ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 16

ลืมของไว้ที่ห้องเขาจนได้

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"บอกแล้วใช่ไหมคะว่าให้ตรวจเช็กกระเป๋าก่อนออกจากห้อง... แล้วนี่อะไรล่ะคะคีย์ จะเดินเอาหน้าผากโขกประตูห้องฉันประชดชีวิตอีกกี่รอบดีล่ะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววขบขันดังขึ้นทันทีที่ฉันเปิดประตูห้องออกไปเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย—ความจริงที่ว่า นายวิศวะตัวสูงปรี๊ดหน้ามึนคนนี้กำลังยืนพิงกรอบประตูห้องฝั่งตรงข้าม กอดอกมองฉันด้วยสายตาชนิดที่เรียกว่า 'เอ็นดูจนแทบจะกลืนกิน' ถ้าไม่ติดว่าเจ้าตัวกำลังแย้มยิ้มกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ล่ะก็นะคะ ฉัน—คีย์ หนุ่มแว่นผู้มีสถิติชีวิตอันน่าภาคภูมิใจในความเจ้าระเบียบ (ที่ตอนนี้พังไม่เป็นท่า) ยืนแข็งค้างเป็นหินทื่ออยู่หน้าห้องของไทป์ ในมือบางกำสายชาร์จโทรศัพท์สีขาวที่เพิ่งค้นพบว่ามันดันหลงลืมซุกซอนอยู่ใต้หมอนใบโตของเขาเมื่อคืนนี้ แน่นอนค่ะ... หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายที่ฉันเผลอหลับคอพับคาโซฟาห้องเขา เพราะความเพลียจากการปั่นงานส่งอาจารย์จนสมองแทบระเบิด "ก็... ก็ใครจะไปรู้เล่าว่านายจะแอบเนียนซ่อนสายชาร์จฉันไว้ใต้หมอนน่ะส.!" ฉันรีบเถียงเสียงดังกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งพรวดขึ้นมาเห่อบนพวงแก้มทันที ปากก็พยายามเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปเมื่อดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะดันเผลอสบเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับของอีกฝ่ายเข้าจังๆ ไทป์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่ารำคาญเสียจริงในความรู้สึกของคนกำลังเสียฟอร์ม ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าว... ทีละก้าว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นเคยเริ่มลอยวนอยู่รอบปลายจมูก บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหดแคบลงถนัดตาเมื่อคนตัวโตกว่าโน้มใบลงมามองฉันในระยะประชิด "หื้ม? ซ่อนเหรอคะคนเก่ง เมื่อคืนใครกันนะที่งอแงบอกว่า 'ห้ามดึงสายชาร์จนะ ไม่งั้นแบตเตอรี่หัวใจหมด' แล้วก็ดึงมากอดไว้แนบอกแน่นยิ่งกว่าตุ๊กตาหมีซะอีก" ให้ตายเถอะค่ะ! อยากจะเอาหัวโขกกำแพงจริงๆ ให้ตายสิ ไทป์มันจงใจขุดประวัติศาสตร์ความงงงวยยามเผลอไผลของฉันขึ้นมาล้อเลียนหน้าตาเฉย แถมยังทำเสียงสองเสียงสามเลียนแบบน้ำเสียงงัวเงียของฉันเมื่อคืนได้เหมือนราวกับเปิดเทปบันทึกเสียงซ้ำอีกต่างหาก! "ฉัน... ฉันไม่ได้พูดสักหน่อย! นายมั่วแล้วไทป์!" ฉันโวยวายลั่น พยายามจะถอยหลังหนีแต่แผ่นหลังเจ้ากรรมดันไปชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบพอดิบพอดี กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันถูกวงแขนแกร่งกักตัวไว้ตรงกลางระหว่างกำแพงกับอกอุ่นๆ ของเขาโดยสมบูรณ์แบบ ไทป์ไม่ยอมถอยหนีแถมยังขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนหน้าผากของเราแทบจะชนกัน ฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่บริเวณปลายจมูก หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันประท้วงความตื่นตระหนกนี้ นายวิศวะคนนี้ชักจะเกินไปกันใหญ่แล้วนะคะ! ปากบอกว่าแค่มาเอาของ แต่ทำไมสถานการณ์มันถึงได้ไหลเลยเถิดมาถึงจุดที่ชวนใจสั่นระรัวแบบนี้ได้ล่ะคะเนี่ย "ไม่ได้พูดเหรอคะ? งั้นแปลว่าความจำสั้นสินะ... ต้องให้ฉันช่วยทวนความจำให้ฟังใหม่อีกรอบไหมล่ะคะว่าเมื่อคืนเธออ้อนฉันว่าอะไรบ้าง หึ..." ไทป์กระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าแฝงความร้ายกาจทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความซุ่มซ่ามแท้ๆ เลยค่ะที่พาตัวฉันมารับมือกับปีศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้ ฉันเม้มปากแน่น หัวสมองขาวโพลนคิดคำแก้ตัวไม่ออก มือที่ถือสายชาร์จกำแน่นจนเหงื่อซึม ปากก็อยากจะด่ากราดให้สมกับความเขินอาย แต่นัยน์ตาสอบสวนที่พราวระยับไปด้วยความรักใคร่และเอ็นดูคู่นั้น... กลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำและฉันกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเดิมๆ เพื่อกู้หน้า ทันใดนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงของไทป์ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน *ติ๊ง!* ไทป์ชะงักเล็กน้อย เขายอมผละใบหน้าออกห่างจากซอกคอฉันอย่างนึกเสียดาย มือหนาล้วงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่คิ้วหนาจะได้รูปนั้นจะขมวดเข้าหากันน้อยๆ สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความขี้เล่นเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันตาเห็นจนฉันรู้สึกแปลกใจ "มีอะไรเหรอคะ?" ฉันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นประกายความกังวลบางอย่างพาดผ่านดวงตาคมกริบของเขา ไทป์เงยหน้าขึ้นสบตาฉันอีกครั้ง แววตาคู่นั้นไม่ได้กวนประสาทเหมือนเก่า แต่มันเต็มไปด้วยความลังเลและความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นไว้ลึกซึ้งเกินกว่าที่ฉันจะคาดเดา เขาจ้องมองฉันอยู่นานสองนานราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วยื่นมันมาตรงหน้าฉัน โดยที่นิ้วเรียวยาวชี้ให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากหน้าจอที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ข้อความนั้นมาจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึกและหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่แค่เนื้อหาในแชตที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้าจอ... แต่มันคือรูปถ่ายใบเสร็จการโอนเงินจำนวนมหาศาล พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงถึงไทป์ว่า— *"ของที่สั่งไว้ จัดการเรียบร้อยแล้วนะคะคุณไทป์ ระวังตัว 'เด็กแว่น' ของคุณไว้ให้ดีเถอะ..."* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเอ็นดูความซุ่มซ่ามของเจ้าแว่นกับนายวิศวะคนนี้เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%