คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 23

การกลับมาของสามีหนุ่มผู้เคร่งขรึม

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าพวกท่านยังกล้ามาเหยียบหน้าประตูบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงกรีดร้องโวยวายของแม่สามีจอมเคี่ยวที่กำลังถูกขับไล่ออกจากบ้านใหญ่ด้วยความอับอายขายหน้า สายตาชาวบ้านนับสิบชีวิตที่มุงดูเหตุการณ์ต่างซุบซิบกันระงม ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า หลินซูหยิน อดีตสะใภ้ขี้ขลาดตาขาวที่เคยยอมก้มหัวให้บ้านลู่มาตลอด จะกลerฟาดฟันและประกาศอิสรภาพได้อย่างเด็ดขาดถึงเพียงนี้ แถมยังหอบลูกแฝดและข้าวของย้ายสำมะโนครัวหนีไปซุกตัวอยู่กระท่อมปลายนาเก่าๆ ทิ้งให้บ้านใหญ่กลายเป็นเมืองร้างไร้คนดูแลไปโดยปริยาย นั่นคือภาพเหตุการณ์ที่ลู่ถิงได้รับรู้ทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในเขตหมู่บ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม รอยยับย่นจากการเดินทางไกลแรมสัปดาห์ไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามและสง่างามของเขาลงเลย ใบหน้าคมสันดุดัน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาดมองไปยังบ้านเรือนคุ้นเคย แต่สิ่งที่ทำให้ฝีเท้าของนายทหารหนุ่มชะงักงัน คือความเงียบงันผิดปกติของบ้านใหญ่ มารดาของเขานั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนแครไม้ไผ่หน้าบ้าน ขณะที่สะใภ้รองและน้องสาวต่างพากันบ่นกระปอดกระแปดเรื่องไม่มีข้าวกิน "พี่ใหญ่! ท่านกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย!" น้องสาวของลู่ถิงโพล่งขึ้นเมื่อเห็นพี่ชายเดินเข้ามา นางรีบวิ่งเข้าไปหาหมายจะฟ้องเรื่องความร้ายกาจของหลินซูหยิน "พี่สะใภ้... นางเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้แล้วค่ะ! นางกล้าตบหน้าแม่ กล้าขนเสบียงทั้งหมดหนีไปอยู่กระท่อมปลายนา ปล่อยให้พวกเราอดอยากปากแห้ง ท่านต้องไปจัดการนางให้นะคะ!" ลู่ถิงขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมคายไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่ดวงตากลับพาดผ่านประกายความฉงนสนเท่ห์ ภาพจำของหลินซูหยินในอดีตคือหญิงสาวผู้เอาแต่ใจ หงุดหงิดง่าย และมักจะร้องไห้งอแงใส่เขาเสมอเวลาที่ต้องปล่อยให้อยู่บ้านตามลำพัง แต่นี่... ถึงขนาดกล้าแตกหักกับบ้านใหญ่และย้ายไปอยู่กระท่อมปลายนาที่ทั้งผุพังและห่างไกลผู้คนเนี่ยนะ? เด็กแฝดสองคนของเขาเล่า... พวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง? โดยไม่เอ่ยคำพูดไร้สาระใดๆ ออกมาสักคำ ลู่ถิงเพียงแค่โยقย้ายสัมภาระลงบนพื้น พยักหน้ารับคำฟ้องร้องของมารดาด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ก่อนจะหมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของกระท่อมปลายนาทันที ท่ามกลางเสียงร้องทักท้วงไล่หลังของคนในบ้านใหญ่ที่หวังจะให้เขาไป "สั่งสอน" ภรรยาตัวแสบให้เข็ดหลาบ ระยะทางจากหมู่บ้านไปยังกระท่อมปลายนาไม่ได้ใกล้เลยสักนิด สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาสีทองอร่ามและสายลมเย็นยะเยือกของฤดูใบไม้ร่วง ยิ่งเดินเข้าใกล้เขตกระท่อมปลายนามากเท่าไหร่ กลิ่นหอมกรุ่นแปลกประหลาดบางอย่างก็ลอยมาแตะจมูก ลู่ถิงชะงักฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่กลิ่นควันไฟจากการหุงข้าวต้มปลาทื่อๆ แบบที่ชาวบ้านทั่วไปทำกัน แต่มันคือกลิ่นหอมหวานละมุนของเครื่องเทศชั้นดี ผสมผสานกับกลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อตุ๋นซีอิ๊วที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ชวนให้ต่อมน้ำลายในช่องปากทำงานอย่างฉับพลัน สำหรับนายทหารที่ต้องกินอาหารสนามแห้งๆ มาแรมเดือน กลิ่นนี้ช่างยั่วยวนจนแทบจะสะกดวิญญาณ ภาพตรงหน้าเมื่อลู่ถิงเดินมาถึงรั้วไม้ไผ่เตี้ยๆ ของกระท่อมปลายนา ทำให้ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กระท่อมเก่าๆ ที่เคยหลังคารั่วและรกเรื้อ บัดนี้กลับถูกปรับปรุงใหม่จนสะอาดสะอ้าน พื้นที่รอบบ้านถูกถางจนโล่งเตียน มีแปลงผักสวนครัวเขียวขจีแปลกตาปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบ และที่กลางลานบ้าน... ร่างระหงของสตรีในชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารบนเตาไฟชั่วคราว เส้นผมนุ่มสลวยถูกมجوรวบไว้หลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและเสี้ยวหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ "คุณแม่คะ! เนื้อตุ๋นในหม้อนี้หอมมากๆ เลย เป่าเป้ยอยากกินแล้วค่ะ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวกลมดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเป่าเป้ยที่วิ่งดุ๊กๆ เข้าไปเกาะชายเสื้อของมารดา "ใจเย็นๆ คนเก่ง เดี๋ยวอีกสักครู่ก็จะได้กินแล้วค่ะ วันนี้แม่ทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' สูตรพิเศษ รับรองว่าละลายในปากเลยทีเดียว" เสียงหวานนุ่มนวลที่ตอบกลับมาเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่ลู่ถิงไม่เคยได้ยินจากภรรยาคนนี้มานานแสนนาน ข้างกายกันนั้น เป่าเปาแฝดพี่กำลังนั่งยองๆ ช่วยมารดาส่งฟืนเข้าเตาอย่างขยันขันแข็ง ทั้งเนื้อตัวสะอาดสะอ้านและมีน้ำมีนวลขึ้นมาก ไม่ใช่เด็กผอมแห้งแรงน้อยเนื้อตัวมอมแมมเหมือนตอนที่เขาเพิ่งลาจากไปเมื่อหลายเดือนก่อน ลู่ถิงยืนนิ่งอยู่หลังรั้วไม้ไผ่ ทอดสายตามองภาพครอบครัวที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวานั้นเงียบๆ หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างตามวิถีชีวิตค่ายทหาร กลับรู้สึกเหมือนมีกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาจนเต็มปรี่ ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปจริงๆ นางไม่ได้เป็นแค่วิณญาณร้ายที่สร้างความปั่นป่วน แต่บัดนี้... นางคือศูนย์กลางความอบอุ่นของบ้านหลังน้อยนี้อย่างแท้จริง ทว่า ในวินาทีที่ลู่ถิงกำลังจะก้าวเท้าผลักประตูรั้วเข้าไปเพื่อแสดงตัวนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวoเราะเยาะเย้ยของกลุ่มชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินริมคันนา "ฮ่าๆๆ! นึกไม่ถึงเลยว่าแม่สะใภ้ตัวแสบที่กล้าประกาศกร้าวไล่บ้านใหญ่ จะมาหลบซ่อนกินอาหารหอมๆ อยู่ที่นี่คนเดียวกับลูกแฝด โดยไม่มีผู้ชายคอยคุ้ม ะ... แบบนี้คงเหงาแย่เลยสินะแม่นางหลิน!" เป่าเปาและเป่าเป้ยสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของมารดา หลินซูหยินวางทัพพีในมือลงช้าๆ ใบหน้างามฉายแววเย็นชาและรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก นางค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับกลุ่มอันธพาลท้องถิ่นที่เดินเข้ามาล้อมรั้วบ้านด้วยสายตากระหายหิว ทั้งอาหารบนเตาและตัวของนางเอง "พวกแกตาบอดหรือไง ถึงได้กล้ามาเหยียบเขตบ้านของฉัน?" หลินซูหยินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนกลุ่มอันธพาลชะงักไปชั่วขณะ ลู่ถิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตและไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่อย่างฉับพลัน มือหนาเอื้อมไปจับด้ามปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ทว่า ก่อนที่นายทหารหนุ่มจะได้ก้าวเข้าไปจัดการเศษสวะพวกนั้น หลินซูหยินกลับหยิบกระบวยเหล็กตักน้ำแกงร้อนๆ จากเตาขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่ส่งไปให้กลุ่มอันธพาล จนคนมองถึงกับขนลุกซู่ "อยากกินหมูตุ๋นน้ำแดงฝีมือฉันนักใช่ไหม? งั้นฉันจะสงเคราะห์ให้พวกแกได้ลิ้มรสชาติ 'นรกบนดิน' แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตนี้เอง!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้หลินซูหยินเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%