ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 4

ตื่นมาก็เจอภาพชวนใจสั่น

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“ไอ้ไทป์! นี่นาย... นายจะไม่อายฟ้าอายดินบ้างหรือไง!” เสียงแหลมสูงของคีย์ดังลั่นห้องจนแทบจะกลบเสียงแอร์ที่กำลังทำงานอย่างเงียบเชียบในยามสาย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่การตื่นนอนแบบปกติสุขที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นภาพของรูมเมตตัวแสบที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาเบดกลางห้องโดยไร้อาภรณ์ท่อนบนปกปิดร่างกาย เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่มีหยดเหงื่อซึมตามไรผมและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงามแบบคนที่ดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้คีย์แทบจะสติหลุด ไม่ใช่แค่ความหุ่นดีของอีกฝ่าย แต่เป็นบรรยากาศที่ดูเหมือนอีกคนเพิ่งจะผ่านการออกกำลังกายหรือทำอะไรสักอย่างที่ดูหนักหนามาจนเหงื่อท่วมตัวแบบนี้ “โวยวายอะไรแต่เช้าครับคนดี...” ไทป์ปรือตาขึ้นมองช้าๆ มุมปากยกยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ แม้จะยังสะลึมสะลืออยู่ แต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความขี้เล่น “คนจะนอนพักสายตาจากการไปวิ่งมาราธอน (ทางใจ) มาหาของเซอร์ไพรส์ให้นายเนี่ย ต้องเห็นสภาพนี้เลยเหรอ?” “วิ่งมาราธอนบ้าบออะไรของนาย! แล้วนั่น... ทำไมถึงไม่ใส่เสื้อ! ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้คนฉวยโอกาส!” คีย์ยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองแน่น ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบจะไหม้ เขาไม่ได้แพ้เพราะอากาศร้อน แต่แพ้สายตาที่ดูจะจงใจมองเขาด้วยความเอ็นดูผสมความขี้แกล้งของอีกคนนั่นต่างหาก ไทป์หัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ความตั้งใจที่จะแกล้งคนขี้โวยวายทำให้เขาเลิกสนใจความเหนื่อยล้าของตัวเองไปชั่วขณะ “ก็มันร้อน... ร้อนใจที่ไม่ได้เห็นหน้านายสักที เลยต้องถอดเสื้อให้มันระบายหน่อย เผื่อจะมีคนใจอ่อนเดินเข้ามาดูอาการคนป่วยบ้าง” “ป่วย? ป่วยตรงไหน!” คีย์ลดมือลงเล็กน้อย แอบชำเลืองมองอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่นเคือง “ป่วยที่สมองน่ะสิไม่ว่า! ลุกขึ้นไปใส่เสื้อเลยนะ ไม่งั้นฉันจะโทรฟ้องแม่นายจริงๆ ด้วย ว่าลูกชายสุดที่รักกำลังทำตัวอนาจารในพื้นที่ส่วนกลาง” “ฟ้องเลยครับ จะได้บอกแม่ด้วยว่าที่ผมเป็นแบบนี้ เพราะว่าที่ลูกสะใภ้แม่เอาแต่ดุผมไม่หยุด” ไทป์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหาคีย์ที่ถอยกรูดไปติดผนังห้อง บรรยากาศอบอุ่นละมุนละไมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด “ทำไมต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ด้วยล่ะครับ? แค่เห็นผมถอดเสื้อ... ถึงกับใจสั่นขนาดนั้นเลยเหรอ?” คีย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นว่าไทป์หยุดอยู่ตรงหน้าเขาเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นสบู่จางๆ จากร่างกายของอีกคนโชยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหลจนคีย์อยากจะด่าตัวเองที่ดันเผลอสูดหายใจเข้าไปแรงๆ “ใจสั่นบ้าอะไร... ฉันแค่เกลียดนาย!” “ปากแข็งจังนะ” ไทป์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน “ถ้ารู้ว่าการถอดเสื้อจะทำให้นายตื่นตัวได้ขนาดนี้ ผมน่าจะถอดมันตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่แล้ว” คีย์ผลักอกอีกฝ่ายออกเต็มแรงแต่กลับกลายเป็นเหมือนการสัมผัสกล้ามเนื้อแน่นๆ เข้าไปอีกรอบ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทั้งโมโหทั้งประหม่าจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไง ไทป์ไม่หยุดแค่นั้น มือหนาเอื้อมไปหยิบกล่องเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างโซฟาขึ้นมา “นี่ไง... เหตุผลที่ผมไม่ได้นอน” ไทป์ยื่นกล่องเค้กที่ดูเยินเล็กน้อยจากการขนส่งให้คีย์ “ร้านนี้คิวยาวมาก ผมไปยืนต่อตั้งแต่เช้ามืด หวังว่าจะได้มาให้คนที่ชอบกินก่อนที่เค้กจะละลาย... แต่นายกลับมองผมเหมือนผมเป็นปีศาจเฉยเลย” คีย์มองเค้กในมือสลับกับใบหน้าของไทป์ ความโกรธที่พยายามสร้างขึ้นเมื่อครู่เริ่มมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกผิดลึกๆ ในอก คนตรงหน้ายอมลำบากขนาดนี้เพื่อแค่เค้กหนึ่งชิ้น ในขณะที่เขากลับเอาแต่ตะคอกใส่ด้วยความเขินอาย “ขอบคุณ...” คีย์พึมพำเสียงเบา แทบจะไม่ได้ยิน “แต่คราวหน้า... ก็ใส่เสื้อด้วย เข้าใจไหม?” “ครับๆ” ไทป์ยิ้มกว้างจนตาหยี “เดี๋ยวไปใส่ให้ครับ แต่หลังจากนั้น... ต้องยอมให้ผมขอกอดทีหนึ่งนะ ถือว่าเป็นค่าเหนื่อยที่ไปรอคิวมา” คีย์เบิกตากว้าง กำลังจะอ้าปากด่ากลับ แต่จังหวะนั้นเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความที่เด้งขึ้นมาทำให้เขานิ่งงัน มันไม่ใช่แชตจากเพื่อนหรือใครที่ไหน แต่เป็นแชตส่วนตัวจาก ‘ไทป์’ ที่เขายังเปิดค้างไว้ [ไทป์: จริงๆ แล้วที่ถอดเสื้อ ไม่ใช่เพราะร้อนหรอกนะ... แค่อยากรู้ว่า ถ้าผมเปลือยทั้งตัวต่อหน้าคุณ คุณจะเลิกทำตัวปากแข็งแล้วยอมเป็นของผมจริงๆ สักทีไหม?] คีย์หน้าแดงซ่านจนถึงใบหู เขารีบกดยกเลิกข้อความนั้นทันทีด้วยนิ้วที่สั่นเทา แต่ทว่า... ไทป์ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดู แล้วหันมายิ้มมุมปากให้เขาอย่างเหนือกว่า “กดยกเลิกไม่ทันแล้วนะครับที่รัก... เพราะผมอ่านเห็นตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว” หัวใจของคีย์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อไทป์ก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งพร้อมกับคำถามที่ทำให้ลมหายใจเขาขาดห้วงไปสนิท “จะให้ผมพูดจริงๆ หรือจะให้ผมพิสูจน์ให้ดูเลยล่ะครับ?” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนของคีย์และไทป์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%