คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 21

จดหมายจากแนวหน้าและเงินส่งกลับบ้าน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
แผ่นกระดาษจดหมายสีเหลืองนวลที่ถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงบ้านตระกูลลู่ “แม่คะ... มาดึกดื่นแบบนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่า... กำลังมองหา ‘หลักฐาน’ อะไรบางอย่างที่แม่จะไม่มีวันหาเจอน่ะคะ?” หลินซูหยินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์สีหน้าซีดเผือดสลับกับความโลภที่ฉายชัดในแววตาของแม่สามีจอมเคี่ยว หญิงชราอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ เมื่อถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา มือเหี่ยวย่นที่กำลังควานหาซองจดหมายในลิ้นชักจึงสะดุดกึก ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและอับอาย “สะใภ้รอง! แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจากับฉันแบบนี้!” แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงพยายามกลบเกลื่อนความผิด “ฉันเป็นแม่สามีนะ! จดหมายและเงินจากลูกชายฉันส่งมาถึงบ้านหลังนี้ ก็ต้องผ่านมือฉันผู้เป็นแม่สิ! แกมันก็แค่คนนอกที่แต่งเข้ามา กินข้าวต้มฟรีๆ ในบ้านหลังนี้ ทำไมจะต้องเก็บเงินเดือนของลู่ถิงไว้คนเดียวด้วย!” ซูหยินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ หญิงสาวกอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาเยียบเย็น อดีตนักโภชนาการมือหนึ่งอย่างเธอมิต้องการเกรงกลัวอำนาจมืดในยุคสมัยนี้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นท่าทีเอาเปรียบอย่างไร้จิตสำนึก เธอกยิ่งนึกสมเพช “คนนอกหรือคะ? ฉันคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นแม่ของลูกแฝดสายเลือดตระกูลลู่ค่ะ ส่วนเงินนี่... เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของลู่ถิงที่แลกมาด้วยความเสี่ยงภัยที่แนวหน้า ไม่ใช่เงินบุญบารมีที่แม่จะหยิบฉวยไปปรเปรอให้ลูกชายคนโปรดกับสะใภ้ใหญ่เอาไปผลาญเล่นตามอำเภอใจนะคะ!” น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลังทำเอาแม่สามีสะดุ้งเฮือก ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ภายในซองจดหมายที่ซูหยินถือไว้ในมือ แนบธนบัตรปึกหนาพร้อมตั๋วแลกเงินส่งกลับบ้านจากกองทัพ เงินจำนวนนี้ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายรายเดือนธรรมดา แต่เป็นเงินเดือนก้อนโตที่ลู่ถิงตั้งใจส่งมาให้ภรรยาและลูกได้กินดีอยู่ดี ทว่ากลับถูกคนบ้านใหญ่ส่งคนมาแอบอ้างสิทธิ์ที่ไปรษณีย์ประจำคอมมูนเสียก่อน ดีที่เธอมิวายไหวพริบดี ตามสืบจนรู้ทันแผนการชั่วร้ายนี้เสียก่อน “ส่ง... ส่งจดหมายและเงินนั่นมาให้ฉัน!” แม่สามีเปลี่ยนแผนใช้วิธีพุ่งเข้ามาแย่งชิงหวังจะคว้าซองเงินในมือลูกสะใภ้ แต่มีหรือที่หลินซูหยินจะยอมให้เป็นเช่นนั้น? ร่างเพรียวบางก้าวถอยหลบอย่างคล่องแคล่ว อาศัยจังหวะที่หญิงชราเสียหลักพุ่งชนโต๊ะไม้เซถลา ปิดท้ายด้วยการตวัดสายตาคมกริบส่งสัญญาณเตือน “ถ้าแม่ยังกล้าแตะต้องทรัพย์สินของสามีฉันแม้แต่นายเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะว่า... เรื่องที่ลูกชายคนโปรดของแม่แอบเอาเงินกองกลางไปเล่นการพนันใต้ดินเมื่อเดือนก่อน จะหลุดไปถึงหูพ่อตาหรือผู้ใหญ่บ้านเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ!” คำขู่ที่ตรงจุดตายทำให้แม่สามีชะงักงัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับม่วง หล่อนอ้าปากค้าง ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัวผสมปนเปกัน “แก... แกมันนางปีศาจสะใภ้รอง!” หญิงชราเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคืองสุดซึ้ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างพ่ายแพ้ ซูหยินทอดถอนหายใจยาวเหยียด รอยยิ้มเยาะหยันจางหายไปจากใบหน้า ดวงตากลมโตทอดมองไปยังแผ่นกระดาษจดหมายในมืออีกครั้ง ลายมือหนักแน่นและสะอาดสะอ้านของลู่ถิงปรากฏแก่สายตา *‘ซูหยิน... น้องและลูกสบายดีไหมพี่เป็นห่วงมาก ปีนี้ที่ค่ายทหารมีภารกิจหนาแน่น พี่อาจจะยังไม่ได้กลับบ้านตามกำหนด แต่วันหยุดยาวฤดูหนาวปีนี้พี่จะกลับไปหาอย่างแน่นอน พี่ส่งเงินมาให้ส่วนหนึ่ง น้องเก็บไว้ซื้อหาของกินบำรุงร่างกายให้เป่าเปาและเป่าเป้ยด้วยนะ... สามีของน้อง ลู่ถิง’* ข้อความสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยจากชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าสามี ทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อสู้ดิ้นรนในยุค 80 อ่อนยวบลงอย่างประหลาด ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอก ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บยามค่ำคืน ภายในห้องนอนเล็ก เป่าเปาและเป่าเป้ยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงเตาอุ่น แก้มกลมยุ้ยขยับเบาๆ ตามจังหวะการหายใจ บนโต๊ะข้างเตียงมีถ้วยน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมตังกุยที่ซูหยินแอบดึงออกมาจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนผสมผสานกับความหวานเคี่ยวเค็มกำลังดีลอยอบอวลไปทั่วห้อง ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันให้มลายหายสิ้น ซูหยินเดินไปลูบศีรษะลูกแฝดด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม เงินก้อนโตที่เพิ่งทวงคืนมาได้นี้ จะต้องถูกนำมาต่อยอดแผนการที่เธอวางไว้ เธอไม่ได้ต้องการแค่รวยเงียบๆ คนเดียว แต่เธอยังต้องการสร้างฐานะที่มั่นคงพอจะทำให้ครอบครัวเล็กๆ ของเธอยืนหยัดได้อย่างสง่างาม โดยไม่ต้องก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกต่อไป รุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมของแป้งทอดกรอบเคลือบน้ำตาลอ้อยและโจ๊กข้าวฟ่างร้อนๆ ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านหลังเล็กของบ้านรอง เสียงหัวเราะคิกคักของสองพี่น้องฝาแฝดที่กำลังแย่งกันกินซาลาเปาไส้หมูสับลูกโตในมือ ปลุกให้บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา “คุณแม่คะ... เป่าเป้ยอยากกินไข่ตุ๋นเนื้อเนียนๆ อีกจังเลยค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยปากอ้อนพลานเอาแก้าแนบชิดแขนแม่ “ได้สิคะ วันนี้แม่จะทำไข่ตุ๋นเนื้อเนียนโรยต้นหอมซอยราดน้ำมันงาหอมๆ ให้ลูกสาวคนเก่งกินให้อิ่มพุงกางเลยค่ะ” ซูหยินยิ้มรับด้วยความเอ็นดู ขณะที่สองแม่ลูกกำลังเพลิดเพลินกับมื้อเช้าอันแสนอบอุ่น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นด้วยความร้อนรนขัดจังหวะ ซูหยินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางวางตะเกียบลงในมือช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีสงبนิ่ง เบื้องหน้าประตูรั้วไม้เก่าแก่ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นบุรุษไปรษณีย์ประจำคอมมูนที่หอบห่อพัสดุขนาดใหญ่พร้อมใบแจ้งรับสินค้าสีแดงสดในมือ ใบหน้าของเขามีเหงื่อกาฬไหลซึมด้วยความเหนื่อยหอบ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ด้านหลังของบุรุษไปรษณีย์มีร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นตา กลิ่นอายความแข็งแกร่งและดุดันแบบฉบับชายชาติทหารยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามเช้า ดวงตาคมกราบของนายทหารหนุ่มกวาดมองเข้ามาในบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของภรรยาสดใสที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงธรณีประตู “ซูหยิน... พี่กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งบริเวณ ...และก่อนที่ซูหยินจะได้เอ่ยคำใดออกมา สายตากลับเหลือบไปเห็น ‘ห่อพัสดุปริศนา’ ในมือบุรุษไปรษณีย์ ที่จ่าหน้าผู้ส่งมาจากเมืองหลวง... ซึ่งระบุชื่อผู้รับลับเฉพาะที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในยุค 80 ไปกับหลินซูหยินและครอบครัวอันอบอุ่นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%