะงักฝีเท้า ถอยหลังกรูดไปสามก้าว ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมารดาตนเองด้วยความผิดหวังและเย็นชาถึงขั้วหัวใจ
"ถ้าแม่ยังไม่อยากกลับบ้านมือเปล่าแถมหน้าแตกกลับไป ก็เชิญทางนี้เถอะครับ" ลู่ถิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าเถียง
ชายหนุ่มในชุดโค้ทสีดำหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างมีมารยาท "ขออภัยที่เสียมารยาทครับ ผมชื่อ 'โจวอี้เฉิน' เป็นผู้จัดการจัดซื้อของภัตตาคารหรูประจำมณฑล และห่อกระดาษไขในมือนี้... คือเหตุผลที่ผมดั้นด้นมาเคาะประตูบ้านหลังนี้ในยามวิกาล"
ซูหยินหรี่ตามองห่อกระดาษไขในมือของโจวอี้เฉินอย่างพิจารณา รอยยิ้มมุมปากของเธอกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อสมองของอดีตนักโภชนาการมือหนึ่งประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว
นี่คือโอกาสทอง... โอกาสในการก้าวออกจากตลาดมืดสู่ตลาดบนอย่างเต็มตัว!
สามวันก่อน ซูหยินแอบเอาแยมสตรอว์เบอร์รีสูตรเข้มข้นที่ทำจากมิติลับ และเค้กไข่ไต้หวันเนื้อนุ่มฟูละลายในปาก ไปฝากขายผ่านพ่อค้าคนกลางในตลาดมืดอย่างระมัดระวัง ใครจะคาดคิดว่าสินค้าล็อตทดลองเพียงสิชิ้นนั้น จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ดึงดูดกระเป๋าหนักระดับวีไอพีให้ตามรอยมาถึงหน้าประตูบ้านในชนบทห่างไกลเช่นนี้
"เชิญด้านในก่อนสิคะ คุณโจว" ซูหยินผายมือเชิญด้วยท่าทีสง่างาม ไร้ความประหม่าใดๆ แม้สภาพบ้านจะเก่าคร่ำคร่าตามยุคสมัย แต่ท่าทางของเธอกลับดูราวกับคุณหญิงตระกูลดังที่กำลังต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
แม่สามีที่ถูกเมินโดยสมบูรณ์หน้าดำคร่ำเครียด นางอยากจะโวยวายต่อแต่เมื่อปะทะกับสายตาดุจพญายมของบุตรชายและท่าทีเย่อหยิ่งของแขกผู้มีเกียรติ นางจึงทำได้เพียงสะบัดก้นเดินฮึดฮัดจากไปพร้อมความแค้นฝังหุ่น
ภายในห้องรับแขกที่ถูกจัดระเบียบอย่างสะอาดสะอ้าน เป่าเปาและเป่าเป้ยนั่งเรียบร้อยอยู่บนม้าตัวเล็ก โดยมีซาลาเปาไส้ทะลักคนละลูกอยู่ในมือ ทั้งสองส่งยิ้มตาหยีต้อนรับแขกแปลกหน้าอย่างไร้เดียงสา จนโจวอี้เฉินต้องหลุดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู
"เด็กๆ น่ารักมากครับ คุณลู่ คุณซูหยินช่างมีครอบครัวที่อบอุ่นเสียจริง" โจวอี้เฉินกล่าวชมอย่างจริงใจ ก่อนจะวางห่อกระดาษไขลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ และบรรจงแกะมันออกอย่างทะนุถนอม
*ฟุ้งงง...*
ทันทีที่กระดาษไขถูกเปิดออก กลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลาผสมผสานกับกลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รีก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทันที เนื้อเค้กสีเหลืองนวลเนียนละเอียดไร้ฟองอากาศ และกระปุกแยมแก้วใสที่บรรจุเนื้อแยมสีแดงฉ่ำวาว สะท้อนกับแสงตะเกียงจนดูคล้ายอัญมณีล้ำค่า โจวอี้เฉินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เขาจะตระเวนชิมของหวานระดับภัตตาคารมาทั่วประเทศ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เพียงแค่มองก็ทำให้รู้สึกอยากลิ้มลองเท่านี้มาก่อน
"นี่คือ... ขนมที่ลูกค้ากระเป๋าหนักกลุ่มนั้นแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบนาทีใช่ไหมครับ?" โจวอี้เฉินเงยหน้าขึ้นสบตาซูหยิน แววตาเต็มไปด้วยความทึ่ง
"ถูกต้องค่ะ" ซูหยินตอบรับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เธอรินน้ำชาอุ่นๆ ใส่ถ้วยยื่นให้แขก "และฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขายแค่ชิ้นสองชิ้นหรอกนะคะคุณโจว สิ่งที่คุณเห็นบนโต๊ะนี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวของ 'สินค้าล็อตใหญ่' ที่ฉันกำลังจะผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดเมืองหลวงต่างหากค่ะ"
ลู่ถิงที่นั่งเงียบอยู่ข้างกายภรรยา ขยับเข้ามาโอบไหล่บางไว้เบาๆ เป็นการสนับสนุนอย่างไร้เงื่อนไข ฝ่ามือใหญ่หนานั้นให้ความอบอุ่นและมั่นคง จนซูหยินรู้สึกได้ถึงพลังใจที่เอ่อล้น
"ถ้าคุณสามารถผลิตสินค้าคุณภาพแบบนี้ในปริมาณมากได้..." โจวอี้เฉินโน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าจริงจังขึ้นหลายส่วน "ทางภัตตาคารของเราพร้อมเซ็นสัญญาผูกขาด และให้ราคาสูงกว่าท้องตลาดถึงสามเท่าตัว! ว่าแต่... คุณซูหยินต้องการเงื่อนไขอะไรแลกเปลี่ยน?"
ซูหยินแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาส่องประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างน่ามอง เธอกำลังจะเปิดฉากเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนฐานะครอบครัวนี้ไปตลอดกาล แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบขัดจังหวะการเจรจา ตามมาด้วยเสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนบ้านผู้หวังดีที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในลานบ้าน
"ซูหยิน! แย่แล้ว! คนจากสหกรณ์การเกษตรและเจ้าหน้าที่อำเภอพากันมาที่หน้าหมู่บ้านแล้ว! พวกเขาบอกว่าได้รับเรื่องร้องเรียนว่าบ้านเธอแอบลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมาย และกำลังจะมาตรวจค้น!"
บรรยากาศภายในห้องแข็งค้างลงในทันที โจวอี้เฉินขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่ลู่ถิงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนน่ากลัว
ซูหยินสูดหายใจเข้าลึก รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้จางหายไป กลับกลายเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนความดุดันของนักสู้ผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร
ดูท่าว่า... ญาติจอมสูบเลือดพวกนั้นคงจะทนเห็นเธอมีความสุขไม่ได้ ถึงได้ไปลากหางเสือเข้าบ้านตัวเองเสียแล้ว!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความร่ำรวยของซูหยินนะคะ
คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 18
สินค้าล็อตใหญ่และการขยายตลาด
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!