"พี่ว่า... ข้อความเมื่อกี้ มันแปลว่าเราควรไปคุยกันให้รู้เรื่อง หรือแปลว่าพี่ควรเตรียมตัวไปวิ่งรอบคณะวิศวะดีล่ะครับ?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววตัดพ้อแบบไม่จริงจังนักดังขึ้น ทำเอาคีย์ที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือบางรีบคว้าโทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมบนโต๊ะมากดล็อกหน้าจอแทบไม่ทัน ราวกับว่าถ้าทำช้ากว่านี้อีกเสี้ยววินาที หน้าจอเครื่องนั้นจะระเบิดคามือเสียให้ได้
บรรยากาศสีชมพูละมุนที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อไม่กี่นารีก่อน มลายหายไปในอากาศราวกับควันบุหรี่ เหลือเพียงความเงียบงันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลแทบไม่ทันว่าทำไมรุ่นพี่ตัวดีถึงได้จังหวะนรกส่งไลน์มาถามเรื่องโปรเจกต์กลุ่มในเวลาที่ผิดที่ผิดทางที่สุดในสามโลกแบบนี้!
"มัน... มันก็แค่เรื่องงานกลุ่มค่ะ! เอ่อ... หมายถึง เรื่องงานที่ค้างไว้ต่างหากเล่า!" คีย์รีบแก้ตัวเสียงดังลั่นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เจ้าตัวรีบปัดหน้าจอหนี แต่ยิ่งรีบก็ยิ่งลน จนเกือบทำโทรศัพท์ร่วงลงพื้นถ้าไทป์ไม่ยื่นมือมารับไว้เสียก่อน
ไทป์ไม่ได้คว้าโทรศัพท์ไปดูอย่างที่คีย์นึกกลัว ชายหนุ่มเพียงแค่วางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างเบามือ ก่อนจะทิ้งตัวพิงพนักโซฟา เอียงคอเล็กน้อยแล้วมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ทั้งขำทั้งเอ็นดู จนคนที่กำลังแก้ตัวหน้าดำหน้าแดงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาพิกล
"ผมยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำเลยนะคะ หน้าแดงใหญ่แล้วเนี่ย... หรือว่าที่จริงคนที่ร้อนตัว ไม่ใช่รุ่นพี่คนนั้น แต่เป็นตัวยุ่งแถวนี้กันแน่นะ?" ไทป์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นมาทำเอาคีย์อยากจะหยิบหมอนอิงมาฟาดหน้าไอ้เด็กนี่สักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
"ใครร้อนตัวไม่มี๊! นายอย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้เลยนะไทป์!" คีย์โวยวายเสียงสูง กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการหันไปหยิบคีย์บอร์ดไร้สายสีพาสเทลขึ้นมาทำทีเป็นพิมพ์งาน ทั้งที่หน้าจอยังไม่ได้เปิดโปรแกรมอะไรเลยด้วยซ้ำ "แล้วนี่ก็ดึกมากแล้วด้วย กลับห้องนายไปได้แล้วไป๊! มานั่งเกะกะแถวนี้อยู่ได้"
"อ้าว ไล่กันโต้งๆ แบบนี้เลยเหรอครับ ใจร้ายจัง..." ไทป์ทำหน้าหงอยราวกับลูกสุนัขโดนเจ้าของดุ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนคีย์ต้องเอนตัวหนีแทบจะสิงติดพนักโซฟา "เมื่อกี้ยังบอกว่าบรรยากาศดีอยู่เลย พอน้องรหัสปีสี่ทักมาปุ๊บ ไล่ผมกลับปั๊บ... น้อยใจนะเนี่ย"
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะ! นายเป็นคนหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ ใครใช้ให้ทำหน้าตาน่าหมั่นไส้ใส่ฉันเล่า" คีย์หันมาแหวใส่ พร้อมกับใช้คีย์บอร์ดในมือเคาะเบาๆ ไปที่ไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยว
แต่ทว่า... จังหวะที่คีย์เงื้อมือขึ้นตีออกไปนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความซุ่มซ่ามประจำตัว หรือเพราะแรงเหวี่ยงที่มากเกินไปชั่วขณะ คีย์บอร์ดไร้สายตัวโปรดราคาแพงลิบลิ่ว จึงหลุดมือลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น!
*กริ๊งงง! แกร๊ก!*
เสียงชิ้นส่วนพลาสติกแตกหักกระจายไปคนละทิศคนละทาง ปุ่มกดสีพาสเทลหลุดกระเด็นกระดอนไปทั่วพื้นห้องราวกับลูกอมเม็ดเล็กๆ ที่ทำตกเรี่ยราด คีย์เบิกตากว้างอ้าปากค้าง มองซากคีย์บอร์ดที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นสลับกับมือเปล่าของตัวเองที่ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นอีกครั้ง—แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนเมื่อครู่ มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความช็อกระดับสิบ
ไทป์ก้มลงมองซากอารยธรรมบนพื้น แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคีย์ที่ตอนนี้หน้าซีดเผือด นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตกใจยิ่งกว่าตอนเห็นข้อความไลน์เมื่อกี้เสียอีก
"เอ่อ..." คีย์ส่งเสียงออกมาได้แค่นั้น สมองขาวโพลนไปหมด คีย์บอร์ดตัวนี้เพิ่งซื้อมาใหม่ราคาเกือบสัปดาห์ละมั้ง แล้วนี่มันพังคามือ... ไม่สิ พังเพราะความใจร้อนของตัวเองแท้ๆ
ไทป์มองหน้าคนทำพังที่กำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ อยู่ๆ ไหล่หนาก็เริ่มสั่นเทา ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำจะหลุดออกมาจากลำคอ "ฮ่าๆๆๆๆๆ! โอ้โห คุณพระคุณเจ้า คีย์บอร์ดสุดรักสุดหวงของคุณพี่คีย์ นอนตายสนิทศพไม่สวยเลยนะครับเนี่ย!"
"ไทป์! ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีกเหรอ! นี่มันความผิดนายคนเดียวนะ!" คีย์หันมาแหวใส่เสียงดังลั่น ลืมความกลัวเรื่องรุ่นพี่ปีสี่ไปชั่วขณะ มือบางทุบเข้าที่อกอีกฝ่ายรัวๆ ด้วยความโมโหที่โดนเยาะเย้ย "ถ้านายไม่กวนประสาทฉัน ฉันจะตีแขนไหมล่ะพะยะค่ะ! ถ้านายไม่หลบ ฉันจะทำคีย์บอร์ดพังไหม!"
"อ้าวๆ โยนบาปเฉยเลยนะคนเรา" ไทป์หัวเราะร่วน คว้าข้อมือทั้งสองข้างของคีย์เอาไว้ด้วยมือข้างเดียวเพื่อหยุดการประทุษร้าย ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้างจนดวงตาหยีลง "ผมผิดอะไรล่ะครับเนี่ย ผมแค่นั่งหายใจเฉยๆ พี่เป็นคนฟาดคีย์บอร์ดใส่ผมเองนะคร้าบ!"
"นายก็ยั่วโมโหฉันก่อนไงเล่า!" คีย์เถียงเสียงแข็ง แก้มเนียนแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอายที่เผลอทำเรื่องโก๊ะๆ ออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว "ปล่อยมือเลยนะ! แล้วก็ก้มลงไปเก็บเศษซากอารยธรรมนี่เดี๋ยวนี้เลยด้วย!"
"ครับๆ ยอมแพ้แล้วครับคุณผู้หญิง" ไทป์ยอมปล่อยข้อมือบางแต่โดยดี รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ร่างสูงยอมทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น แล้วเริ่มช่วยเก็บปุ่มคีย์บอร์ดที่กระจัดกระจายทีละชิ้นสองชิ้นอย่างใจเย็น
คีย์มองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านอยู่ในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างบางค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ช่วยอีกฝ่ายเก็บชิ้นส่วนที่เหลือเงียบๆ โดยไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาอีก
ท่ามกลางกองซากคีย์บอร์ดพังๆ และเสียงหัวเราะคิกคักที่เล็ดลอดออกมาเป็นระยะ บรรยากาศรอบตัวกลับอบอวลไปด้วยความสุขประหลาดที่ทำให้หัวใจที่เคยปิดตาย ค่อยๆ เปิดรับความรู้สึกบางอย่างเข้ามาทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
จนกระทั่ง... ไทป์ที่กำลังก้มเก็บปุ่มสุดท้ายเงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้าพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม
รอยยิ้มกวนประสาทหายไปจากใบหน้าของไทป์ เหลือเพียงแววตาสัตย์ซื่อและจริงจังที่ทำเอาคีย์หัวใจกระตุกวูบ
"คีย์..." เสียงทุ้มเอמהเรียกชื่อเบาราวกับเสียงกระซิบ "เรื่องข้อความเมื่อกี้... สรุปว่าเราเป็นอะไรกันแน่ครับ?"
คำถามนั้นแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ทิ้งให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อสายตาคมกริบของไทป์เคลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะเอื้อมมาแตะคางสั่นเทาของคีย์แผ่วเบา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากที่กลับมาทวงบัลลังก์ความกวนประสาทอีกครั้ง
"ถ้ายังตอบไม่ได้ งั้นผมถือสิทธิ์ทวงคำตอบนี้... ด้วยการอยู่เคียงข้างกวนใจพี่ไปจนกว่าคีย์บอร์ดตัวใหม่จะมาส่งก็แล้วกันนะครับ!"
—---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษและเสียงหัวเราะมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 27
คีย์บอร์ดที่พังเพราะใคร?
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!