“อ้าว... ไหนบอกว่าไม่ได้คิดถึงผมไงครับ คุณคีย์คนปากแข็ง...”
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์ที่ลอยละลิ่วข้ามสายโทรศัพท์มาเมื่อวินาทีที่แล้ว ยังคงวนเวียนก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน เอ๊ย... ของคีย์คนนี้จนสมองแทบจะช็อตค้างไปดื้อๆ ฉันยกมือขึ้นกุมขมับทันทีที่เผลอหลุดปากสารภาพความในใจออกไปแบบไม่ทันตั้งตัว ยัยคีย์เอ้ย! ไหนว่าตั้งใจจะรักษาฟอร์มเชิดใส่ตาเด็กวิศวะนี่ให้ถึงที่สุดไง ทำไมพอเขาทำเสียงออดอعนใส่หน่อย สมองส่วนเหตุผลถึงได้พร้อมใจกันลาพักร้อนแล้วปล่อยให้ปากพูดความจริงออกไปหมดซะล่ะเนี่ย!
“ฉัน... ฉันไม่ได้พูดนะ! นายหูฝาดไปเองต่างหาก ไทป์!” ฉันแหวใส่โทรศัพท์มือถือในมือเสียงดังลั่นห้องนอน จนเจ้าแมวเปอร์เซียตัวอ้วนกลมที่นอนขดอยู่ปลายเตียงสะดุ้งตื่นแล้วส่งเสียง ‘ง프’ ขู่ฟ่อใส่ด้วยความรำคาญ
(หูฝาดเหรอคะ เมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่า ‘ก็นอนไม่หลับเพราะแก้วกาแฟบ้าบออะไรนั่นแท้ๆ... หรือเพราะเสียงนายกันแน่เล่า’ หืมมม? ประโยคหลังนี่เสียงสูงจนเกือบจะตกตึกอยู่แล้วนะคะคุณคนเก่ง) เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของไทป์ดังลอดเข้ามาอีก ยิ่งทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนแทบจะเอาหัวโขกหมอนข้างระบายความเขิน
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร... หน้ามึนเป็นที่หนึ่งแถมยังขยันทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อย!
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างใช้ความคิด ขณะทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาบนอนคว่ำหน้าซุกหมอนใบโตเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ห้ามยังไงก็ไม่ยอมหุบลงสักที บรรยากาศเงียบงันไปชั่วครู่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหายใจสม่ำเสมอของเจ้าเหมียว
ความจริงแล้ว... เราต่างรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเรามันเลยคำว่า ‘รุ่นพี่รุ่นน้อง’ หรือ ‘เพื่อนบ้านจำเป็น’ มาไกลโขแล้ว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไทป์เข้ามาปأسป่วนในชีวิตประจำวันของนายแว่นเจ้าระเบียบคนนี้จนทุกอย่างมันยุ่งเหยิงไปหมด จากที่เคยชอบความสงบและตารางชีวิตเป๊ะๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ ฉันกลับเผลอรอดูข้อความอรุณสวัสดิ์ทุกเช้า เผลอซื้อกาแฟเผื่อเขา เผลอหงุดหงิดเวลาเห็นผู้หญิงคนอื่นมาเดินใกล้ และที่แย่ที่สุดคือ... เผลอใจไปนานแล้วโดยไม่รู้ตัว
แต่เพราะความกลัวค่ะ... กลัวว่าถ้าพูดออกไปตรงๆ แล้วทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไป กลัวความไม่แน่นอน กลัวว่าสักวันเขาอาจจะเบื่อความจู้จี้ขี้บ่นของฉันแล้วเดินจากไปเหมือนคนอื่นๆ
(เงียบไปเลย... เขินเหรอคะเนี่ย) เสียงของไทป์อ่อนลงเล็กน้อย เจือความอบอุ่นละมุนละไมที่นานๆ ทีจะได้ยิน จนฉันเผลอใจเต้นแรงขึ้นมาอีกรอบ (หรือว่า... อยากให้ผมพูดอะไรที่มันชัดเจนกว่านี้หน่อยดีล่ะครับ)
“ใครเขินนายกัน เลิกหลงตัวเองสักทีได้ไหมไทป์” ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แสร้งทำเป็นดุเพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในอก “ดึกดื่นไม่หลับไม่นอน มากวนประสาทฉันอยู่ได้ พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเช้าหรือไง”
(มีสครับ... แต่คิดว่าเสียงบ่นของคุณคีย์มีประโยชน์ต่อการนอนหลับมากกว่านับแกะอีกนะ) เขาตอบกลับมาหน้าตาเฉย ตามด้วยเสียงถอนหายใจยาวเบาๆ (คือ... เอาจริงๆ นะครับคุณคีย์)
จังหวะนั้น น้ำเสียงขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความจริงจังที่เจือความลังเลเล็กน้อย ซึ่งนานๆ ครั้งเราจะได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้
(ผมอึดอัดนะ...) ไทป์พูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม (อึดอัดมากด้วยเวลาที่ต้องมานั่งกั๊กสถานะแบบนี้กับคนที่ผม... เอえ กับคนที่ผมอยากดูแลไปตลอดชีวิต)
ฉับพลัน ลมหายใจของฉันก็สะดุดกึก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในหู มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดมากมายที่เคยเตรียมไว้จะเถียงกลับ หายวับไปกับอากาศธาตุ
(ผมไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่หนุ่มอบอุ่นพูดจาหวานหูเหมือนพระเอกซีรีส์หรอกนะครับคุณคีย์...) ไทป์เว้นจังหวะไปนิด เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า (แต่ถ้าถามว่าจริงจังแค่ไหน... ผมก็แค่อยากเป็นคนเดียวที่ได้บอกฝันดีคุณก่อนนอนทุกคืน แล้วก็เป็นคนแรกที่ได้เห็นหน้าคุณเวลาตื่นนอน... แบบนี้ เรียกว่าขอเป็นแฟนได้หรือยังล่ะครับ?)
ความเงียบเข้าปกคลุมสายโทรศัพท์ทันทีหลังจากประโยคสารภาพรักที่ตรงไปตรงมาจนน่าตกใจนั้นสิ้นสุดลง ไม่มีมุกตลกโบ๊ะบ๊ะ ไม่มีเสียงกวนประสาท มีเพียงเสียงหัวใจของฉันที่เต้นรัวรากับกลองชุด และความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้นี่มันร้ายกาจชะมัด ใช้ความจริงใจเข้าจู่โจมกันแบบนี้ ใครจะไปตั้งรับไหวเล่า!
ฉันเม้มปากแน่น หัวใจพองโตจนแทบจะระเบียบวินัยในชีวิตที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า นิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยค่อยๆ เลื่อนไปบนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อพิมพ์ตอบกลับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจออกไปบ้าง
*‘นายมันบ้าที่สุดเลยไทป์... แต่ว่า... ถ้าเป็นนาย... ฉันก็ยอมให้ป่วนชีวิตไปตลอดชีวิตนั่นแหละ’*
ฉันสูดหายใจเข้าลึก, รวบรวมความกล้าครั้งสุดท้ายในชีวิต แล้วกดปุ่มส่งข้อความออกไปทันที
ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วกำลังจะกดล็อกหน้าจอเพื่อรอฟังปฏิกิริยาของอีกฝ่าย หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือกลับสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิต... และไม่ใช่ข้อความจากไทป์! แต่เป็นรูปถ่ายเซลפיีล่าสุดจากหน้าต่างห้องนอนฝั่งตรงข้าม ที่แสดงให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งกำลังยืนถือโทรศัพท์ยิ้มกว้างอยู่ตรงระเบียงห้อง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาขัดจังหวะทุกสิ่งทุกอย่าง—
*“ไม่ต้องพิมพ์ตอบหراครับ... หันมามองที่ระเบียงห้องคุณตอนนี้สิครับ... แฟนใหม่ของคุณมายืนรอรับคำตอบอยู่ตรงนี้แล้วนะ”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกับความรักป่วนๆ ของคีย์กับไทป์มาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้านะคะ!
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 30
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!