“ถ้าไม่ตอบ... ผมจะถือว่าคุณยอมให้ผมอยู่ดูแลไปตลอดชีวิตแล้วนะ”
ประโยคหน้าตายของนายไทป์เมื่อสามวันก่อน ยังคงวิ่งวนอยู่ในหัวของคีย์จนแทบจะสร้างเป็นลู่วิ่งโอลิมปิกได้อยู่แล้วค่ะ สภาพของหนุ่มแว่นเจ้าระเบียบอย่างคีย์ในตอนนี้เหรอคะ? บอกเลยว่ายับเยินไม่ต่างจากเอกสารกองโตที่โดนเครื่องทำลายเอกสารบดขยี้—หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายบินไปดูงานที่ต่างจังหวัดด่วนแบบไม่ทันตั้งตัว ทิ้งให้ห้องพักสี่เหลี่ยมนี้เงียบเหงาจนน่าใจหาย (แม้ว่าปกติคีย์จะชอบความสงบก็เถอะนะคะ)
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำเอาคีย์ที่กำลังนั่งกอดอกทำหน้ายุ่งอยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือเรียวรีบดันแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมให้เข้าที่ ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วสูงราวกับติดสปริง ใครกันนะมาเคาะห้องเอาป่านนี้? หรือจะเป็นป้าเจ้าของหอมาทวงค่าไฟ? หรือจะเป็นพวกขายตรงนรกส่งมาเกิด?
มือบางบิดลูกบิดประตูเปิดออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับอ้าปากเตรียมพ่นชุดคำบ่นยาวเหยียดใส่ผู้มาเยือน
“บอกกี่ครั้งแล้วคะว่าไม่รับบริจ...!”
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อดวงตาสภายใต้กรอบแว่นกะพริบปริบๆ มองภาพตรงหน้า
ร่างสูงโปร่งของไทป์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนดูน่ามอง เส้นผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเดินทาง แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือถุงกระดาษแบรนด์ดังและกล่องของฝากพะรุงพะรังเต็มสองมือจนแทบจะบังหน้าเขาอยู่แล้ว
“อ้าว... นึกว่าจะดีใจซะอีกที่เห็นหน้าผม กลายเป็นว่าเปิดมาก็โดนดุซะงั้น น้อยใจจังเลยครับคนสวย” ไทป์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดตลก พร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาใส่หนึ่งทีตามสไตล์คนกวนบาทา
คีย์อ้าปากพะงาบๆ หน้าตื่น ตาสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปนเปไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก—ไอ้เด็กนี่มันกลับมาเร็วกว่ากำหนดตั้งสองวัน! แล้วไหนจะรอยยิ้มกรุ่มกริ่มนั่นอีก มันชวนให้หมั่นไส้จนอยากจะหยิกเนื้อสักทีจริงๆ ค่ะ
“ใครคนสวยของคุณฟะ! แล้วใครใช้ให้โผล่มาเงียบๆ แบบนี้เล่า ตกใจหมด!” คีย์แว้ดใส่ทันทีตามสปีดความขี้โวยวายประจำตัว พยายามจะดันไหล่กว้างให้ออกจากขอบประตูเพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในหัวใจ “แล้วนี่... ไปอดอยากมาจากไหน หอบอะไรมาเยอะแยะ เกะกะทางเดินหมดแล้ว หลบไปเลยนะ!”
“โห... ใจร้ายจัง ของฝากตั้งใจซื้อมาให้แท้ๆ” ไทป์ทำหน้าหงอยลงสามวินาที (ซึ่งคีย์รู้ดีว่าเป็นมุกเสแสร้งร้อยเปอร์เซ็นต์) ก่อนที่ร่างสูงจะถือวิสาสะเบียดตัวแทรกเข้ามาในห้องของคีย์หน้าตาเฉย “ยอมรับมาเถอะครับว่าคิดถึงผมจนนอนไม่หลับ พอเห็นหน้าปุ๊บก็เลยทำตัวไม่ถูก”
“ใครคิดถึงนาย หลบไปนะ! เอาของมาวางตรงนั้นเลย ห้ามเดินเกะกะห้องฉันนะ!” คีย์ชี้นิ้วสั่งเสียงแข็ง พยายามถอยร่นหนีเมื่อไทป์ทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ จากตัวอีกฝ่ายลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวมันชวนอึดอัดชอบกล
“อะนี่ ของโปรดคุณ... ขนมร้านดังแถวนั้น ต่อคิวซื้อตั้งสามชั่วโมงแน่ะ” ไทป์ยื่นถุงขนมมาตรงหน้า ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของคนตรงอย่างพินิจพิเคราะห์ รอยยิ้มมุมปากจางลงเหลือเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “แล้วก็... อันนี้สำคัญที่สุด”
“อะไรอีก...” คีย์รับถุงขนมาถือไว้ด้วยความเก้ๆ กังๆ พยายามหลบสายตาที่พราวระยับคู่นั้น
หมรุบ!
จังหวะที่คีย์เผลอนั่นเอง ไทป์ก็ทิ้งสัมภาระในมือลงกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย แล้วก้าวเข้ามาประชิดตัวรวดเร็วจนตั้งตั้งรับไม่ทัน วงแขนแข็งแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกดศีรษะของคีย์ให้ซบลงกับลาดไหล่กว้างของตัวเองโดยไม่ทันได้เอ่ยขออนุญาตสักคำ
“เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย ปล่อยนะไอ้บ้าไทป์!” คีย์โวยวายลั่น สองมือเล็กพยายามทุบตีอกแกร่งประท้วงเป็นการใหญ่ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นโครมครามดังสนั่นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
แต่แปลก... ไทป์ไม่ได้ปล่อย แถมยังกระชับกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ร่างสูงซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของคนในอ้อมกอด สูดความหอมอ่อนๆ เข้าปอดลึกราวกับคนอดอยากมานานแรมปี น้ำเสียงทุ้มที่เอמהข้างหูกลับเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลจนน่าตกใจ
“อยู่เฉยๆ Sีกนิดเถอะครับ... ผมเหนื่อยมา3วันเต็มๆ ที่ไม่มีคุณอยู่ให้บ่น”
คำพูดตัดพ้อออดอ้อนแบบนั้น ทำให้เรียวแรงทั้งหมดที่ใช้ขัดขืนของคีย์มลายหายไปในพริบตาเดียว ปลายจมูกรั้นเผลอสูดกลิ่นกายคุ้นเคยเข้าเต็มปอด สมองที่เคยสั่งให้ผลักไสกลับสั่งการตรงกันข้าม—มือบางที่เคยทุบตีอกเขา ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว
นี่สินะ... สิ่งที่เรียกว่าความผูกพันที่ไทป์พยายามถักทอขึ้นมาทีละนิด
มันไม่ใช่ความฉาบฉวย ไม่ใช่แค่คำพูดหยอกล้อเล่นสนุกตามประสาหนุ่มวิศวะกวนประสาท แต่มันคือความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในซอกหลืบของหัวใจที่เคยปิดตาย คีย์เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ—ให้ตายเถอะ... เขากำลังจะแพ้ผู้ชายคนนี้ราบคาบอีกแล้วจริงๆ
ระหว่างที่คีย์กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับอ้อมกอดอุ่นและเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
“อ้อ จริงสิ...” ไทป์ผละตัวออกเล็กน้อย ก้มลงมองหน้าคีย์ที่ตอนนี้แก้มแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก ดวงตาคมพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ “เรื่องที่ผมถามไว้ก่อนไปต่างจังหวัด... เมื่อไหร่จะให้คำตอบล่ะครับ หรือว่า... ต้องให้ผมทวงด้วยวิธีอื่น?”
นิ้วเรียวของไทป์เอื้อมขึ้นมาหมายจะปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากให้คีย์อย่างทะนุถนอม แต่ทว่า...
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูอย่างไม่รู้กาลเทศะ หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นพร้อมกับแสดงข้อความตัวอักษรบางส่วนที่ยาวเหยียด ซึ่งเป็นภาพแคปหน้าจอแชตลับที่คีย์เคยพิมพ์ตัดพ้อเขายาวเป็นหางว่าวตอนดึกๆ เมื่อคืนก่อน... และเผลอกดส่งไปครึ่งหนึ่งก่อนจะกดยกเลิกแทบไม่ทัน!
ดวงตาของไทป์หรี่ลงเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มกริ่มยิ่งกว่าเดิมเมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอนั้นชัดเจน
“อ้าว... ไหนบอกว่าไม่ได้คิดถึงผมไงครับ คุณคีย์คนปากแข็ง...”
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันตรงนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของสมุดบันทึกสีน้ำตาล
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 29
การกลับมาของสิ่งที่เรียกว่าความผูกพัน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!