ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 28

เมื่อความเหงาแทรกซึม

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“ไอ้บ้านั่นมันหายหัวไปไหนของมันวะ!” ฉันสบถออกมาเสียงดังลั่นห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวโปรดที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกว้างขวางผิดปกติ คีย์—หรือตัวฉันเอง—ที่ปกติจะหวงแหนความสงบและพื้นที่ส่วนตัวแทบตาย กลับรู้สึกว่าความเงียบในวันนี้มันบาดลึกจนน่ารำคาญใจ นาฬิกาบนผนังบอกเวลาสามทุ่มตรง ไทป์หายไปตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น มันบอกแค่ว่ามีโปรเจกต์ด่วนที่คณะต้องเคลียร์ให้จบ แต่ให้ตายเถอะ นี่มันยุคไหนแล้ว ไลน์ก็มี โทรศัพท์ก็มี แต่หมอนั่นกลับเงียบหายไปเหมือนถูกลบหายไปจากสารบบโลกใบนี้ ฉันมองไปที่มุมห้อง ตรงจุดที่ปกติไทป์จะมานั่งเล่นเกมบ้าบอคอแตกพร้อมกับส่งเสียงรบกวนสมาธิฉันอยู่ตลอด รอยยับย่นบนหมอนอิงที่เขาทิ้งไว้เมื่อวานยังคงอยู่อย่างนั้น... มันดูเหมือนรอยยิ้มกวนประสาทของเขาไม่มีผิด “เออ ดี! หายไปเลย ไปอยู่กับโปรเจกต์มึงไป๊ ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าหรอก” ฉันพึมพำพลางคว้ากระป๋องโซดามากระดกจนหมดลม รสชาติซ่าๆ ในปากไม่ได้ช่วยให้ความหงุดหงิดที่อัดแน่นในอกจางลงเลยแม้แต่นิดเดียว ทำไมต้องรู้สึกใจหายขนาดนี้กันนะ... ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ทิ้ง ก่อนจะเดินไปที่ระเบียง พยายามมองหาแสงไฟจากตึกคณะฝั่งตรงข้ามที่เขาชอบไปสิงสถิตอยู่ แต่นอกจากแสงไฟสลัวๆ ของเมืองหลวง ก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยสักอย่าง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระถางแคคตัสที่เขาซื้อมาวางไว้ให้เมื่อสัปดาห์ก่อน เจ้าต้นเล็กๆ ที่มีดอกสีชมพูจางๆ นั่นกำลังเบ่งบานรับแสงไฟจากในห้อง *‘คีย์ ถ้าวันไหนที่ผมไม่อยู่ แล้วเห็นดอกไม้นี่บาน แปลว่าผมกำลังคิดถึงคุณอยู่นะ’* คำพูดเสี่ยวๆ ที่เขาเคยพูดทิ้งไว้ลอยเข้ามาในหัว ฉันแค่นหัวเราะกับตัวเอง “เพ้อเจ้อชะมัด...” แต่พอมองดอกไม้เล็กๆ นั่นจริงๆ กลับรู้สึกเหมือนขอบตาจะร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ นี่ฉันแพ้ทางเขาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ฉันกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน พยายามจดจ่ออยู่กับกองเอกสารตรงหน้า แต่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษกลับเต้นระบำจนอ่านไม่รู้เรื่อง สุดท้ายฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแชทของ ‘ไอ้คนกวนประสาท’ นิ้วโป้งลังเลอยู่เหนือแป้นพิมพ์เป็นรอบที่สิบ [ทำอะไรอยู่] — พิมพ์ไปแล้ว ลบออก [หายหัวไปไหน] — รุนแรงไปนิด เปลี่ยนดีกว่า [กินข้าวยัง] — หึย ทำไมต้องดูเหมือนเป็นห่วงด้วยเนี่ย! ในขณะที่กำลังตัดสินใจจะวางโทรศัพท์ลง เสียงแจ้งเตือน ‘ติ๊ง!’ ก็ดังขึ้นจนฉันสะดุ้งสุดตัว รีบคว้ามือถือขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็วที่ตัวเองยังตกใจ แต่หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมากลับไม่ใช่ชื่อของไทป์ มันเป็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปฯ สั่งอาหารที่เด้งขึ้นมาเพราะฉันกดค้างไว้ตั้งแต่เมื่อเย็น ความผิดหวังแล่นริ้วเข้ามาจนจุกอก ฉันถอนหายใจยาวเหยียดทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ มองเพดานห้องที่มืดสนิทไปครึ่งหนึ่งเพราะหลอดไฟมันเสียแล้วไทป์ยังไม่ได้มาเปลี่ยนให้เสียที “ไหนบอกว่าวิศวะซ่อมได้ทุกอย่างไงวะ... โกหกชัดๆ” ทันใดนั้น เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น! จังหวะหัวใจของฉันกระตุกวูบ ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นเต้นที่บอกไม่ถูก ฉันรีบวิ่งไปที่หน้าประตูเกือบจะสะดุดขาตัวเอง ลืมไปสนิทว่าตัวเองใส่แค่ชุดนอนย้วยๆ กับแว่นตาที่เบี้ยวไปข้างหนึ่ง “มาทำไมดึกดื่นป่านนี้...” ฉันบ่นพึมพำขณะปลดล็อกกลอนประตู มือสั่นเล็กน้อยจนต้องกำลูกบิดแน่น ประตูเปิดออก... แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ไทป์ที่มาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท แต่มันคือกล่องพัสดุขนาดใหญ่ที่วางอยู่หน้าห้อง พร้อมกับโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่แปะติดไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ที่ฉันคุ้นตา *‘ขอโทษที่หายไป แลกกับการที่ทำให้คนสวยต้องเหงา... เปิดดูสิครับ’* ฉันขมวดคิ้วแน่น ก้มลงหยิบกล่องนั่นเข้ามาในห้องด้วยความสงสัย ใจเต้นรัวเหมือนกลองชุด ฉันใช้คัตเตอร์กรีดเทปกาวออกอย่างระมัดระวัง แต่พอฝากล่องเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้และของกินที่ฉันชอบก็โชยออกมา ข้างในนั้นไม่ได้มีแค่ขนม แต่มีรูปถ่ายโพลารอยด์เป็นสิบๆ ใบที่แปะเรียงรายอยู่รอบกล่อง ทุกใบคือภาพแอบถ่ายของฉัน... ตอนที่ฉันเผลอหลับที่โต๊ะทำงาน ตอนที่ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสือคิ้วขมวด หรือตอนที่ฉันเผลอยิ้มออกมาเวลาที่เขาแกล้ง แต่ละใบมีข้อความเขียนไว้ข้างหลังว่า *‘น่ารักจังวะ’* บ้าง *‘อยากหอมหัว’* บ้าง ในจังหวะที่ฉันกำลังจมดิ่งอยู่กับรูปถ่ายเหล่านั้น โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมสายเรียกเข้าจากไทป์ ฉันรีบกดรับทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว “ฮัลโหล... ไทป์ นี่มันหมายความว่าไง!” เสียงของฉันสั่นเครือ ทั้งโกรธ ทั้งเขิน ทั้งดีใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่ปลายสายกลับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นผ่านหน้าจอ แต่ไม่ใช่จากโทรศัพท์... มันเป็นเสียงที่ดังมาจากด้านหลังของห้อง! “ความหมายที่ว่า... ผมไม่ได้หายไปไหนจริงๆ หรอกครับ ผมแค่เฝ้ามองคุณจากตรงนี้มาตลอด” ฉันหันขวับไปตามต้นเสียง หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นเขายืนพิงกรอบประตูระเบียงอยู่ตรงนั้น ในมือถือช่อดอกไม้ช่อเล็กๆ ที่ดูไม่ค่อยเข้ากับมาดวิศวะของเขาเลยสักนิด “มึง... มึงเข้ามาได้ยังไง!” ฉันโวยวาย กลบเกลื่อนความตื่นเต้นที่พุ่งสูงจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ไทป์ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้น “ก็กุญแจสำรองที่คุณเคยทำหาย แล้วผมแอบเก็บไว้ไงครับ... ว่าแต่...” เขาหยุดยืนตรงหน้าฉัน ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว จนฉันสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างสูงนั้น “คิดถึงผมจนห้องเงียบเหงาขนาดนั้นเลยเหรอครับ คุณคีย์?” ฉันอ้าปากค้าง เตรียมจะด่าสวนกลับไปว่า ‘หลงตัวเอง!’ แต่แล้วสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและจริงจังจนฉันพูดไม่ออก ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ไทป์ก็ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราแทบจะแตะกัน เขาเลื่อนมือมาจัดแว่นตาให้ฉันอย่างเบามือ แล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู “ถ้าไม่ตอบ... ผมจะถือว่าคุณยอมให้ผมอยู่ดูแลไปตลอดชีวิตแล้วนะ” สมุดบันทึกสีน้ำตาลขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเรื่องราววุ่นๆ ของคีย์กับไทป์มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%